สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ ‘ทิพยประกันภัย’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีนายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการบริษัท ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ คณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหารและพนักงานบริษัท พร้อมแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมากมาย เข้าเฝ้ารับเสด็จ

โอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานสัมโมทนียกถาความตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนพุทธบริษัทไว้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย จงเห็นความวิวาทเป็นภัย และความไม่วิวาทเป็นความปลอดภัย แล้วเป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด ธรรมดาของการอยู่ร่วมกัน หรือทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ บุคคลย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ตามพื้นฐานจิตใจ แนวคิด ทฤษฎี และประสบการณ์ที่ขัดเกลาบุคคลแต่ละคนมาแตกต่างกัน ผู้ไม่มีคุณธรรมหนักแน่นมั่นคงในใจเพียงพอ ย่อมเห็นว่าความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากตนนั้นเป็นความผิด เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ จนอาจนำไปสู่ความวิวาทร้าวฉานกันในหมู่คณะได้

“วิธีที่จะระงับมิให้ความบาดหมางลุกลามใหญ่โต จนกลายเป็นการแตกความสามัคคี ในเบื้องต้น ขอให้ทุกคนพึงอบรมสั่งสมให้มี ‘ขันติ’ คือความอดทนต่อสิ่งที่ไม่สบอารมณ์ ไม่เป็นที่พึงพอใจของตนก่อน จากนั้น จงระลึกถึงคุณธรรมข้อ ‘เมตตา’ โดยให้พิจารณาว่าเราทั้งหลายก็ล้วนเป็นเพื่อนร่วมหน่วยงานเดียวกัน หรือถ้าจะว่าในทางธรรมะ ก็คือเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ครั้นกระแสแห่งเมตตาธรรมเข้าเอิบอาบซาบซึมอยู่ในหัวใจแล้ว ความคิดที่จะทะเลาะกันก็ย่อมหายไปเอง ต่อให้มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็จะกลายเป็นความแตกต่างเพื่อสร้างสรรค์ แต่ละฝ่ายย่อมจะหันมาประนีประนอมกัน รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน นำมาซึ่งข้อยุติแห่งปัญหา ก่อให้เกิดแนวทางสร้างสรรค์ สามารถจรรโลงหมู่คณะและสังคมส่วนรวมให้ก้าวหน้าไปได้โดยสวัสดี ด้วยอานุภาพของคุณธรรมความสามัคคี เพราะฉะนั้น จึงขอให้ทุกท่าน จงเห็นว่าความคิดที่แตกต่างกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน ถ้าหากว่าทุกท่านหวังดีต่อองค์กรแล้ว ความแตกต่างทางความคิดย่อมไม่ใช่ภัยอันตราย เพียงแต่ต้องปรับความเข้าใจกัน ด้วยความอดทน และด้วยความเมตตา

“อย่างไรก็ตาม ขอให้ระมัดระวังการวิวาทบาดหมาง จนถึงขั้นผูกพยาบาทอาฆาตมาดร้าย นั่นจัดเป็นภัยใหญ่หลวง ที่จะทำลายทั้งตนเองและส่วนรวมให้ย่อยยับไปได้ในที่สุด ถ้าท่านทั้งหลายมีสติระลึกรู้อยู่ในความสามัคคีเสมอ อาตมภาพก็ขอรับประกัน ด้วยธรรมะของพระพุทธองค์ว่า ภัยร้ายหรือความเสื่อมจะไม่มีวันบังเกิดขึ้นกับหมู่คณะ ท่านจะประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป”

ในลำดับพิธีการ ดร.สมพร ได้กราบทูลถวายรายงาน ถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ เพื่อทรงทราบโดยสังเขป ใจความว่า

“บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2494 โดย ฯพณฯท่าน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ดำเนินธุรกิจด้านประกันวินาศภัยจนถึงปัจจุบัน มาเป็นปีที่ 67 เป็นบริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของคนไทย ที่มีภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กบข.

ทิพยประกันภัย ให้บริการด้านประกันวินาศภัย ด้วย 4 บริการหลัก ได้แก่ การประกันภัยรถยนต์ การประกันอัคคีภัย การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และการประกันภัยเบ็ดเตล็ด

ด้วยประสบการณ์และความมั่นคงบริษัทฯ ยังได้รับความไว้วางใจ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เป็นผู้รับประกันภัยในโครงการสำคัญระดับประเทศหลายโครงการ

บริษัทฯ ยังได้สร้างสรรค์นวัตกรรม และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในระบบงาน สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้นำด้าน Digital Insurance ของประเทศไทย

ด้วยความมุ่งมั่นและพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการบริหารงานภายใต้หลักธรรมมาภิบาล ที่ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อส่วนรวมที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจ ก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำด้านประกันวินาศภัย ที่มีเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริษัทฯได้จัดทำโครงการทิพยทำความดีไม่มีสิ้นสุด เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาชาติ สืบสานพระพุทธศาสนา เทิดไท้สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งปณิธานดังกล่าวสอดคล้องกับสีประจำบริษัท คือ สีแดง ขาว และน้ำเงิน ที่แสดงออกถึงความเป็นบริษัทของชาติไทย

และเพื่อเป็นการขยายการให้บริการแก่ลูกค้า ผู้เอาประกัน ตลอดจนการปฏิบัติงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทจึงได้สร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่มีความทันสมัย ที่ตั้งอาคาร เลขที่ 1115 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เป็นอาคารสูง 25 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 39,185 ตารางเมตร มีห้อง TIP Inspiration Chamber เป็น Co Working Space ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ไอเดีย แนวคิด ในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตในอนาคต โดยอาคารสำนักงานใหญ่แห่งนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มเปิดทำการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน เมษายน พุทธศักราช 2559″

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ในนามของ คณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหารและพนักงานบริษัท รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระเมตตาของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธี เปิดอาคาร สำนักงานใหญ่ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และทรงประทานสัมโมทนียกถา ถือเป็นสิริมงคลสูงสุดของพวกเราชาวทิพยประกันภัย และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย

บทความก่อนหน้านี้เจาะละเอียด! เผยนาทีกล่อมผู้โดยสารเฟิร์สต์คลาส ก่อนยอมถอยให้นักบิน
บทความถัดไปปธ.บอร์ดเคหะแห่งชาติตรวจเยี่ยมโครงการบ้านเอื้ออาทรรัตนาธิเบศร์(ท่าอิฐ)