สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ผนึกกำลังกับ Institute for Global Law and Policy (IGLP) แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จัดหลักสูตรนานาชาติด้านหลักนิติธรรมและนโยบาย “TIJ- IGLP Workshop for Scholars and Emerging Leaders on the Rule of Law and Policy” ประจำปี 2562 เปิดโอกาสให้นักวิชาการชั้นนำและผู้นำรุ่นใหม่ทั้งในไทยและภูมิภาค กว่า 140 คน จาก 45 ประเทศ ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หาแนวทางสร้างนวัตกรรมในการส่งเสริมหลักนิติธรรมไปขับเคลื่อนเชิงนโยบาย

โดยในครั้งนี้มีศาสตราจารย์ 43 ท่านจาก 35 ประเทศ ใน 30 มหาวิทยาลัยทั่วโลกและผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกมาร่วมบรรยาย และแลกเปลี่ยนแนวคิดในหลายประเด็น อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บรรยายในหัวข้อ “Navigating a Changing Global Landscape” และRadhika Coomaraswamy อดีตรองเลขาธิการแห่งสหประชาชาติ และอดีตผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยความรุนแรงต่อสตรี (Special Rapporteur on Violence against Women) ในหัวข้อ “The United Nations in the Field” นอกจากนี้ยังมีหัวข้อ สิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เป็นต้น

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวว่า แนวคิดการจัดอบรมปีนี้คือTech and Innovation for Justice เนื่องจากเทคโนโลยีสร้างทั้งโอกาสและเกิดผลกระทบหากขาดการเตรียมพร้อม กระบวนการยุติธรรมก็เช่นกันต้องเตรียมพร้อมทั้งนักนโยบายและกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่จากทุกสาขาอาชีพ ซึ่งหลักสูตรอบรมด้านหลักนิติธรรมและการกำหนดนโยบายที่ร่วมกับฮาร์วาร์ดมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ไม่ใช่เพียงนักกฎหมายให้เห็นความสำคัญต่อประเด็นการส่งเสริมหลักนิติธรรมซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน อันเป็นเป้าหมายสำคัญของ SDGs แห่งสหประชาชาติ ในข้อที่ 16 ว่าด้วยการส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล
“TIJ เชื่อว่าการพัฒนาหลักนิติธรรมไม่สามารถผูกขาดเฉพาะในนักกฎหมายเท่านั้น การนำคนเก่งกลุ่มที่มีโอกาสมาเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคตได้เข้าถึงประเด็นกฎหมาย และให้นักกฎหมายเข้าใจความยุ่งยากของการวางนโยบาย ทั้งยังสอนหลักการวิเคราะห์เชิงนโยบายเพื่อเพิ่มทักษะในการคิด วิเคราะห์ปัญหา กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหาในการพัฒนาเป็นจุดเด่นของหลักสูตรเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ พร้อมได้เรียนจากประสบการณ์และกรณีศึกษา เพื่อสร้างเป็นสนามทดลอง (Problem Labs) โดยหยิบยกประเด็นปัญหาสังคมที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียขึ้นมาอภิปราย เช่น ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การเข้าถึงความยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การต่อต้านคอรัปชั่น การส่งเสริมพลังสตรีในสังคม เป็นต้น เป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อให้ยกระดับหลักนิติธรรมของไทย”

ด้าน ดร.เดวิด เคนเนดี้ ผู้อำนวยการจากสถาบัน IGLP แห่ง Harvard Law School กล่าวว่า หลักสูตรนานาชาติสำหรับนักวิชาการและเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่เพื่ออบรมด้านหลักนิติธรรมและนโยบายในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนงานส่งเสริมนิติธรรมและการพัฒนา หรือโครงการ Rule of Law and Development Program ของสถาบัน IGLP ที่มุ่งหวังว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของผู้นำยุคใหม่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขาทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จะสร้างให้เกิดแนวคิดใหม่ในการแก้ปัญหาที่ยังคงมีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมและในสาขาการพัฒนาต่างๆ ผ่านมุมมองหลักนิติธรรมที่สอดแทรกอยู่ในทุกมิติของสังคม
“หลังจากจบการเวิร์คชอปครั้งนี้ ผลที่จะเกิดขึ้นประการแรกผู้ร่วมอบรมจะได้สานสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมอบรมที่มาจากทั่วโลก แบบ Global Pear ที่จะเกิดประโยชน์ในชีวิตการทำงานอย่างมาก เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักวิชาการและนักปฏิบัติรุ่นใหม่ ซึ่งหลังจากคลาสนี้จบลงผู้เข้าร่วมจะมีความเข้าใจการนำหลักนิติธรรมไปใช้ในการวางนโยบายอย่างลึกซึ้งมากขึ้นในด้านผลกระทบและการรับผิดชอบต่อสังคม” ดร.เดวิด กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย กล่าวย้ำว่า อยากให้ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางของการนำนักวิชาการรุ่นใหม่ ผู้นำรุ่นใหม่ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการได้มาพบกัน เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และบ่มเพาะความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่ง TIJ สามารถเป็นองค์กรที่ทำเรื่องการพัฒนาหลักนิติธรรมให้ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่งได้ เพราะไทยมีต้นแบบที่ดี ผ่านโครงการในพระราชดำริต่างๆ กว่าหนึ่งพันโครงการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเน้นมิติการพัฒนาโดยหลักนิติธรรม ในการปกครองบ้านเมือง จะมีทั้งแง่คิดทางเศรษฐกิจ สังคม วิถีประชาชนที่ทำให้คนรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรม เป็นมากกว่ากระบวนการยุติธรรมตามปกติ
“หลักนิติธรรมเป็นหลักสำคัญที่จะสร้างให้เกิดความปรองดองในสังคมไทย ถ้าเราบริหารประเทศด้วยหลักนิติธรรมที่ไม่ใช่การใช้กฎหมายอย่างเดียว ทุกคนจะรู้สึกว่าตัวเองได้รับความเป็นธรรมก็จะนำไปสู่ความปรองดอง ประการที่สองคือหลักนิติธรรมจะทำให้เกิดลดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ ลดปัญหายาเสพติด นำหลักนิติธรรมเชื่อมโยงกับการพัฒนาทำให้ปัญหาเรื่องความมั่นคง และเรื่องรายได้หมดไป โดยสรุปคือหลักนิติธรรมเป็นหลักสำคัญทั้งเรื่องเศรษกิจ สังคม และความมั่นคง” อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าว

