แม่ทัพภาค 4 รุดเยี่ยมอาการพระที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุบุกยิงในวัดรัตนานุภาพ สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พร้อมยืนยันไม่มีการสั่งห้ามพระออกบิณฑบาตร

วันนี้ 19 ม.ค.2562 ที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส พลโท พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางรุดไปเยี่ยมอาการของ พระประเวศ สุขแก้ว และพระธนโชติ ชุมเลิศ พระภิกษุ 2 รูป วัดรัตนนุภาพ ต.โคกโป อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายบุกยิง เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยอาการของพระทั้งรูปปลอดภัยแล้ว โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สอบถามเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุมอบเงินช่วยเหลือและกระเช้าเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังแก่พระภิกษุทั้ง 2 รูป

ต่อกรณีที่มีกระแสข่าวสั่งห้ามพระบิณฑบาตรนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีการออกคำสั่งห้ามแต่อย่างใด ถือเป็นกิจของสงฆ์ที่กระทำได้ตามปกติ แต่จะเพิ่มกำลังเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น ขอให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับพระในพื้นที่

แม่ทัพภาค 4 แถลงเหตุทำร้ายพระที่ สุไหงปาดี มุ่งหวังให้เกิดความแตกแยกทางศาสนา พลโท พรศักดิ์
พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนรับไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องพุทธหรือมุสลิม ซึ่งวันพรุ่งนี้ท่านจุฬาราชมนตรีจะส่งผู้แทนลงมาเยี่ยมพระที่ได้รับบาดเจ็บ ในส่วนของการปฏิบัติของหน่วยในพื้นที่จะเพิ่มมาตรการในการดูแลสำรวจวัด ชุมชนที่ล่อแหลม พร้อมเสริมกำลังต่างๆ เพื่อให้ปลอดภัยอย่างที่สุด ต่อกระแสในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีอยู่ตอนนี้ก็อยากให้เข้าใจว่าขบวนการที่มีอยู่ตอนนี้ต้องการให้เกิดความแตกแยกระหว่างพี่น้องไทยพุทธและมุสลิม ซึ่งเราอยู่ร่วมกันมาเป็นร้อยๆ ปีอย่างมีความสุข เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ก่อความรุนแรงพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งกันในทางศาสนา เช่น มีการยิงโต๊ะอิหม่าม ยิงพระ เหตุการณ์เมื่อคืนท่านทราบหรือไม่ว่า พระที่บาดเจ็บก็ได้พี่น้อง อส.ที่เป็นมุสลิมเป็นคนเข้าไปช่วยเหลืออุ้มร่างที่โชกเลือดนำส่งโรงพยาบาล นี่เป็นสิ่งที่คนร้ายไม่สามารถทำลายได้ คือ ความรัก ความผูกพันของคนในพื้นที่

มาตราการต่อจากนี้ได้สั่งให้เฝ้าระวังผู้นำศาสนาเป็นพิเศษ เกรงจะตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบ และอยาก

Advertisement

ขอให้ทุกฝ่ายได้ใช้ความอดทนอดกลั้นโดยไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้เพราะจะตกหลุมพราง และจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการแก้ปัญหายิ่งขึ้น โดยได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาลงโทษขั้นเด็ดขาดพร้อมกำชับเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเป้าหมายอ่อนแอให้มากขึ้น โดยไม่ใช้มาตรการนอกกฏหมาย  พลโทพรศักดิ์ กล่าวภายหลังการแถลง แม่ทัพภาคที่ 4 ได้พบปะกับประชาชน พระสงฆ์ ตลอดจนผู้นำศาสนา บริเวณ ศาลาการเปรียญ ภายในวัดรัตนานุภาพ

ด้านประธานชมรมอิหม่ามอำเภอสุไหงปาดี กล่าวว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เราต้องสูญเสียพระสงฆ์ไปในครั้งนี้ เพราะตลอดเวลาในพื้นที่ได้มีความพยายามอย่างยิ่งที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ร่วมกันระหว่างทั้งสองศาสนาเรื่อย และประการสำคัญ ตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม มี 3 ชนิดคนที่ห้ามฆ่า นั่นคือ นักบวช เด็ก และ สตรี ผู้ที่กระทำต่อพระที่วัดรัตนานุภาพ ถือเป็นคนนอกศาสนา ที่มีจิตใจโหดเหี้ยม ไม่ถือเป็นมุสลิม “เราไม่ได้อยู่คนเดียวในสังคม และไม่มีประเทศใดที่จะอยู่ได้โดยมีเพียงศาสนาเดียว แล้วเกิดความสงบสุข ประเทศมุสลิมเองก็เช่นเดียวกัน ด้วยเพราะยังมีกลุ่มที่คิดร้ายที่ยังมีกิเลส หรือสิ่งทีไม่ดีอยู่ในใจ และไม่ว่าจะศาสนาใด หากมีสิ่งไม่ดีในจิตใจก็จะสามารถทำสิ่งอันเลวร้ายได้ตลอดเวลา ดังนั้นขอให้พวกเราทั้งหมด ทั้งพุทธ และมุสลิมมีความเข้าใจอันดีว่า เรายังอยู่ร่วมกันได้ เราไม่ได้เป็นศัตรูกัน และเราต้องกระทำสิ่งที่ดีงามร่วมกันให้เกิดขึ้นต่อไป” ประธานอิหม่ามสุไหงปาดีได้กล่าว

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image