ททท.ปลุกไทย-เทศแห่เที่ยวปลายปี’ 61
55 เมืองรองทุบสถิติโกยเงินช่วงหยุดยาว

28.08.18 | 11:48 น.

โค้งสุดท้ายก่อนปิดปีงบประมาณในเดือนกันยายน 2561 นี้ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) โหมใช้กลยุทธ์สื่อสารการตลาดอย่างเข้มข้นชวนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติท่องเที่ยวหน้าฝน รายได้และจำนวนคนพุ่งขึ้นต่อเนื่องช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่เทศกาลแห่เทียนพรรษา สิงหาพาแม่เที่ยว และกันยายนนี้จะเป็นเดือนเที่ยวงานประเพณีแข่งเรือตามลำน้ำต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศปี 2561 มีกระแสแรงต่อเนื่องตั้งแต่กรกฎาคม แห่เทียนพรรษา สิงหาพาแม่เที่ยว ส่วนเดือนกันยายนนี้สีสันการท่องเที่ยวจะยิ่งคึกคักมากขึ้นกับการร่วมชมประเพณีแข่งเรือมากมาย โดยมีเสียงพากษ์การแข่งเรือทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความสนุกสนาน รวมทั้งยังจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนมากมาย

ไฮไลต์หลัก ๆ ทางภาคเหนือตอนล่างกับภาคกลาง มีงานเรือยาวแม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร ภาคใต้ชมการแข่งเรือกอและ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีการเพ้นต์ลายลงบนลำตัวเรือ ภาคอีสานก็จัดแข่งเรือลำน้ำโขงเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-สปป.ลาว ที่จังหวัดบึงกาฬ

อีกทั้งในเดือนกันยายน-ตุลาคม ของทุกปีจะมีเทศกาลอาหารทั่วประเทศ ไฮไลต์คือเทศกาลกินเจ ถือศีลกินผัก กระจายอยู่ทั่วภาคใต้

Advertisement

ส่วนการปลุกตลาดท่องเที่ยว 55 เมืองรอง ททท.ประสบความสำเร็จค่อนข้างดี ภายในปี 2561 ตั้งเป้าจะทำรายได้รวมจากตลาดในประเทศทั้งหมดให้ถึง 1 ล้านล้านบาท จากสถิติ 6 เดือนแรก ระหว่างมกราคม-มิถุนายน 2561 เฉพาะเมืองรองสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย 1.17 แสนล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวกระจายไปตามพื้นที่ทั่วประเทศ 41.7 ล้านคน-ครั้ง เติบโต 8-10 %

นายธเนศวร์ย้ำว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวเมืองรองช่วงครึ่งปีแรกเมื่อแบ่งตาม “จำนวนนักท่องเที่ยว” อันดับ  1 นครศรีธรรมราช ซึ่งมีแบรนดิ้งเมือง 2 ธรรม คือ ธรรมะกับธรรมชาติ มีนักท่องเที่ยวเข้าไปแล้ว 357,230 คน อันดับ 2 อุดรธานี 271,204 คน อันดับ 3 พิษณุโลก 243,622 คน และแบ่งตาม “อัตราการเติบโตสูงสุด” อันดับ 1 แม่ฮ่องสอน เติบโต 13.37 % อันดับ 2 ยะลา 9.27 % อันดับ 3 ปัตตานี 8.69  % ปัจจัยหลักมาจากความสะดวกในการเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเร่งให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกจากเมืองหลักสู่เมืองรองในการพัฒนาระบบโครงข่ายถนน บริการรถสาธารณะรถรบัส รถตู้ ต่าง ๆ สามารถกระจายนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมายได้

ขณะที่สถิติการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยช่วงวันหยุดยาว ททท.พบว่า วันแม่แห่งชาติ 11-13 สิงหาคม 2561 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 1.88 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้กระจายสู่ทั่วไทย 6,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13 % วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 27-30 กรกฎาคม 2561 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 2.65 ล้านคน สร้างรายได้รวม 8,371 ล้านบาท กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ 1,027 ล้านบาท เพิ่ม 22.38 % ภาคกลาง 963 ล้านบาท ลดลง 10.08 % ภาคตะวันออก 1,600 ล้านบาท เพิ่ม 21.61% ภาคเหนือ 832 ล้านบาท เพิ่ม 11.38 % ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 630 ล้านบาท เพิ่ม 11.78 % ภาคใต้ 1,344 ล้านบาท เพิ่ม 20.55 %

ในช่วงวันหยุดยาววันแม่แห่งชาติ อาสาฬบูชาและเข้าพรรษา ปีนี้ นักท่องเที่ยวเข้าไปยัง 55 เมืองรอง มีจำนวนนักท่องเที่ยว 8 แสนคน-ครั้ง เพิ่ม 11 % ทำรายได้ 1,961 ล้านบาท เพิ่ม 16 % ด้วยแรงจูงใจแบ่งเป็น 3 โครงการ  ประกอบด้วย

โครงการแรก 12 เมืองต้องห้าม…พลาด มีนักท่องเที่ยว 2.54 แสนคน-ครั้ง เพิ่ม 17 % ทำรายได้ 770ล้านบาท เพิ่ม 22 %

โครงการที่สอง 10 เมืองพลัส มีนักท่องเที่ยว 1.60 แสนคน-ครั้ง เพิ่ม 8 % ทำรายได้ 340 ล้านบาท เพิ่ม 9 %

โครงการที่สาม 33 เมืองรองอื่น ๆ มีนักท่องเที่ยว 3.86 แสนคน-ครั้ง เพิ่ม 9 % ทำรายได้ 850 ล้านบาท เพิ่ม 13 %

สำหรับจุดขายเมืองรองที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวยังคงเป็นอัตลักษณ์เรื่องเสน่ห์วิถีชีวิต รอยยิ้มอันบริสุทธิ์ ธรรมชาติสวยงาม ความพอเพียง และความยั่งยืนแห่งวิถีวัฒนธรรม ยิ่ง ททท.และหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายของรัฐบาลมากขึ้น ก็ยิ่งช่วยเพิ่มการกระจายรายได้ตรงเข้าถึงมือสมาชิกชาวบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2561 ขณะนี้ได้เอื้อประโยชน์ครอบคลุมไปถึงให้นำค่าที่พักในโฮมสเตย์ของชุมชนมาหักภาษีได้ด้วย เป็นกลไกการตลาดช่วยขยายเรื่องโปรดักซ์ท่องเที่ยว (Supply size) ให้เข้มแข็งมากขึ้น

นายธเนศวร์อธิบายว่า ขณะนี้ได้เพิ่มความเข้มข้นในการจัดทำแผนสื่อสารการตลาด เน้นบุกเจาะกลุ่มเป้าหมาย (segmentation) 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.กลุ่มสตรี 2.วัยเก๋ากลุ่มผู้เกษียนอายุ 3.กลุ่มคนรุ่นใหม่เจนวาย 4.กลุ่มครอบครัว โดยได้คัดกรองสินค้าทางการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวเป้าหมายดังกล่าว เช่น การเปิดมุมใหม่ขายท่องเที่ยวเมืองรองไปยังกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ความน่าสนใจใหม่ ๆ โดนใจผู้หญิงอย่างชุมชนผลิตผ้าไหม หรือสุขทุกวันที่จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์

ตามแผนช่วงครึ่งปีหลัง 2561 เรื่อยไปจนถึงต้นปี 2562 ททท.จะโหมสื่อสารการท่องเที่ยวให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะการปลุกท่องเที่ยวเมืองรองของนักท่องเที่ยว “ตลาดในประเทศ” ททท.จะเน้นการใช้แคมเปญ “อะเมซิ่ง ไทยเท่” เป็นแบรนด์หลักเพื่อชวนคนออกมาท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยเชิญกันออกตามหาฮีโร่ คนเท่ คนดี คนเก่ง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไทย อาจจะเป็นปราชญ์หรือศิลปินในชุมชน ผู้มีลักษณะการพิทักษ์รักษาท้องถิ่น พร้อมจะนำเรื่องเล่าของท้องถิ่นมาบอกให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงคุณค่าของแต่ละชุมชนที่มีมาอย่างยาวนาน

ส่วนการกระตุ้น “ตลาดต่างประเทศ” เน้นใช้แคมเปญ Open to the New Shades การค้นหาความหลากหลายลงไปสัมผัสความเป็นไทยโดยใช้แบรนด์ Amazing Thailand นำเสนอจุดเด่นอันหลากหลายที่ซุกซ่อนอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ ปลุกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจเดินทางกระจายจากเมืองหลักสู่เมืองรอง เป็นการตอบโจทก์นโยบายของรัฐบาลทั้งทางด้านการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด

ทุกวันนี้การท่องเที่ยวเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นเป็นเสน่ห์ที่มีอยู่ใกล้ตัวคนไทยและชาวต่างชาติ ถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูฝนก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เพราะสายฝนเย็นสบายต้นไม้เขียวครึ้ม ทุกสถานที่ล้วนน่าท่องเที่ยวในมุมแตกต่างกันไป ออกมาเที่ยวเมืองไทยกับ ททท.สุขทุกที่ สนุกทุกเวลา

เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : บล็อกเกอร์ -gurutourza