นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ซึ่ง สศก. ได้เข้าร่วมประชุมเชิงวิชาการในช่วง “สัปดาห์ความมั่นคงอาหารเอเปค (Food Security Week)” เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ณ กรุงพอร์ตมอร์สบี รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี ซึ่งประกอบด้วยการประชุมด้านต่างๆ ได้แก่ 1) การประชุมคณะทำงานว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตร 2) การประชุมหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านความมั่นคงอาหาร 3) การประชุมเชิงนโยบายในหัวข้อ Policy Dialogue on Women in Agriculture and Fisheries เพื่อหารือแนวทางในการพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมบทบาทของสตรีในภาคการเกษตรและประมง และ 4) การประชุม Enhancing Market Entry for MSMEs including Micro, Small and Medium Holders เพื่อหารือถึงแนวทางในการเพิ่มช่องทางเข้าถึงตลาดของผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย

ทั้งนี้ ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเพิ่มบทบาทของสตรีในภาคการเกษตรและอาหาร โดยมีข้อเสนอแนวทางสำคัญๆ เช่น การกำหนดนโยบายภาครัฐเพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทนำในสังคมและชุมชน การเพิ่มขีดความสามารถของสตรีด้านองค์ความรู้ที่จำเป็นด้านการเกษตรและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมให้สตรีมีความเป็นผู้นำและบทบาทในการตัดสินใจ ในส่วนของการประชุมด้านหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านความมั่นคงอาหาร นับเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงอาหารของภูมิภาค ซึ่ง สศก. ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงการดำเนินการด้านความมั่นคงอาหารของไทย โดยยกตัวอย่างนโยบายตลาดนำการผลิตของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นแนวคิดการบริหารจัดการสินค้าเกษตรในรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
นอกจากนี้ ได้นำเสนอถึงการดำเนินการของกรอบยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารของประเทศไทย โดยยกตัวอย่าง โครงการ “ปลูก ขาย ใช้” สินค้าเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่โรงพยาบาล ร่วมด้วยผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้นำเสนอผลสำเร็จของการดำเนินโครงการร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การดำเนินงานในเรื่องป่าชุมชนของจังหวัดสกลนคร โครงการเลี้ยงปลาในบ่อบำบัด โดยการใช้ระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อลดมลพิษของการเลี้ยงปลาในกระชัง และเทคนิคการปลูกข้าวใช้น้ำน้อย ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนและเพิ่มผลผลิต

