รองนายกฯ “สมคิด” ประกาศรัฐบาลเดินเครื่องหนุน TCEB จัดทัพอุตสาหกรรมไมซ์ดันไทยขึ้นผู้นำเอเชีย ฉวยจังหวะใช้ 4 ปัจจัยมาแรง “เศรษฐกิจฟื้นตัว-One Belt One Road จีนติดเทอร์โบไทยเป็นฮับการค้า/การลงทุน-การรีฟอร์มภาครัฐลงตัว-ไทยวางบทบาทการเมืองระหว่างประเทศให้เป็นที่รักของทั่วโลก” ทางด้าน “อรรชกา สีบุญเรือง” ประธานประกาศปฎิรูปแบรนด์ครั้งใหญ่ภายใต้ 4 ภารกิจท้าทาย ลั่นปี’62 เตรียมโกยเงินไมซ์กระจายสู่ทั่วไทย 2.28 แสนล้านบาท ส่วน “ผอ.จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” ดึงงานอินเตอร์แห่จัดในไทย ก.ย.-ธ.ค.นี้ 7 งาน กว่า 1 แสนคน
ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการเปิดงาน Thailand MICE Forum 2018 และองค์ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ประเทศไทย แรงขับเคลื่อนใหม่แห่งเศรษฐกิจเอเชีย-Thailand the New Driving Force of Asian Economic” เปิดเผยว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB/สสปน.” โดยได้เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2547 กระทั่งปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 15 เพื่อโปรโมตการไทยให้เป็นศูนย์กลางพัฒนาตลาดเชิงเศรษฐกิจและธุรกิจ ปี 2561 เป็นต้นไปสถานการณ์โดยภาพรวมเป็นจังหวะก้าวเข้าสู่บทบาทการทำงานเชิงรุก โดยมี 4 ปัจจัยหนุนอย่างเต็มที่ประกอบด้วย
1.เศรษฐกิจภาพรวมภายในประเทศฟื้นตัวเชิงบวกต่อเนื่องติดต่อกัน
2.ไทยมีศักยภาพความพร้อมเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการค้าในจังหวะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศทำเมกะโปรเจ็กต์ One Belt One Road จากจีนไล่เรียงลงไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ผนวกกับอาเซียนเดินหน้าข้อตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP
3.การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของรัฐบาลภายใต้การรีฟอร์มนโยบายเต็มรูปแบบภายในประเทศ ทั้ง ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) ซึ่งจะเป็นพอร์ตสำคัญอย่างยิ่งโดดเด่นสุดของอาเซียน เป็นประตูการนำเข้าส่งออกสินค้าให้กับกลุ่มประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เวียดนาม ไทย (CLMVT) ด้วย หากทำสำเร็จบุกเบิกให้เกิดก่อนจะเป็นแหล่งผลิต ศูนย์กลางการกระจายสินค้าสู่ตลาดโลก ซึ่งจะเป็นการต่อยอดอีสเทิร์น ซีบอร์ด ท่าเรือแหลมฉบัง ของไทย รวมถึงเป็นแหล่งพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งหมด เริ่มจากเกษตรแปรรูป ไบโออีโคมี ผลิตแล้วมีคุณค่าและนวัตกรรม หรือผลิตรถยนต์ เคมีคอลชั้นสูง ไบโอเทค และอีกมากมาย เรื่อยไปจนถึงโครงการเปิดเส้นทาง 2 ฝั่งทะเล อ่าวไทย-อันดามัน จากเพชรบุรีไปจนถึงระนอง ซึ่งจะแจ้งเกิดการขยายฐานอุตสาหกรรมใหม่ และไทยยังเป็นประเทศก้าวไปสู่อุตสาหกรรมบริการเรียบร้อยแล้ว เห็นได้จากการท่องเที่ยวทำรายได้คิดเป็น 20% ของจีดีพีเรียบร้อยแล้ว
4.บทบาทการเมืองระหว่างประเทศของไทย ที่จะต้องทำตนเองให้มีความสำคัญต่อโลกในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยง หรือ Connectivity HUBอาเซียน เอเชีย และทวีปอื่นๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ขณะนี้การเมืองโลกยอมรับ มีความสัมพันธ์ดีเลิศกับสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ประเทศเพื่อนบ้าน ปี 2562 ไทยได้รับมอบหมายให้เป็นประธานอาเซียน บวกกับจะมีการเลือกตั้ง ยิ่งตอกย้ำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างดีแน่นอน
ดร.สมคิดย้ำว่า TCEB/สสปน.ต้องแสดงบทบาทผู้นำทำให้ไมซ์เป็นอุตสาหกรรมดึงดูดนักลงทุน อุตสาหกรรมใหม่ๆ สร้างกิจกรรมในเมืองหลัก เมืองรอง โดยขอให้ทุกฝ่ายคิดเชิงบวกแล้วโอกาสจะเข้ามาทันที ร่วมมือกันเปิดแนวรุกทางการตลาด รัฐบาลชุดนี้พร้อมสนับสนุนเต็มที่โดยมีภาคเอกชนทุกส่วนทั้งสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆ ได้รับนโยบายให้ช่วยอุตสาหกรรมไมซ์ผงาดขึ้นในเวทีอาเซียน เอเชีย และระดับโลก
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ เปิดเผยว่า TCEB ได้ใช้โอกาสการจัดงาน Thailand MICE Forum 2018 ยกระดับแบรนด์ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ของโลกยุค 4.0 โดยการเดินหน้าภายใต้ 4 ภารกิจท้าทาย ประกอบด้วย
1.วางตำแหน่งของอุตสาหกรรมไมซ์ (Positioning & Ranking) ปีนี้ไมซ์ไทยติดอันดับ 6 ของเอเชีย ภายในแผน 5 ปีหน้า เริ่มตั้งแต่ปี 2565 จะผลักดันขึ้นอันดับ 4 เอเชีย โดยทำงานเชิงรุกหนักด้านประมูลสิทธิการเป็นเจ้าภาพนำงานระดับนานาชาติมาจัดในไทย ทั้งทางด้านการลงทุน นวัตกรรม อุตสาหกรรม S-CURV ศิลปะดนตรี และอื่นๆ
2.เป็นผู้นำเทรนด์ไมซ์ โดยกลยุทธ์สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กลุ่มผู้เข้าร่วมงาน ผสมผสานผลิตภัณฑ์ภายในประเทศด้วยการสร้างหัวข้อทางธุรกิจและการสร้างแบรนด์ และเข้าถึงความพึงพอใจของลูกค้าไมซ์ทุกกลุ่ม
3.การสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐเพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการเดินหน้านโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากทั่วโลกเข้ามาสร้างความคึกคักในประเทศ รวมถึงการเพิ่มกิจกรรมไมซ์ในภูมิภาคทั้งอาเซียนและเอเชีย
4.กระตุ้นภาครัฐให้กระตือรือร้นในการปรับปรุงกฎกมายให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อสร้างระบบเชื่อมโยงการเข้าถึงไมซ์ได้แบบครบวงจร
ดร.อรรชกา ระบุผลการดำเนินงานของ สสปน./TCEB ไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2561 ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์สร้างรายได้เข้าประเทศกระจายสู่ท้องถิ่นมูลค่ารวม 154,779 ล้านบาท แบ่งเป็น ตลาดต่างประเทศ 68,898 ล้านบาท ตลาดในประเทศ 85,881 ล้านบาท มีจำนวนรวม 25.29 ล้านคน แบ่งเป็น ต่างประเทศ 9.10 แสนคน ในประเทศ 24.38 ล้านคน ปีงบประมาณ 2562 ตั้งเป้าจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 228,627 ล้านบาท แบ่งเป็น ตลาดต่างประเทศ 130,200 ล้านบาท ในประเทศ 98,427 ล้านบาท จากจำนวนรวม 40.356 ล้านคน แบ่งเป็น ต่างประเทศ 1.419 ล้านคน ในประเทศ 38.936 ล้านคน
ขณะที่การดำเนินงานตลอด 13 ปีที่ผ่านมา TCEB ได้นำงานไมซ์จากทั่วโลกเข้ามาจัดในไทยกว่า 300 งาน และสนับสนุนการจัดงานในและต่างประเทศกว่า 5,000 งาน สร้างรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท
ล่าสุดปี 2560 TCEB ร่วมกับผู้ประกอบการไมซ์ได้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในหลากหลายช่องทาง ซึ่งก่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินกว่า 231,200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ประชาชาติมูลค่าปีละประมาณ 173,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) และภาษีที่จัดเก็บจากธุรกิจไมซ์เข้ารัฐประมาณ 21,600 ล้านบาท สามารถจ้างงานได้ถึง 167,300 คน
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สสปน./TCEB กล่าวว่า วางกลยุทธ์เตรียมนำงานไมซ์ระดับนานาชาติเข้ามาจัดในไทยอีกเป็นจำนวนมากไฮไลต์คือการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงาน Air Show ขานรับนโยบายของรัฐบาลในโครงการ EEC ที่ได้ลงทุนขยายสนามบินอู่ตะเภา ชลบุรี เป็นศูนย์กลางการบินชายทะเลตะวันออกเชื่อมโยงกัน 3 สนามกับอีก 2 สนามบินของกรุงเทพฯ คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง อยู่ระหว่างก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ระบบรถไฟรางคู่และความเร็วสูง
ช่วงกันยายน-ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป ได้นำงานไมซ์เข้ามาจัดในไทย 7 งานระดับโลก ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 100,000 คน ประกอบด้วย 1.งานอุตสาหกรรมการแพทย์ เช่น Thailand Lab International 2018 ระหว่าง 12-14 กันยายน นี้ จัดในกรุงเทพฯ จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 9,000 คน 2.งานอุตสาหกรรมดิจิตอล ระดับโลก CEBIT ASEAN Thailand 2018 จัดเป็นครั้งแรกในไทย ระหว่าง 18-20 ตุลาคม นี้ ที่กรุงเทพฯ จะมีผู้เข้าร่วมกว่า 11,450 คน 3.งานอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรมหรือ Robotics คือ WRO-World Robot Olympiad 2018 ระหว่าง 16-18 พฤศจิกายน นี้ ที่เชียงใหม่ จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน 4.งานอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ จะจัดงานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมพลังงานเพื่ออนาคตแห่งเอเชีย – Future Energy Asia 2018 ระหว่าง 12-14 ธันวาคม นี้ คาดจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 8,800 คน
โดยไฮไลต์ปี 2561 อีก 3 งาน ได้แก่ 1.เทศกาลปั่นจักรยานระดับ L’Etape Thailand by Le Tour de France ระหว่าง 19-21 ตุลาคม นี้ จะมีผู้เข้าร่วมกว่า 20,000 คน 2.งานประชุมนานาชาติ PATA Destination Marketing Forum 2018 ระหว่าง 28-30 พฤศจิกายน นี้ ที่เชียงใหม่ องค์กรทั่วโลกจะเดินทางมาร่วมงาน 300 คน 3.งานเทศกาลไหมสากล ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่นประจำปี 2561 ระหว่าง 29 พฤศจิกายน -10 ธันวาคม นี้
ส่วนปี 2562 เบื้องต้น จะมี 2 งานแรก ได้แก่ 1.งานประชุม SITE Global Conference 2019 ระหว่าง 11-13 มกราคม 2562 โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประมูลสิทธิ์ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานนนี้ ขึ้นที่โรงแรมแชงกรี-ลา คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 400 คน และ 2.งานประชุมประจำปี 86th UFI Globol Congress 2019 ระหว่าง 6-9 พฤศจิกายน 2562 เป็นไมซ์รายการใหญ่สุดของกลุ่มแสดงสินค้า (Exhibition) จัดที่ไอคอน สยาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 450 คน
ทั้งนี้ในระหว่างการจัดงานประจำปี Thailand MICE Forum 2018 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 สสปน./TCEB ได้จัดกิจกรรมหลัก ๆ รวมอยู่ด้วย คือ 1.ลงเอ็มโอยูร่วมกับ 11 องค์กรเอกชนร่วมทำงานในศูนย์ MTEX-Empower Thailand Exhibttion ขับเคลื่อนการจัดอุตสาหกรรม 4.0 ผ่านการจัดแสดงสินค้า และ 2.สัมมนาในหัวข้อ The Future of the Business Events Industry และ A New Era of MICE Innovation โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วประเทศในไทยได้เข้าร่วมรับฟังพร้อมแลกเปลี่ยนความเห็น หลังจากได้ฟังทีเส็บเปิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์แบบครบวงจร และทุกภาคส่วนจะได้มีส่วนร่วมสนับสนุนส่งเสริมการทำงานร่วมกันต่อไปในปี 2562 ที่จะทำให้รายได้ไมซ์ของประเทศเติบโตเข้าเป้า 228,672 ล้านบาท

