TCEB เร่งขับเคลื่อน “เชียงใหม่” ดันขึ้นผู้เป็น “ไมซ์ ซิตี้ ครบวงจร” ปี’62 เปิด 6 เส้นทางไมซ์ ปลุกกำลังซื้อ รัฐ เอกชน นำทีมจัดกิจกรรมมีให้เลือกเพียบ พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์ผนึกความร่วมมือสหกรณ์สร้างชุมชนเข้มแข็ง เพิ่มรายได้สินค้าภูมิปัญญาไทย
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า “TCEB” เปิดเผยว่า ปี 2562 ได้วางแนวนโยบายอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยแนวทางการผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อให้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นตามนโยบายรัฐบาล สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2561-2564) ในยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาคเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเหนือตั้งเป้าวางรากฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง โดยตั้งเป้าจะทำให้เชียงใหม่เป็น “ไมซ์ ซิตี้ เต็มรูปแบบครบวงจร” ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป
หลังจากเมื่อปี 2559 เชียงใหม่มีการจัดประชุมนานาชาติเป็นอันดับที่ 2 รวมทั้งหมด 20 ครั้ง ปี 2560 มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์และรายได้ไมซ์จากตลาดต่างประเทศ 50,881 คน สร้างรายได้ 4,700.38 ล้านบาท และไมซ์ในประเทศไทยเข้าร่วม 2,210,000 คน สร้างรายได้ 4,914.53 ล้านบาท
นายจิรุตถ์กล่าวว่าล่าสุดระหว่าง 28-29 พฤศจิกายน 2561 ได้นำทีมสื่อและผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ทำกิจกรรมแนะนำเผยแพร่ไมซ์ ในเชียงใหม่ และชุมชนต้นแบบชุมชนบ้านออนใต้ ต้นแบบโครงการหมู่บ้าน CIV พร้อมกับตอกย้ำถึงตัวอย่างความร่วมมือกับชุมชนสหกรณ์ทั่วประเทศ 35 แห่ง พัฒนาศักยภาพเพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่รองรับการจัดงานไมซ์รูปแบบใหม่ ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมสู่การรองรับธุรกิจการจัดงานไมซ์ โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับชุมชน หรือจัดกิจกรรมพิเศษตามวาระโอกาสขององค์กรธุรกิจต่างๆ ด้วยจุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานทรัพยากรและอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน ซึ่งจะสามารถเป็นช่องทางใหม่ด้านรายได้แก่สหกรณ์ได้ ซึ่งเชียงใหม่มีสหกรณ์ที่มีความพร้อมดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ สหกรณ์นิคมแม่แตงจำกัด และสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ที่จะเป็นพื้นที่นำร่องในการนำเอางานเพื่อสังคมของภาคเอกชนเข้าไปจัดกิจกรรมได้
“การส่งเสริมให้เกิดการศึกษาดูงานในชุมชน นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีสหกรณ์การเกษตรเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นตัวกลางประสานงานรวบรวมสินค้าพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ทั้งสินค้าประเภทอาหาร ขนมพื้นบ้าน สินค้าเกษตรแปรรูปและอื่นๆ ที่ชุมชนภาคภูมิใจมาเล่าสู่ผู้ที่เข้าไปศึกษาดูงาน ขณะเดียวกันจากการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแข็งแกร่ง เป็นการส่งเสริมให้การพัฒนาเชียงใหม่เป็นเมืองไมซ์ซิตี้ศูนย์กลางของภาคเหนืออย่างเต็มรูปแบบ สร้างการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ”

นายจิรุตถ์กล่าวเพิ่มว่า ได้เปิดจุดขายไมซ์เชียงใหม่เพื่อปลุกกำลังซื้อ องค์กร หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน นำทีมไปจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ด้วยการสร้างโปรแกรมหลังการประชุมที่เป็นมาตรฐาน ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมและการบริการที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ถือเป็นรูปแบบสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้เป้าหมายการกระจายรายได้ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์บรรลุผล เนื่องจากเชียงใหม่ได้พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่ในพื้นที่เมืองไมซ์ใน 6 เส้นทางหลัก ได้แก่
- เส้นทางกิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ อาทิ สหกรณ์นิคมแม่แตงจำกัด อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก และการเปิดประสบการณ์ผู้เข้าร่วมประชุมให้ได้สัมผัสกับวิถีชุมชนท้องถิ่น ณ ชุมชนบ้านออนใต้ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็น “ต้นแบบโครงการหมู่บ้าน CIV” ถือว่าเป็นการนำทุนวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม มาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ โดยการออกแบบ สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ตลอดจนบริการต่างๆ ในชุมชน ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมจะได้เรียนรู้ ชมการสาธิตขั้นตอนการสร้างสรรค์ชิ้นงานต่างๆ และทดลองลงมือทำด้วยตนเอง
2.เส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การเยี่ยมชมสถานที่ที่มีประวัติความเป็นมาและมีความผูกพันทางจิตใจของคนรุ่นหลัง อาทิ บ้านถวาย กิจกรรรมบวชต้นยางนา อ.สารภี ซึ่งเป็นประเพณีโบราณของชาวจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันเหลือต้นยางนาตั้งแต่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ไปถึงบ้านปากกองประมาณ 900 กว่าต้นเท่านั้น และการประดิษฐ์โคมและทดลองประดิษฐ์โคมโดยปราชญ์ชาวบ้าน “แม่ครูโคมล้านนา” หรือ“แม่ครูบัวไหลคณะปัญญา” แห่งชุมชนเมืองสาตรหลวง ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มงานหัตถกรรมการทำโคมล้านนาโดยประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุพื้นบ้าน
3.เส้นทางการสร้างทีมเวิร์ค ผ่านกิจกรรมที่ระดมความคิด แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน อาทิ ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า และปันผลฟาร์ม
4.เส้นทางการผจญภัย ที่มีกิจกรรมทางกายภาพ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ อาทิ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก
5.เส้นทางกิจกรรมนำเสนออาหารไทย ในทุกการจัดงานที่หลากหลาย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง อาทิ บ้านหัวฝาย ชุมชนบ้านดงบัง เป็นต้น
6.เส้นทางการจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ ซึ่งเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในระยะหลังเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษในกับนักเดินทางกลุ่มไมซ์
TCEB พุ่งเป้าร่วมมือกับสหกรณ์ทั่วประเทศจัดทำพื้นที่สหกรณ์ให้เป็นสถานที่ศึกษาดูงาน กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับชุมชน หรือจัดกิจกรรมพิเศษตามวาระโอกาสขององค์กรธุรกิจต่างๆ ด้วยจุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานทรัพยากรและอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน ซึ่งจะสามารถเป็นช่องทางใหม่ด้านรายได้แก่สหกรณ์ได้ ในเชียงใหม่มีสหกรณ์ที่มีความพร้อมดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ สหกรณ์นิคมแม่แตงจำกัด และสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ที่จะเป็นพื้นที่นำร่องในการนำเอางานเพื่อสังคมของภาคเอกชนเข้าไปจัดกิจกรรมได้
“การส่งเสริมให้เกิดการศึกษาดูงานในชุมชน นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีสหกรณ์การเกษตรเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นตัวกลางประสานงานรวบรวมสินค้าพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ทั้งสินค้าประเภทอาหาร ขนมพื้นบ้าน สินค้าเกษตรแปรรูปและอื่นๆ ที่ชุมชนภาคภูมิใจมาเล่าสู่ผู้ที่เข้าไปศึกษาดูงาน ขณะเดียวกันจากการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแข็งแกร่ง นับว่าเป็นการส่งเสริมให้การพัฒนาเชียงใหม่เป็นเมืองไมซ์ซิตี้ศูนย์กลางของภาคเหนืออย่างเต็มรูปแบบ สร้างการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป
สำหรับปี 2561 เชียงใหม่ได้ยกระดับงานไมซ์ของจังหวัดให้เป็นระดับนานาชาติมากขึ้น ขยายขอบเขตของผู้เข้าร่วมงานและรูปแบบกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจได้เพิ่มขึ้น อาทิ งาน Chiang Mai Bloom 2018 มีผู้เข้าร่วมงาน 183,569 คน และงาน Lanna Expo มีผู้เข้าร่วมงาน 253,504 คน ควบคู่กับการประมูลสิทธิ์การจัดงานในระดับนานาชาติเข้ามาจัดที่เชียงใหม่ต่อเนื่องทุกปี อาทิ งาน World Robot Olympaid 2018 จัดในเดือนพฤศจิกายน 2561 มีผู้เข้าร่วมงาน 10,000 คน งาน Chiangmai Design Week 2018 จัดเดือนธันวาคม 2561 คาดจะมีผู้เข้าร่วมงาน 400,000 คน งาน Endoscopic and Laparoscopic Surgeons of Asia 2019 คาดจะมีผู้เข้าร่วมงาน 1,500 คน และงาน Route Asia 2020 คาดจะมีผู้เข้าร่วมงาน 1,200 คน
ทั้งนี้ TCEB ได้ดำเนินการยกระดับเชียงใหม่ เป็น ไมซ์ ซิตี้ ครบวงจร ภายใต้ภายใต้วิสัยทัศน์ “นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม จุดหมายปลายทางของกิจกรรมไมซ์ในเอเชีย” จึงได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาไว้ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าตลาดเอเชีย 2.ยกระดับการบริการ พัฒนาสินค้าท่องเที่ยว สร้างโอกาสในกิจกรรมไมซ์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม 3.พัฒนา ยกระดับบุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ และ 4.ยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการจัดกิจกรรมไมซ์
ขณะเดียวกันก็ได้ยกระดับด้านมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทยด้วย Thailand MICE Venue Standard : TMVS ปัจจุบันเชียงใหม่มีสถานประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าวในประเภทห้องประชุมและประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้าถึง 18 แห่ง รวม 51 ห้อง

