การเล่นของเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะนอกจากจะเพลิดเพลินและเกิดการเรียนรู้ขณะเล่น เด็กยังได้รับการพัฒนาทักษะการคิด ตัดสินใจ การแก้ปัญหาต่างๆ ตลอดจนทักษะภาษา อารมณ์ สังคม พื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ นอกจากนี้การเล่นยังช่วยลดแรงเสียดทานจากความเครียดที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เร็วๆนี้ American Academy of Pediatrics (AAP) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องการเล่นของเด็ก ที่กุมารแพทย์ควรมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถใช้เป็นแนวทางในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพเด็ก แนวทางดังกล่าวมีงานวิชาการสนับสนุนจำนวนมาก ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการนำมาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการปฐมวัยของประเทศไทยขณะนี้
ใครๆ ก็เคยผ่านช่วงวัยเด็กมาก่อน และน่าจะจดจำความสนุกสนานที่เกิดขึ้นบางช่วงบางตอนได้ เมื่อค่อยๆเติบโตขึ้นและเริ่มมีภาระที่เป็นเรื่องจริงจังและน่าเบื่อในบางครั้ง ก็อาจทำให้ลืมไปว่าชีวิตเคยมีความสนุกสนานรื่นเริงจากการเล่นมาก่อน มีงานวิจัยสนับสนุนว่าความสำเร็จในชีวิตของผู้ใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นผลที่เกิดจากประสบการณ์การเล่นในช่วงวัยเด็ก และด้วยความก้าวหน้าของการศึกษาวิจัยของสมองก็พบว่า สมองหลายส่วนได้รับการพัฒนาผ่านการเล่น
แม้การศึกษาวิจัยส่วนมากจะเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลองที่พบว่า การเล่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและการทำงานของสมอง แต่เมื่อนำมาเทียบเคียงกับการสังเกตและศึกษาวิจัยด้านพฤติกรรมทั้งในสัตว์ทดลองและคน ก็พบความสอดคล้องกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าการเล่นจะช่วยปรับเปลี่ยนการพัฒนาสมองของเด็ก เป็นที่ทราบกันดีว่าสมองของเด็กช่วงปฐมวัย (ประมาณ 8 ปีแรกของชีวิต) มีการเติบโตและพัฒนาสูงมาก ร่วมกับผลการศึกษาติดตามระยะยาว พบว่า หากได้รับการดูแลและส่งเสริมอย่างเหมาะสมในช่วงปฐมวัย เด็กจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีปัญหาต่างๆลดลง หลายประเทศทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาเด็กช่วงปฐมวัย

การเล่นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาให้เด็กมีความพร้อมต่อการเป็นคนที่มีคุณภาพในยุคปัจจุบันและอนาคต ประโยชน์ของการเล่นสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ได้แก่
- ส่งเสริมการพัฒนาด้านร่างกาย (physical development) และสุขภาพ เด็กเล็กๆมักมีการเคลื่อนไหวของร่างกายมาก และค่อยๆลดลงเมื่อเติบโตขึ้น ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของพัฒนาการของสมอง เมื่อคลานหรือเดินเองได้ เด็กก็จะมุ่งไปหาสิ่งที่สนใจ อยากทำในสิ่งที่เห็นคนอื่นทำ และทำด้วยความอยากรู้อยากเห็น กิจกรรมต่างๆเหล่านี้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากตัวเด็กเอง ถ้าสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับพัฒนาการ เด็กจะมีความสุข สนุกสนานกับการทดลองและเรียนรู้ ตลอดจนส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง หากมีความถนัดและได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เด็กก็จะมีโอกาสพัฒนาต่อไปเป็นนักกีฬา หรือพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายในด้านอื่นๆ
- ส่งเสริมการพัฒนาด้านอารมณ์ สังคม และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูในช่วงวัยทารก ทั้งที่เป็นการเลียนแบบสีหน้าท่าทาง หรือการเล่นจ๊ะเอ๋ เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นเพื่อส่งเสริมทักษะด้านอารมณ์และสังคม หลังจากนั้นการเล่นกับเพื่อนๆหรือเด็กวัยใกล้เคียงกัน จะช่วยให้เกิดการพัฒนาทักษะที่ซับซ้อนขึ้น รวมถึงการเรียนรู้กฎกติกา การต่อรอง และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
- ส่งเสริมทักษะด้านภาษา การสื่อสาร ถ้าสังเกตเด็กเล็กๆช่วงระหว่างการเล่นอย่างสนุกสนาน จะได้ยินเด็กทำเสียงหรือพูดคุย มากกว่าการมีคนไปชวนคุยเฉยๆ บ่อยครั้งที่เราจะสังเกตเห็นเด็กในช่วงประมาณอายุ 3-4 ปีเล่นสมมติ พูดคุยระหว่างเล่นของเล่น หรือคุยกับเพื่อนในจินตนาการ เมื่อเล่นกับเพื่อนๆ เด็กจะเรียนรู้การพูดคุยสื่อสารจากเด็กอื่น และร่วมกันแก้ปัญหาหรือความขัดแย้งผ่านการสื่อสาร
- ส่งเสริมทักษะด้านการจัดการ (executive function) ที่เป็นการทำงานของสมองส่วนหน้า ที่ประกอบด้วยการรู้จักยับยั้งและควบคุมตนเอง ความยืดหยุ่นของทักษะการแก้ปัญหา(สติปัญญา) และความจำขณะใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ให้ความสำคัญกับทักษะการเรียนรู้ มากกว่าเนื้อหาที่ต้องจดจำ ในยุคที่คนส่วนมากสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ใกล้เคียงกัน คนที่มีทักษะการเรียนรู้ หรือวิธีการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับความถนัดของตนเอง และสอดคล้องกับสถานการณ์หรือบริบท จะทำให้เรียนรู้ได้เร็ว และอาจกำหนดเป้าหมายในชีวิตได้ชัดเจนเร็วกว่าคนอื่นๆ
- ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะต่างๆผ่านกิจกรรมการเล่นที่หลากหลาย มีการศึกษาพบว่าการเล่นยังช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัยได้ด้วย
- ช่วยรองรับความเครียดต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ทั้งกับเด็ก และผู้ใหญ่ที่เล่นกับเด็ก

การเล่นจะทำให้เกิดประโยชน์ต่างๆดังกล่าวข้างต้นได้ ต้องมีองค์ประกอบที่เหมาะสม และที่สำคัญมากที่สุด คือ ต้องมีผู้ใหญ่ที่เข้าใจ ดูแลและให้การส่งเสริมอย่างเหมาะสม ไม่ช่วยเด็กมากเกินไปขณะเล่นด้วยกัน รู้ว่าเด็กควรมีโอกาสเล่นแบบมีความเสี่ยงเล็กน้อยอย่างพอเหมาะ หรือมีความท้าทายในระดับใด การมีปฏิสัมพันธ์กับคนหรือเพื่อนที่เล่นด้วย เป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาทักษะหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ การเล่นอย่างอิสระของเด็กยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ได้ค้นหาความถนัดหรือศักยภาพผ่านกิจกรรมการเล่นที่ตนเองสนใจ
ความสำเร็จของคนในปัจจุบันและอนาคตมีแนวโน้มที่จะแตกต่างจากอดีตอย่างมาก อาชีพจำนวนหนึ่งค่อยๆลดลงหรือหายไปอย่างรวดเร็ว และมีอาชีพใหม่ๆที่ผู้ใหญ่ในอดีตคิดไม่ถึงเกิดขึ้นมากมาย โอกาสใหม่ๆเหล่านี้อาจไม่ต้องการขั้นตอนการเรียนรู้เช่นเดียวกับแบบแผนเดิมๆในอดีต เด็กวัยประถมที่เคยเล่นกับตุ๊กตาแล้วหันมาสนใจการแต่งหน้า สามารถศึกษาเรียนรู้การแต่งหน้าจากสื่อผ่านคอมพิวเตอร์ และได้รับการส่งเสริมจากครอบครัว สามารถไปร่วมงาน fashion week ในต่างประเทศ
การส่งเสริมการเล่นอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำเป็นเรื่องเล่นๆ ทำได้หลายระดับ
- ระดับครอบครัว ทุกครอบครัวที่มีเด็กๆในความดูแล ควรให้ความสำคัญกับการเล่น เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็ก สมาชิกของครอบครัวที่เล่นกับเด็กก็จะได้รับประโยชน์ด้วย หาเวลาเล่นด้วยกัน เล่นอะไรก็ได้ที่ทุกคนรู้สึกทำแล้วมีความสุข ไม่จำเป็นต้องมีของเล่นแพง
- ระดับชุมชน ทุกชุมชน หรือทุกศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตลอดจนโรงเรียน ควรต้องมีสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย สภาพแวดล้อมในชนบทยังมีพื้นที่ค่อนข้างมาก แต่มักขาดการจัดการเรื่องความปลอดภัย และการสร้างสรรค์พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ ขณะที่ในเขตเมืองมักมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ แต่หากมีการจัดสรรและจัดการ ก็อาจทำให้พื้นที่เล็กๆเป็นพื้นที่เล่นสำหรับเด็กได้
- ระดับนโยบาย ในปีพ.ศ.2560 สมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้มีมติให้การพัฒนาพื้นที่เล่นสร้างเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยและวัยประถมศึกษา เป็นประเด็นหลักหนึ่งในการขับเคลื่อน แต่น่าจะยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน แม้ประเทศไทยจะมีหน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัยมายาวนาน แต่เรื่องการเล่นของเด็กๆที่เป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาเด็ก ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอย่างจริงจัง การเล่นของเด็กถูกละเลยให้เป็นเรื่องตามยถากรรม เด็กในครอบครัวที่มีโอกาส จะได้รับประสบการณ์การเล่นที่จัดโดยครอบครัว โรงเรียน ซึ่งเข้าใจและเห็นความสำคัญ ขณะที่เด็กในกลุ่มด้อยโอกาสมักถูกปล่อยให้เล่นตามยถากรรม หากมีอุบัติเหตุ ก็อาจพิการหรือตายได้ โดยรวมพื้นที่เล่นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสังคมไทยยังมีจำนวนน้อยมาก
รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย รวมถึงยุคปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ มีความพยายามที่จะดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จน้อย ต่างจากการลงทุนด้านโครงสร้างที่มีรูปธรรมความสำเร็จอย่างชัดเจน ถ้าประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาโครงสร้างทางสังคมผ่านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดีขึ้นได้ ความเจริญด้านโครงสร้างทางกายภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่มีโอกาสเพียงจำนวนหนึ่ง หรือกลายเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับคนต่างชาติที่หาโอกาสมาลงทุน และคนไทยส่วนใหญ่เป็นแค่เพียงแรงงานที่คอยสนับสนุนความสำเร็จของคนกลุ่มดังกล่าว
การมีกฎหมายเพื่อรองรับการพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นการให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของชีวิต ที่สากลยอมรับว่ามีความคุ้มค่าต่อการลงทุนสูงที่สุด แม้การมีกฎหมายจะไม่สามารถรับประกันความสำเร็จในทุกเรื่อง แต่เป็นย่างก้าวแรกของระดับนโยบายที่จะสื่อสารให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ความสำเร็จของเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนและทุกคนในสังคมที่จะต้องร่วมด้วยช่วยกัน
หากพิจารณาถึงรากฐานของสังคมไทยที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน การพัฒนาคนไทยที่มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างมาก การใช้หลักวิชาหรือหลักการของสังคมอื่นที่ดูจริงจังเป็นระบบอาจไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย การนำเรื่องเล่นมาเป็นประเด็นหลักเริ่มต้นในการพัฒนาเด็กๆ น่าจะได้รับการยอมรับและทำให้เกิดการมีส่วนร่วมได้ง่าย แต่ทั้งนี้ต้องทำเรื่อง “เล่น” อย่างสนุกสนานและเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่ทำเล่นๆ

ขอบคุณบทความดีๆ จาก รศ.ผญ.นิชรา เรืองดารกานนท์ กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และอนุกรรมการเด็กเล็กในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือ แนวแนะวิธีการเลี้ยงดู ดูแล และพัฒนาเด็กปฐมวัยตามสมรรถนะของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หรือติดตามความเคลื่อนไหวทางการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ที่ www.onec.go.th และ Facebook : เด็กไทยในฝันโดยสภาการศึกษา

