“เพชรวายุภักษ์” ความตั้งใจของกระทรวงการคลัง เพื่อพัฒนาการบริการประชาชนอย่างยั่งยืน

เพราะ ”นวัตกรรม” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้พัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนกระทรวงการคลัง ในฐานะเสาหลักด้านการคลังและเศรษฐกิจของประเทศ จึงจัดโครงการประกวดรางวัล เพชรวายุภักษ์ หรือ MOF Innovation Awards ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานและบุคลากรในสังกัด สร้างสรรค์ พัฒนา และปรับปรุง นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นระบบ

ปี 2561 นี้ เพชรวายุภักษ์ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 แล้ว โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.กระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี และมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดร่วมเข้าร่วมงานด้วย ตลอดการจัดงานได้รับความร่วมมือจากกรม สำนัก กองหรือเทียบเท่า และคณะบุคคลภายในสังกัดกระทรวงฯจากทุกภาคส่วน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 134 ผลงาน ซึ่งทางคณะกรรมการพิจารณาให้ได้รับรางวัลรวม 24 รางวัล

ทุกผลงานจาก เพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 7 ล้วนเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองการให้บริการแก่ประชาชนในยุค
ดิจิทัลได้เป็นอย่างดี โดยมุ่งเน้นการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระบวนการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังเอื้อประโยชน์ต่อบุคลากรผู้ปฏิบัติงานภายในองค์กร และสร้างผลประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินด้วย

ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลส่วนใหญ่เป็นนวัตกรรมที่ได้พัฒนาและเริ่มดำเนินการบริการประชาชนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 ถึง 31 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา โดยอยู่ภายใต้ขอบเขตการดำเนินงานของกระทรวงการคลัง มีทั้งนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นใหม่ และนวัตกรรมที่ต่อยอดโครงการเดิม อาทิ

ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์  e-Donation : กรมสรรพากร

เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริจาค ผ่านทางเว็บไซต์ www.rd.go.th ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาสามารถเลือกบริจาคได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา ศาสนสถาน โรงพยาบาล หรือองค์กรสาธารณกุศล และสามารถยื่นเรื่องลดหย่อนภาษีได้ทันที โดยไม่ต้องนำหลักฐานการบริจาคมาแสดงต่อกรมสรรพากร ทำให้ได้เงินภาษีคืนเร็วขึ้น และยังสามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาคผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชม. อีกด้วย

ระบบการตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้าอัตโนมัติ (e-Matching) : กรมศุลกากร    


เป็นระบบที่กรมศุลกากร และการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ร่วมกันพัฒนาเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการส่งออกที่ใช้บริการบริเวณท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพ ในการลดขั้นตอนการส่งออก ลดค่าใช้จ่ายในด้านเอกสาร ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนระหว่างสองหน่วยงาน และลดระยะเวลาการให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ให้กับประเทศ ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถลดระยะเวลา การผ่านสถานีตรวจสอบของท่าเรือ (Main Gate) จากเดิม 3 นาที เหลือเพียง 20 วินาที เท่านั้น นับเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจโดยรวม ที่จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาลงได้ปีละกว่า 2,500 ล้านบาท และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ถึงปีละกว่า 3,500 ล้านบาท

SMART Stamp System Episode 2: กรมสรรพสามิต

เป็นนวัตกรรมต่อยอดระบบ SMART Stamp System เดิม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการผลิตสุรากลั่นชุมชนได้เข้าถึงข้อมูลก่อนขออนุมัติฉลากสุราและการยื่นชำระภาษีสุราจากกรมสรรพสามิต เพื่อลดเวลา ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันยังเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการรับชำระภาษี และตรวจสอบข้อมูลสำหรับปราบปรามการผลิตสุราขาวที่หลีกเลี่ยงภาษี เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่สุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานของกรมสรรพสามิตในภาพรวม โดยสามารถใช้งานระบบนี้ได้ทั้งทางคอมพิวเตอร์ และแอปพลิเคชั่นบน Smart Phone

การประเมินราคาที่ดินด้วยภูมิศาสตร์สารสนเทศประยุกต์ขั้นสูง (AGISA): กรมธนารักษ์

                ช่องทางเกี่ยวกับการประเมินราคาที่ดินในรูปแบบเว็บไซต์ ที่กรมธนารักษ์ออกแบบให้ประชาชนเลือกประเมินราคาอาชุดหรือประเมินสิ่งปลูกสร้างได้ตามต้องการ โดยสามารถใช้เลขที่โฉนด เลขที่ดิน และจาก นส.3ก ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://property.treasury.go.th/pvmwebsite/index.asp

ระบบการรับชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ (e-Payment Portal of Government) : กรมบัญชีกลาง

เป็นระบบงานเบ็ดเสร็จสำหรับการรับชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ของส่วนราชการทุกหน่วยงาน เพื่อเพิ่มช่องทางการให้บริการรับชำระเงินค่าบริการจากประชาชนให้กับหน่วยงานภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร และครอบคลุมการทำธุรกรรมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนและประชาชน เช่น การจ่ายค่าปรับ ค่าเช่า ค่าใบรับรอง ค่าธรรมเนียม โดยไม่จำเป็นต้องมาติดต่อที่ส่วนราชการด้วยตนเอง ระบบนี้จะช่วยให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวก รวดเร็ว ลดระยะเวลาและประหยัดค่าเดินทาง เหมาะกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยสามารถเลือกชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/บัตรเดบิต หรือพิมพ์ใบแจ้งการชำระเงินจากระบบฯ เพื่อนำไปชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ ได้ เช่น Counter ธนาคาร, Counter Service, Internet Banking, Mobile Banking เป็นต้น ซึ่งกรมบัญชีกลางจะเริ่มใช้งานกับหน่วยงานนำร่องก่อนจะขยายผลครบทุกส่วนราชการต่อไป

จะเห็นได้ว่า เพชรวายุภักษ์ คือ ผลงานสำคัญที่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหน่วยงาน และ
ข้าราชการไทย ว่าเป็นต้นแบบของ “นวัตกร” ที่มีคุณภาพ สามารถคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ต่อยอด และพัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้บริการประชาชนได้จริง ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้กกต.ติวเข้มเจ้าพนักงานสอบสวน 15 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมเลือก สว.
บทความถัดไปสัตว์เลี้ยงพาเจ้านายลั้ลลาผ่านประตู ฟรี
8 – 10 ธ.ค.61 นี้ ที่ดรีมเวิลด์