พลิกผืนดิน คทช.บ้านดงกล้วย กาฬสินธุ์ เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์

7.09.18 | 15:10 น.

จากนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สงวนหวงห้ามของรัฐ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ตำบลนาจำปา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ จากการตรวจสอบปรากฏว่า มีนายทุนมาเข้ามาซื้อสิทธิในที่ดินจากเกษตรกรเพื่อนำไปปลูกยูคาลิปตัส คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์จึงมีมติ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557  ให้เกษตรกรจำนวน 44 ราย 58 แปลง เนื้อที่ประมาณ 855-3-94 ไร่ สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์และออกจากที่ดิน และได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวมาจัดให้ประชาชนได้เข้าทำกิน ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้จำนวน 90 ครอบครัว ครอบครัวละ 2.5 ไร่ ขณะนี้มีเกษตรกรเข้าทำประโยชน์แล้ว 80 ครอบครัว  และได้จัดตั้งสหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด ขึ้น

พันจ่าเอก ประเสริฐ  มาลัย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการอื่นๆ ได้ดำเนินเสร็จทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย ถนน ระบบไฟฟ้า ประปา น้ำบาดาล ระบบการกระจายน้ำ ขณะนี้ทุกบ้านมีไฟฟ้า มีน้ำใช้ และเกษตรกรได้เริ่มทำการเกษตรมาได้ระยะหนึ่งแล้ว  เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างแห้งแล้ง ดินเสื่อมสภาพจากการปลูกยูคาลิปตัสมานาน จึงสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงวัว ในระยะแรกได้รับการสนับสนุนแม่พันธุ์วัวจากกรม ปศุสัตว์ 245 ตัว เพื่อให้เกษตรกรนำมาขยายพันธุ์ แต่การเลี้ยงวัวเป็นการสร้างรายได้ในระยะยาว ดังนั้น การส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรจึงมีทั้งอาชีพที่สร้างรายได้ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และราย 6 เดือน เช่น การปลูกพืชผักสวนครัว ซึ่งนอกจากจะปลูกในพื้นที่อยู่อาศัยของเกษตรกรแล้ว ยังส่งเสริมให้ปลูกในแปลงรวม เป็นการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน ขณะนี้พืชผักปลอดสารเคมีของชุมชนได้รับความสนใจ และมีการส่งไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ เช่น ท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต  และตั้งเป้าว่าในปี 2562 จะขอการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic Thailand จากกรมวิชาการเกษตร นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เพาะเห็ด เลี้ยงไก่ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เลี้ยงกบ และปลาดุก จากการเก็บตัวเลขรายได้จากบัญชีครัวเรือนในปี 2560 ซึ่งเป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มทำการเกษตร ผลผลิตยังได้ไม่เต็มที่ เกษตรกรจึงยังมีรายได้ไม่มากนัก คือประมาณ 3,000-7,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้อีกส่วนหนึ่งมาจากการออกไปรับจ้างในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ถึงกระนั้น เกษตรกรก็ยังสามารถดำชีพได้เพราะมีผลผลิตที่ปลูกและเลี้ยงในครัวเรือน ที่สามารถนำมาบริโภคได้

รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ในส่วนของสหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด ที่เกษตรกรร่วมกันตั้งขึ้น ก็มีความเข้มแข็งเพราะทุกคนให้ความร่วมมือ มีกิจกรรมสร้างรายได้จากรวบรวมผลผลิตพืชผักจากสมาชิกเพื่อจำหน่าย รวบรวมมูลวัวเพื่อขายเป็นปุ๋ย ฯ จากการปิดงบบัญชีในปี 2560 ปรากฏว่าสหกรณ์มีผลกำไรถึง 50,000 บาท สำหรับทิศทางในอนาคตสมาชิกในชุมชนมีเป้าหมายที่จะทำให้ชุมชนเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ ทำโฮมสเตย์เพื่อส่งเสริมการเกษตรเชิงท่องเที่ยว และได้มีการทดลองทำบ้านดินขึ้นมาเป็นตัวอย่างแล้ว ขณะนี้ระบบน้ำในชุมชนมีเพียงพอให้เกษตรกรใช้ทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เชื่อว่าภายในระยะเวลา 2-3 ปี เกษตรกรจะมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง

Advertisement