ภารกิจของ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ช่วงโค้งสุดท้ายปีงบประมาณ 2561 เดือนกันยายนนี้ ได้ทำงานตอบโจทก์รัฐบาล “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” และ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ในการนำรายได้ท่องเที่ยวเข้ารวมกว่า 2.99 ล้านล้านบาท เพิ่มเฉลี่ย 8% สร้างความสำเร็จให้ประเทศไทยกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนท้องถิ่นด้วยการขับเคลื่อนตามกลยุทธ์เชิงรุกที่วางไว้ทั้งตลาดในและต่างประเทศ 7 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย
“ตลาดต่างประเทศ” เร่งสร้างรายได้ให้เป็นไปตามเป้า 1,974,280 ล้านบาท ภายใต้ 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ท่องเที่ยวสู่การเป็น Prefered Destination 2.กระตุ้นการใช้จ่ายและขยายฐานกลุ่มตลาดระดับกลาง-บน 3.ขยายฐานตลาดกลุ่มความสนใจพิเศษ
“ตลาดในประเทศ” เร่งสร้างรายได้ให้เป็นไปตามเป้า 1,016,500 ล้านบาท ภายใต้ 4 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.กระตุ้นการจ่ายของนักท่องเทียวกระแสหลัก 2.ขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ 3.กระจายพื้นที่และช่วงเวลาการท่องเที่ยว 4.สร้างความเข้มแข็งให้สังคมและสิ่งแวดล้อม
ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.เปิดเผยว่า ตลอดปีงบประมาณ 2561ระหว่างตุลาคม 2560-กันยายน 2561 ได้ทำงานเชิงบูรณาการทั้งภายในและนอกองค์กรกับภาครัฐ เอกชน ในและต่างประเทศ เพื่อนำรายได้จากการท่องเที่ยวกระจายสู่ชุมชนท้องถิ่น 55 เมืองรอง 22 เมืองหลัก ให้ได้ตามเป้าหมาย สถิติ 7 เดือนแรกปีนี้ ทำได้แล้วรวมกว่า 1.69 ล้านล้านบาท ระหว่างมกราคม-กรกฎาคม 2561 มี “ต่างชาติ” เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย ทำเงินได้ถึง 1.18 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.44% สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้เพียง 8% จากจำนวนนักท่องเที่ยว 22.657 ล้านคน ส่วน “คนไทย” เที่ยวในประเทศ 6 เดือนแรกปีนี้ ระหว่างมกราคม-มิถุนายน 2561 ทำได้ 5.193 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.44 % จากจำนวนนักท่องเที่ยว 77.837 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 6.96%
อีกทั้งยังได้กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ช่วงที่ผ่านมาจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงครึ่งปีแรกมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าสู่เมืองรองแล้วกว่า 40 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 10% พื้นที่ดาวรุ่งมาแรงหลักๆ ได้แก่ สตูล จันทบุรี ระยอง ประการสำคัญสุดแรงกระตุ้นจากมาตรการนำค่าใช้จ่ายเที่ยวเมืองรองปีละ 15,000 บาท ไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา สร้างแรงจูงใจให้คนออกมาเดินทางเที่ยวสู่เมืองรองมากขึ้น
ททท.มุ่งผลักดันให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในด้านหลักๆ คือ 1.เมื่อพัฒนาแล้วจะต้องไม่ส่งผลกระทบเชิงลบหลังเข้าไปส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ขณะนี้คนส่วนใหญ่หันมาสร้างกระแสเที่ยวเมืองรอง 2.การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว รวมทั้งขับเคลื่อนโครงการทางสังคมหรือซีเอสอาร์ด้วยโปรเจ็กต์ “ลด โลก เลอะ” ด้วยปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้นทั้งบนบกและทะเล ทำให้สัตว์น้ำเสียชีวิตจากพลาสติก ททท.ได้นำร่องประกาศปฏิญญาลดโลกเลอะรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนลดใช้พลาสติกในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเหลือ 50% ภายในปี 2563
ปี 2562 ททท.เริ่มตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ททท.จะเดินหน้าบทบาทใหม่ทำการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบแบบจริงจังเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยจะร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องและทุกคนในห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เห็นถึงการได้รับประโยชน์ร่วมจากสิ่งที่ได้ทำ รวมถึงเจ้าของทรัพยากรในชุมชนได้ผลดีด้วย ดังนั้น ททท.จึงอาสานำธงปลุกกระแสการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ทำให้เกิด 3 ส่วนตามมาคือ สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เติบโตดีขึ้นตามไปด้วย
ดร.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ปี 2562 หลายภาคส่วนสนับสนุนการเปิดสำนักงาน ททท.ภายในประเทศให้ครบทุกจังหวัดในฐานะผู้นำการตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพท่องเที่ยวช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ประเมินสถานการณ์แล้วมีประมาณ 40 สำนักงาน ก็เพียงพอที่จะดูแลทั้ง 76 จังหวัดได้ ขณะนี้ทยอยเปิดเพิ่มใหม่แล้ว 5 แห่ง ได้แก่ บุรีรัมย์ ต้อนรับโมโตจีพี จันทบุรี เชื่อมโยงระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) สตูล ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโก้ให้เป็นเมืองจีโอปาร์คระดับนานาชาติ รวมถึงสำนักงานน่าน และราชบุรี
สาเหตุที่ไม่จำเป็นจะต้องมีสำนักงาน ททท.ครบทุกจังหวัด ก็เพราะอาจจะแย่งชิงนักท่องเที่ยวกันเกิดขึ้น จึงควรจะรักษาความสมดุลตลาดปัจจุบันไว้ แล้วให้สำนักงานที่มีอยู่สามารถทำงานโดยสร้างความพึงพอใจให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
ขณะที่การเตรียมจัดมหกรรมใหญ่แห่งปี “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2562” กำหนดจัดช่วงมกราคมของทุกปี ขณะนี้เริ่มวางแผนระดมสินค้าไฮไลต์มานำเสนอในสวนลุมพินีจาก 5 ภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้าน สินค้าโอท็อปต่างๆ
ปี 2562 ต้องเลือกจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยตั้งแต่ต้นปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศเดินทางท่องเที่ยวในช่วง 11 เดือนข้างหน้าตลอดทั้งปี ตั้งเป้าชูเนื้อหาท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น นำเสนอโปรดักซ์ท่องเที่ยวที่นำมาโชว์ในงานแล้วจะต้องดึงดูดความสนใจให้คนเดินทางไปเที่ยวพื้นที่จริงในบรรยากาศของเมืองนั้นๆ
สิ่งที่ ททท.ต้องทำให้มากกว่าหน่วยงานอื่นคือ เน้นบรรยากาศให้เกิดแรงบันดาลใจชวนคนสนใจวางแผนไปเที่ยวพื้นที่จริง ภายในงานอาจจะต้องสื่อด้วยภาษาเมืองของแต่ละภาค หรือขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ขาย การแสดงวัฒนธรรมบนเวทีย่อยและใหญ่ พูดภาษาถิ่นปลุกกระแสอย่างจริงจัง
สำหรับเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2562 มีข่าวดีเพิ่ม เพราะทางพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร เห็นด้วยในหลักการที่จะให้นำแพกเกจท่องเที่ยวมาจำหน่ายภายในงานได้ โดยจะรายละเอียดอีกครั้งเรื่องระเบียบการใช้พื้นที่สวนสาธารณะ ซึ่งตอนนี้กฎต่างๆ ได้รับการผ่อนคลายลงแล้ว เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวซื้อขายแพกเกจท่องเที่ยว สร้างสีสันให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นต่อไป
ดร.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า การเดินหน้าขยายการเติบโตทางการตลาดตามปีงบประมาณ 2562 เริ่ม 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 ททท.ตั้งเป้าทำรายได้รวม 3.41 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.5% จากตลาดต่างประเทศ 2.29 ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยว 37 ล้านคน ตลาดในประเทศ 1.12 ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยว 169 ล้านคน-ครั้ง
จากการเดินหน้า 13 กลยุทธ์ ได้แก่ แผนพัฒนาสินค้า 3 กลยุทธ์ การทำตลาดในประเทศ 5 กลยุทธ์ และตลาดต่างประเทศ 5 กลยุทธ์ ดังนี้
“วางแผนส่งเสริมพัฒนาสินค้า” การท่องเที่ยว 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.Go Thailness สร้างสรรค์สินค้าและบริการบนพื้นฐานวิถีไทย 2.Go Sustainable มุ่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่สากลอย่างยั่งยืนบนความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และ 3.Go Ecofriendly สร้างนักท่องเที่ยวเป็นมิตรและรับผิดชอบต่อทุกๆ การเดินทาง
ทำเชิงรุก “ตลาดในประเทศ” จะขับเคลื่อนด้วย 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.Go Creative ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองหลักเมืองรอง 2.Go more Stories นำเรื่องราวเล่าถึงการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น 3.Go Equality ปรับสมดุลการท่องเที่ยวในเชิงพื้นที่และเวลาให้สอดคล้องกัน 4.Go Tourism for all สร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งของนักท่องเที่ยวทุกคน 5.Go together บูรณาการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกองค์กร
บุกทำ “ตลาดต่างประเทศ” จะเร่งใช้ 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.Go High – เน้นการเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวต่อคน 2.Go for New Customers – มุ่งหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 3.Go Local มุ่งกระจายตัวนักท่องเที่ยวสู่ 55 เมืองรอง 4.Go Low Season กระตุ้นต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูเดินทาง 5.Go Digital นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทำการตลาดเชิงรุกมากยิ่งขึ้นไป
ตลอดปี 2561 ททท.นำความสำเร็จมาสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำรายได้เติบโตกระจายสู่ชุมชนทั่วประเทศอย่างเข้มแข็ง ปี 2562 พร้อมชูธงปลุกเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างมั่นคง ยั่งยืน
เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : บล็อกเกอร์ –gurutourza

