เฝ้าระวังโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง ในช่วงฝนตกชุก

31.08.18 | 15:00 น.

จากการที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในทุกภูมิภาคเตรียมพร้อมรับมือโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง เนื่องจากในช่วง 1 – 2 ปี ที่ผ่านมาโรคดังกล่าว ทำความเสียหายให้กับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในแถบภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยพบการระบาดในปีที่ผ่านมา เกษตรกรควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษซึ่งอาจเกิดการระบาดซ้ำได้ อีกทั้งโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง ยังสามารถเกิดได้กับมันสำปะหลังทุกสายพันธุ์ โดยเชื้อสาเหตุของโรคนี้สามารถติดไปกับท่อนพันธุ์ได้ หากใช้ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังจากแหล่งที่เคยเกิดโรค อีกทั้งยังพบการระบาดมากในแปลงปลูกมันสำปะหลังที่มีน้ำท่วมขัง ดินมีการระบายน้ำไม่ดีและใช้ท่อนพันธุ์ที่มีความอ่อนแอต่อโรค

ลักษณะอาการของโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลังที่สามารถสังเกตได้ คือ ใบของมันสำปะหลังจะแสดงอาการเหี่ยวเหลือง โคนต้นเน่าเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำ บางพันธุ์มีการสร้างรากค้ำชู (Adventitious root) บริเวณโคนต้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวพบได้ในมันสำปะหลังเบอร์ 89 หัวมันสำปะหลังแสดงอาการหัวเน่า ภายในหัวมันจะเป็นสีน้ำตาล บางพันธุ์ส่วนของลำต้นและใบยังคงปกติเมื่อโยกที่ต้นบริเวณโคนต้นและส่วนของหัวที่อยู่ใต้ดินจะโยกคลอนได้ง่าย แต่ส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินมีอาการเน่า หรือบางพันธุ์แสดงอาการรุนแรงอาจยืนต้นตายได้

ส่วนแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง นั้น ทำได้หลายวิธี โดยเริ่มตั้งแต่

ก่อนการปลูก เก็บเศษเหง้า หรือเศษซากมันสำปะหลังไปเผาทำลาย ทำความสะอาดเครื่องจักรกล
ที่ใช้ทำการเกษตร  ไถตากดินอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หว่านปูนขาวกรณีดินมีสภาพเป็นกรด แปลงปลูกควรยกร่องให้สูงในพื้นที่ที่มีน้ำขังควรทำร่องน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากแปลง ก่อนปลูกควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราเมทาแล็คซิล อัตรา 20 – 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร รวมถึงการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์(เชื้อสด) มาผสมกับรำละเอียดและปุ๋ยหมัก อัตรา 1 : 10 : 40 (กิโลกรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากันนำไปหว่านในช่วงการเตรียมดินก่อนปลูก

หลังการปลูก เกษตรกรควรสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งหรือในช่วงที่มีฝนตกชุกควรสำรวจแปลงทุกวันถ้าเกษตรกรสามารถทำได้ ถ้าพบมันสำปะหลังแสดงอาการของโรคโคนเน่า – หัวเน่า ให้ขุดถอนต้นที่แสดงอาการไปเผาทำลาย จากนั้นให้หว่านปูนขาว หรือโรยเชื้อราไตรโครเดอร์มา(เชื้อสด) มาบริเวณรอบโคนต้นที่ขุดออกประมาณ 1 เมตร หรือกรณีระบาดรุนแรงมากใช้สารเคมีฟอสอีทิล อลูมิเนียมผสมน้ำอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ราดหรือพ่นบริเวณต้นที่เกิดโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง

Advertisement

หลังการระบาด เมื่อการระบาดผ่านไป และเริ่มทำการเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่ แปลงที่เคยระบาดน้อยหรือปานกลางควรเลื่อนฤดูปลูกเป็นช่วงปลายฤดูฝน เพื่อให้ผลผลิตออกในช่วงฤดูแล้ง หรือเลือกใช้พันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ กำจัดซากพืชเก็บเศษเหง้า หรือเศษซากมันสำปะหลังไปเผาทำลาย ไถตากดินอย่างน้อย 2 สัปดาห์หว่านปูนขาวเพื่อปรับสภาพดิน และแช่ท่อนพันธุ์ป้องกันกำจัดเชื้อราทุกครั้ง ก่อนการปลูก สถานการณ์การระบาดของโรคโคนเน่า – หัวเน่ามันสำปะหลัง ก็จะลดลงในฤดูกาลต่อไป

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร หมายเลขโทรศัพท์ 0-2955-1514 , 0-2955-1626