นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการ กช. กล่าวถึงการจัดการศึกษาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่สังคมสันติสุข ยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชนให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น ความสอดคล้องกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ที่เป็นจุดแข็ง เน้นการจัดการศึกษาที่มุ่งไปสู่การประกอบชีพในท้องถิ่นได้อย่างมีศักยภาพ และเพื่อการมีงานทำ โดยอาศัยความสมบูรณ์ และความได้เปรียบของทรัพยากร และความหลากหลายในพื้นที่ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้โดยไม่ต้องอพยพย้ายพื้นที่ถิ่นกำเนิด

นายชลำ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 2.1 โรงเรียนในระบบ ได้แก่ โรงเรียนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา สอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 หรือ สอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 ควบคู่กับสอนตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พ.ศ. 2546 หรือ 2551 ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ได้จัดทำกรอบหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อเป็นแผนการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา สำหรับใช้ในโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแบ่งเป็น 4 แผน ดังนี้ 1) แผนการเรียนทั่วไป 2) แผนการเรียนเฉพาะ ด้านกีฬา 3) แผนการเรียนส่งเสริมอาชีพ 4) แผนการเรียนเฉพาะด้านชั้นสูง (ปัญญาประดิษฐ์) และโรงเรียนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา (สอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแกนกลาง พ.ศ. 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ) 2.2 โรงเรียนนอกระบบ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนประจำมัสยิด (ตาดีกา) ระดับอิสลามศึกษาตอนต้น (อิบติดาอียะฮฺ) ปีพุทธศักราช 2559 / ฮิจเราะฮฺศักราช 1437 สถาบันศึกษาปอเนาะ จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ พุทธศักราช 2561 / ฮิจเราะฮฺศักราช 1439 และโรงเรียนนอกระบบ (สอนเฉพาะอิสลามศึกษา) จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรอิสลามศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 หรือ 2551

สำหรับสถาบันการศึกษาปอเนาะ ซึ่งเป็นการศึกษานอกระบบ เป็นการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น แต่เดิมเป็นการจัดการเรียนการสอนตามอัธยาศัยตลอดชีวิต ที่เน้นอิสลามศึกษา ไม่จำกัดอายุของผู้เรียนหากมีชาวต่างชาติต้องการเข้ามาเรียน ก็ให้โรงเรียนดำเนินการตามประกาศ สช. เพื่อหลักเกณฑ์การยื่นเรื่อง เพื่อขอหนังสือรับรองในการขอรับการตรวจลงตราประเภท Non – Immigrant รหัส ED พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานส่วนบุคคล เพื่อตรวจสอบร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผ่านสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และรายงานกรณีดังกล่าว ให้ สช. ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

ซึ่งปัจจุบันถือได้ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งในการศึกษาหาความรู้ด้านศาสนา วิชาชีพ และพัฒนา คุณภาพชีวิตของชุมชน และประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังนิยมให้เยาวชนได้เข้าเรียนในสถาบันปอเนาะ
แต่ปัญหาโดยรวมของสถาบันปอเนาะในการจัดการศึกษานั้นคือ การเรียนรวมที่ค่อนข้างยืดหยุ่นในกลุ่มอายุผู้เรียนและเวลาเรียน ทำให้มีปัญหาในเรื่องการวัดผลประเมินผล ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดทำหลักสูตรแกนกลางสถาบันปอเนาะ ประกาศให้ใช้หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ พุทธศักราช 2561/ฮิจเราะฮฺศักราช 1439 โดยกำหนดให้มี 8 สาระการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะที่สำคัญ 5 ด้าน คือ 1) ความสามารถในการอ่าน เขียน ท่องจำ 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตและพัฒนาปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม 4) ความสามารถในการสื่อสาร 5) ทักษะในการอยู่ร่วมกัน เริ่มใช้ปีการศึกษา 2561
อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาในเขตพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้น มี สช.อำเภอ และ สช.จังหวัด มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการ โดยจัดโครงการ/กิจกรรมพัฒนาโรงเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน, สนับสนุนสื่อการเรียนการสอน, สนับสนุนเงินอุดหนุน ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของโรงเรียนตามที่ระเบียบกำหนด รวมทั้งการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในสถาบันศึกษาปอเนาะให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ พร้อมกับให้ผู้เรียนได้รับวุฒิบัตรเมื่อสำเร็จการศึกษาและสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ตลอดจนเพื่อสนองความต้องการของโต๊ะครู ผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชน ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของสถาบันศึกษาปอเนาะที่เหมาะสมกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางสังคมปัจจุบัน
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/557771550922674/posts/2374869049212906?sfns=mo

