“พิพิธภัณฑ์ร้านขายยา กิเลน เต๊กเฮงหยู เป็นสถานที่ที่จะแชร์ให้ผู้คนได้รู้ว่าการทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทนนั้น ส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้ที่ยึดถือปฎิบัติได้จริง อย่างที่พวกเราครอบครัวโอสถานุเคราะห์และชาวโอสถสภายึดมั่นและเป็นอยู่จนถึงวันนี้”

หากย้อนอดีตไปเมื่อ 128 ปีก่อน คนไทยยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก “ยากฤษณากลั่น ตรากิเลน” ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้องต่างๆ และโรคท้องร่วง ใช้วันนี้พรุ่งนี้หายป่วย มีชื่อเสียงโด่งดังกระทั่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระอักษรให้ใช้ยานี้ในการรักษาโรคท้องร่วงในพระราชนิพนธ์ ‘กันป่วย’ พร้อมกับทรงพระราชทานเข็มเสือป่าและนามสกุล ‘โอสถานุเคราะห์’ ที่มีความหมายว่า ‘ช่วยเหลือด้วยยา’ ให้แก่ ‘นาย

แป๊ะ แซ่ลิ้ม’ ผู้ผลิตยาสมุนไพรกฤษณากลั่น ตรากิเลน และผู้ก่อตั้งร้านยากิเลน เต๊กเฮงหยู ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทยในปัจจุบัน

เพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.โอสถสภา (OSP) และทายาทรุ่น 4 ของคุณทวด ‘แป๊ะ แซ่ลิ้ม’ เล่าในงานเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ร้านขายยา กิเลน เต๊กเฮงหยู ณ ท่าเรือประวัติศาสตร์ไทย-จีน LHONG (ล้ง 1919) ว่า รากฐานของโอสถสภาเริ่มที่ร้านขายของเบ็ดเตล็ดเล็กๆ ย่านสำเพ็ง “กิเลน เต๊กเฮงหยู” และมีชื่อเสียงมาจากการจำหน่ายยากฤษณากลั่นซึ่งมีตรากิเลนเป็นเครื่องหมาย ครั้งหนึ่งยานี้ได้สร้างคุณความดีช่วยเหล่าทหารจำนวนมากของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ปลอดภัยจากโรคท้องร่วงมาได้อย่างอัศจรรย์

“กิจการร้านกิเลน เต๊กเฮงหยู เติบโตมาเป็นลำดับ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น ‘โอสถสถาน เต๊กเฮงหยู’ และผลิตยาสามัญประจำบ้านอื่นๆ อีกหลายตัว โดยทาย่าทรุ่นที่ 2 ก็คือคุณปู่สวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการผลิตยาตรากิเลนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น ยาธาตุ 4 ยาอมโบตัน ยาทัมใจ มีการจดทะเบียนเป็นบริษัท โอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) จำกัด เมื่อถึงปี 2502 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ พระราชทานครุฑตราตั้งให้แก่บริษัท นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ตระกูลโอสถานุเคราะห์”

เพชรบอกว่า พิพิธภัณฑ์ร้านขายยา กิเลน เต๊กเฮงหยู นอกจากเป็นเสมือนคลังความรู้ศาสตร์สมุนไพรแผนโบราณแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ให้ลูกหลานและพนักงานได้หวนรำลึกถึงคุณทวดแป๊ะ แซ่ลิ้ม ซึ่งเป็นผู้สร้างคุณงามความดีด้วยใจจริงๆ และอยากแชร์ให้ผู้คนได้รู้ว่าการทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทนนั้น ส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้ที่ยึดถือปฎิบัติได้จริง อย่างที่ครอบครัวโอสถานุเคราะห์และชาวโอสถสภายึดมั่นและเป็นอยู่จนถึงวันนี้

“ความสำคัญอีกประการของพิพิธภัณฑ์ร้านขายยา กิเลน เต๊กเฮงหยู ก็คือ เป็นสถานที่ที่ทายาทรุ่นปัจจุบันรวมทั้งผู้บริหารต้องการหวนคืนกลับสู่รากเหง้า และรื้อฟื้นผลิตภัณฑ์ยาของเราซึ่งเคยยิ่งใหญ่ให้กลับมา ซึ่งจะเป็นในรูปแบบไหนต่อไปก็ต้องคอยติดตาม แต่ย้ำว่า คุณงามความดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดยิ่งกว่ายอดขายหรือผลกำไร ยาจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนยุคที่รุ่งเรืองในอดีตหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ต้องการให้ตำนานกับปรัชญาในการทำธุรกิจคงอยู่ตลอดไป”

วรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โอสถสภา กล่าวเสริมว่า ยากฤษณากลั่นตรากิเลนก็ยังอยู่กับคนไทยจนถึงวันนี้ คงมีไม่กี่ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยที่มีอายุถึง 128 ปี ซึ่งโอสถสภาก็จะยังคงทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของคนไทยตลอดไป และเชื่อว่าคนไทยในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและนิยมใช้สมุนไพรมากขึ้น

“บริษัทมีวิสัยทัศน์ว่า ‘The Power to Enhance Life’ สะท้อนถึงการเป็นองค์กรที่เสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้บริโภคและสังคม แน่นอนว่าธุรกิจร้านขายยาหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับสมุนไพรเป็นธุรกิจที่จะตอบสนองและทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น”


จากร้านขายยาดั้งเดิมมาสู่พิพิธภัณฑ์ร้านขายยา กิเลน เต๊กเฮงหยู ที่ถือว่าเป็น ‘พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต’ โดยมีภัณฑารักษ์นักเล่าเรื่องฝีมือดีจากลอนดอน ‘โอ๊ต มณเฑียร’ เป็นที่ปรึกษาในการจัดทำพิพิธภัณฑ์หลากหลายแห่ง มาเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

เมื่อเปิดประตูเข้าไปข้างในพิพิธภัณฑ์ร้านขายยา กิเลน เต๊กเฮงหยู ก็ชวนให้รู้สึกเหมือนกับย้อนเวลากลับไปยุคอดีตจริงๆ เพราะที่นี่ได้จำลองบรรยากาศเมื่อ 128 ปีที่แล้วไว้อย่างค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งโปสเตอร์ขายยา การจำลองโต๊ะทำงานคุณทวดแป๊ะ แซ่ลิ้ม บนโต๊ะก็มีประวัติที่มาเป็นเรื่องเล่าย่อๆ ว่าย้ายมาที่ประเทศไทยและเริ่มต้นธุรกิจร้านยาอย่างไร พร้อมกับอธิบายถึงความหมายของสัญลักษณ์กิเลนซึ่งเป็นสัตว์มงคล และยังมีภาพของคัมภีร์ที่มีความหมายของปราชญ์แฝงอยู่

ถัดไปอีกโซนเป็นการให้ความรู้เรื่องความแตกต่างระหว่างแพทย์แผนไทย-จีนกับตะวันตก อธิบายถึงพลังชี่และความสำคัญของนาฬิกาชีวิต มีโซนที่จัดแสดงเกี่ยวกับยากฤษณากลั่น ที่ให้เห็นตัวอย่างสมุนไพรและส่วนผสมต่างๆ รวม 13 ชนิด เช่น การบูร กานพลู ขี้อ้าย โดยเฉพาะไม้กฤษณาซึ่งเป็นไม้ที่มีคุณค่ามาก คุณสมบัติคือเป็นไม้ที่เมื่อถูกทำให้กิดแผลแล้วจะตกยางซึ่งมีฤทธิ์ช่วยขับความชื้นในม้ามหรือไต ตามหลักแพทย์แผนจีนคือน้ำมันกฤษณาจะช่วยให้พลังชี่ในร่างกายไหลเวียนดีขึ้น

และที่เป็นไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์ก็คือการจำลองตู้ใส่ยาสมุนไพรโบราณขนาดใหญ่ โดยแต่ละลิ้นชักได้รวบรวมขุมทรัพย์ของตระกูลโอสถานุเคราะห์ ก็คือ เกียรติคุณของบริษัท ประวัติ เกร็ดต่างๆ ที่เกี่ยวกับโอสถสภาหรือร้านเต๊กเฮงหยู เช่น ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของโอสถสภาที่มีมาแต่ดั้งเดิม 4 ประการ ได้แก่ มองเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่าตนเอง คิดถึงน้ำใจของผู้อื่นมากกว่าเงินตรา มีความซื่อสัตย์ในการประกอบอาชีพ รักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณของธุรกิจ, คำแปลของเต๊กเฮงหยู ได้แก่ คุณธรรม ถาวรตลอดกาล เต็มเปี่ยม อุดมสมบูรณ์, เหตุผลที่บางฉลากยาจึงต้องเป็นสีทอง เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ร้านขายยา ‘กิเลน เต๊กเฮงหยู’ จึงเปรียบเสมือนตู้ยาแห่งกาลเวลาที่จะนำพาทุกท่านย้อนกลับไปสัมผัสกลิ่นอายแห่งคุณค่าของศาสตร์สมุนไพร และจุดเริ่มต้นของยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ‘บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)’ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ณ ล้ง 1919 ย่านคลองสาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ค KilenTeckHengYoo

 

บทความก่อนหน้านี้คลิปชัด! หนุ่มแค้นถูกจับคดียาหลายครั้ง ขับรถวนรอบโรงพักเขาย้อย ก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผา
บทความถัดไปอธิการมธ. เล็งทำความเข้าใจทุบตึกตู้ปลา คณะพาณิชย์ฯ