“โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” ปีงบประมาณ 2562

1.02.19 | 09:00 น.

(นายอดินันท์ ปากบารา  ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำนายกรัฐมนตรี)

เมื่อวันที่ 28  มกราคม ที่ผ่านมา  นายอดินันท์  ปากบารา ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำนายกรัฐมนตรี  ได้เป็นประธานในการเปิดศูนย์โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้ ปีงบประมาณ 2562  ณ.หอประชุม100 ปี โรงเรียน สตูลวิทยาคม จังหวัดสตูล  โดย นายอดินันท์ฯ  ได้กล่าวว่า” เป็นการเปิดศูนย์โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้ ปีงบประมาณ 2562   ครบทั้ง 5 จังหวัด  โดยสมบูรณ์   โดยศูนย์จังหวัดยะลาได้ทำการเปิดสอนไปเมื่อวันที่ 17-21 ธันวาคม ปี 2561   ศูนย์จังหวัดสงขลา ได้เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 14-18 มกราคม  และศูนย์จังหวัดปัตตานี และศูนย์จังหวัดนราธิวาส ได้เปิดทำการสอนเมื่อวันที่  21-25 มกราคม   เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนใต้ ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และสร้างโอกาสในการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและสถาบันการศึกษา   ให้เพิ่มขึ้น ตรงตามวัตถุประสงค์ ของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งสอดรับกับนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ว่า “ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

โครงการ “รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้”ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

ได้มุ่งเน้น การดำเนินนโยบายในการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางการศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 5 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ, นาทวี, เทพา, สะบ้าย้อย และ สะเดา  ให้ได้รับโอกาสรับการติวเข้มจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ  ได้อย่างเท่าเทียมกับนักเรียนในส่วนกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา  โดย ได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงจากกรุงเทพมหานครและภูมิภาค  นำคณะครู และวิทยากร จำนวนมาก   ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  จัดทำหลักสูตร สอนเสริม  ติวเข้มให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใน 5 วิชาหลัก และเสริมความรู้ในด้านต่างๆเช่นแนะแนวการศึกษาต่อ การแนะแนวด้านอาชีพ ฝึกทักษะด้านกีฬา  อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ ในเดือนธันวาคมและมกราคม  ของทุกปี ปีนี้ นับเป็นปีที่ 15 แล้ว

Advertisement

( นายบุญรักษ์  ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)

นายบุญรักษ์  ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวว่า “โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้การจัดการศึกษาไม่สามารถดำเนินการได้อย่างปกติ การหยุดการเรียนการสอน ครูได้รับการคุกคามและถูกปองร้ายจนต้องขอย้ายออกนอกพื้นที่ทุกปี นักเรียนจึงไม่ได้รับการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ  ขาดโอกาสทางการศึกษาไม่สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้  ในปีการศึกษา 2547 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้   จึงได้เริ่มโครงการ“รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้”ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับการเตรียมพร้อมทางด้านวิชาการอย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งสร้างประสบการณ์ตรงในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น มีความพร้อมที่จะสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและสถาบันการศึกษาอื่นได้ โดยได้ดำเนินการจัดครู อาจารย์ และวิทยากร ที่มีความรู้และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากกรุงเทพมหานคร จากโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในจังหวัดต่างๆ มาสอนเสริมให้ความรู้ด้านวิชาการ

รวมทั้งเทคนิค วิธีการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ O-net  ใน 5วิชาหลัก ประกอบด้วย วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป,คณิตศาสตร์, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, สังคมศึกษา รวมทั้งการแนะแนวการศึกษา การแนะแนวด้านอาชีพ ให้กับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งการจัดกิจกรรมสานฝันกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ การฝึกทักษะด้านกีฬา  และจัดอบรมครูผู้สอน 5 วิชาหลักในพื้นที่ดังกล่าว ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมของทุกปีมาอย่างต่อเนื่อง จากนักเรียนจำนวนไม่กี่ร้อยคนในปีแรกๆ จนถึงปีการศึกษา 2562นี้พบว่ามีนักเรียนและผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานเข้าร่วมโครงการจำนวนเกือบ  9,000  คน

นายพนุพัฒน์ ศรีวิเชียน นักเรียน ที่เข้าร่วมโครงการฯ จากโรงเรียนบ้านสุไหงปาดี

นาย พนุพัฒน์ ศรีวิเชียน นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจากโรงเรียนบ้านสุไหงปาดี จ.นราธิวาส กล่าวว่า  การติว ในโครงการรินน้ำใจ ครั้งนี้ สิ่งที่ผมได้คือ ประสบการณ์ดีๆ  ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนที่อยู่ต่าง โรงเรียน และสิงที่สำคัญที่สุดคือ  ผมสามารถ เข้าใจในหลักภาษา แล้วก็ วิชาการต่างๆ ผมเป็นคนที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์แล้ว  ผมจะจำไม่ค่อยได้  ความจำอาจจะไม่ดี   การได้รับโอกาสมาติวครั้งนี้ ครู และติวเตอร์ที่ให้ความรู้ทุกท่าน ได้บอกเทคนิค ทักษะการจำอะไรต่างๆ ให้ง่ายขึ้น ทำให้ผม เอามาฝึ กใช้แล้วก็ นำไปต่อ ยอดเพื่อเอาไปสอบเข้ามหาลัยหรือไม่ก็เอาใช้โอเน็ต  วิชาสามัญ พวกนี้สามารถ เอาไปต่อยอดได้ทั้งหมดเลยครับ แล้วก็หนังสือที่พี่ๆ แจกให้มาเป็นหนังสือที่มีค่ามาก  ไม่ใช่ใช้แค่การสอบโอเน็ตได้อย่างเดียว เราสามารถนำไปอ่านแล้วก็นำไปปรับใช้การสอบเข้า มหาวิทยาลัยได้ด้วย  มีประโยชน์มากมายครับ

ความฝันของผมก็คือ ผม อยากเป็นครู ในที่นี้ก็คือว่า ทุกอย่างที่วิทยากรสอน ผมได้ประสบการณ์ตรงนี้คือว่า วิธีการ สอน วิธีการฝึก วิธีการเอาใจเด็กวิธีการทำไงก็ได้ให้เด็กไม่เบื่อในการฟังที่เราสอน ก็ มันมีประโยชน์มากครับที่ได้จาก คุณครู  และพี่ๆติวเตอร์ทั้งหมด ผมสัญญาว่าถ้าผมได้เป็นครูตามที่ผมใฝ่ ฝันไว้จริงๆผมเป็นเด็กสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็อยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดผม ให้พัฒนามากกว่านี้ให้เด็กทุกคนมีศักยภาพมาก พอที่จะเข้าไปสู้กับภาคอื่นได้ครับ

 

(นางสาวนาเดีย ซาและ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ จากโรงเรียน คณะราษฏรบำรุง จ.ยะลา)

นางสาวนาเดีย ซาและ  จากโรงเรียนคณะราษฏรบำรุง จังหวัดยะลา กล่าวว่า ความรู้สึกที่ดิฉันได้เข้าร่วมโครงการรินน้ำใจนี้  รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากค่ะ เพราะได้ยินชื่อโครงการนี้ ตั้งแต่อยู่ม.4 ก็เขาจะให้นักเรียนที่อยู่ชั้นม.6 ได้เข้ามามีโอกาสในการติวและก็ปีนี้ก็เป็นปีที่ดิฉันได้ขึ้นม.6 ได้มีโอกาสที่เข้ามาติวซึ่งดิฉันตื่นเต้นกับโครงการมากค่ะ เพราะว่าโครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและก็ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้เด็ก3จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตัวเองมากขึ้น และก็ติวเตอร์นะคะ มีเทคนิคพิเศษนะคะ มาสอนให้พวกหนูได้รู้วิธีจำให้ได้แบบง่ายๆ และก็เพิ่มจุดที่ควรจะพัฒนาและลดจุดบอด ในตัวของนักเรียน เพราะเราได้เตรียมตัว เราก็สามารถนำความรู้ไปต่อยอดการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยได้ค่ะ  ถ้าไม่มีโครงการนี้ หนูบอกได้เลยค่ะว่าหนูคงไม่มีโอกาส เพราะการไปติว กับติวเตอร์ดังๆต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ว่าโครงการนี้นะคะได้นำติวเตอร์ที่มีความสามารถระดับประเทศมาให้พวกหนูได้ติวกัน และก็เป็นกันเองมากๆค่ะและก็ขอขอบคุณมากเลยนะคะที่มอบโอกาสให้แก่พวกหนูนะคะ อนาคตของหนูอยากทำงาน ที่บ้านที่ยะลา หนูอยากพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความเจริญ  จะส่งเสริมให้นักเรียน ให้มีการศึกษาที่ดีขึ้น เพราะว่าการศึกษาก็คือบ่อเกิดแห่งการเรียนรู้ถ้าเราขาดการศึกษาไปไม่ว่าเราจะทำอะไรก็จะเกิดความยากลำบาก หนูเลยคิดว่าการศึกษาสำคัญที่สุด สำหรับมนุษย์ทุกคนค่ะ

(คุณครูสมศรี  ธรรมสารโสภณ วิทยากรวิชา ภาษาอังกฤษ)

คุณครูสมศรี  วิทยากร สอนภาษาอังกฤษ ที่ลงไปติวในโครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้  อย่างต่อเนื่องทุกปี กล่าวว่า

ความรู้สึกที่ได้ ลงมาติวน้องๆ ใน โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้ คือ ภูมิใจมากๆเลยค่ะ ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการสร้างความผูกพันต่อของคนในแผ่นดินเพราะว่าไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการให้การศึกษา เพราะการศึกษานี่เป็นต้นทางของอาชีพค่ะ

เด็กๆที่เข้ามาติวทุกปีจะมีภาวะความพร้อมสูงมาก  แล้วก็รับรู้ได้เร็ว  แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ เด็กๆพวกนี่เสียสละค่ะ  เพราะว่าเขาอยู่ในถิ่นของเขาแล้วบางครั้งเมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ น้องๆไม่สามารถได้รับการศึกษาได้เต็มที่ พอเราลงมา เราไปสอนเด็กๆก็จะให้ความกระตือรือร้นแล้วก็มาเรียนเพื่อที่ว่าเค้าจะกลับไปคืนความสามารถนี่สู่ถิ่นฐานที่กำเนิดของเค้าค่ะ  ความรู้ที่เราไปสอน เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ แต่จริงๆแล้วภาษาอังกฤษสำหรับครูสมศรีเป็นอะไรที่เป็นความรู้มือสองค่ะ ความรู้มือหนึ่งคือน้ำอดน้ำทนซึ่งเด็กเหล่านี่มีสูงมาก สิ่งที่สำคัญก็คือเด็กๆเหล่านี้นะค่ะมีความรักถิ่นฐานบ้านเกิด   ความน่ารักและความกตัญญูต่อบ้านเกิดของเด็กนักเรียนชายแดนใต้ ทำให้ ครูสมศรีคิดว่าจากที่เรามาสอนเด็กๆนะกลับกลาย เป็นเค้าสอนเรา เพราะเค้าสอนให้เรารู้จักคำว่ากตัญญูต่อผืนแผ่นดินเกิด ไม่หนีไปไหนปักถิ่นธำรงบนด้ามขวานแผ่นดินไทย

ทำให้ เรากลับไปเป็นนักเรียนแล้วก็เรียนรู้ความกตัญญู  ความอดทน ความเสียสละของเค้าค่ะ   นักเรียนทุกคนที่มาติว น่ารักมาก มีความตั้งใจสูงมาก   เด็กๆทุกคนมีความสามารถค่ะ ครูไปสอนหลายปี ครูพบว่าเด็กจังหวัดชายแดนใต้ มีความสามารถทัดเทียมหรืออาจจะมากกว่าคนอื่นๆ เพียงแต่ไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง

โครงการ “รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีและมากขึ้นทุกปี นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาด้านวิชาการอย่างเต็มศักยภาพ  โดยผลสัมฤทธ์จากทุกๆปีที่ผ่านมาพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถสอบเข้าศึกษาดต่อในระดับอุดมศึกษาและสถาบันการศึกษาอื่นได้เพิ่มมากขึ้นทุกปี

ทั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วน และความเสียสละของครูอาจารย์ วิทยากร ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ที่เดินทางมาช่วยสอนเสริมให้กับนักเรียนโดย ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ

ที่สำคัญการได้สนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้กับครูในพื้นที่ ให้สามารถพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน ส่งผลให้นักเรียนที่ขาดโอกาสทางการศึกษามีความพร้อมและมีศักยภาพทางวิชาการ ได้เรียนในระดับที่สูงขึ้น และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งผู้ปกครองและชุมชน ต่างเห็นประโยชน์ทางการศึกษาที่บุตรหลานจะได้รับ จึงยินดีร่วมมือและสนับสนุนโครงการดังกล่าวเป็นอย่างดี ที่สำคัญคือขวัญ กำลังใจ และความเข้มแข็งของครูที่สามารถพัฒนาจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างแท้จริง

โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้ นับเป็นโครงการที่เกิดจากความห่วงใยของรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มี  ต่อเยาวชนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเยาวชนทุกคน ถือเป็นทรัพยากรของประเทศชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  ที่จะต้องได้รับการพัฒนาให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ  เป็นพลเมืองดี เพื่อร่วมกันพัฒนาบ้านเมือง  ให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน สืบไป