44 ปี ส.ป.ก. ยึดมั่นศาสตร์พระราชา พัฒนาเกษตรกร

​กว่า 44 ปี ของการก่อตั้งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เมื่อปี 2518 ซึ่งได้ยึดมั่นพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักแนวทางดำเนินงาน โดยการผสมผสานแนวคิดของการจัดที่ดิน พัฒนาที่ดิน พัฒนาอาชีพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร รวมถึงการคุ้มครองที่ดินเกษตรกรรมให้เป็นของเกษตรกรตลอดไป พร้อมกันนี้ได้ทรงพระราชทานที่ดินที่เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก และฉะเชิงเทรา รวมเนื้อที่ 44,369 ไร่ ให้แก่ ส.ป.ก. เพื่อสนับสนุนงานการปฏิรูปที่ดินในประเทศไทย ​

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวถึงผลการดำเนินงานของ ส.ป.ก.ว่า ได้ดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้วประมาณ 36 ล้านไร่ จากทั้งหมด 40 ล้านไร่ ให้แก่เกษตรกร 2.8 ล้านราย แต่เกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ยังคงมีรายได้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากพื้นที่ ส.ป.ก.ที่จัดสรรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 อยู่นอกเขตชลประทาน ต้องอาศัยน้ำฝนทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว และประสบปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านมา เช่น แหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร ถนน และไฟฟ้า จึงเป็นปัจจัยสำคัญให้เกษตรกรต้องซื้อขายและเปลี่ยนแปลงสิทธิการถือครองที่ดินอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ส.ป.ก. ได้ยึดพื้นที่กลับคืนได้ประมาณ 443,889 ไร่ จากการบุกรุก ซื้อขาย และเปลี่ยนแปลงสิทธิการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. อย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และได้ส่งมอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) นำไปดำเนินการจัดสรร ซึ่งปัจจุบัน คทช. ได้จัดสรรที่ดินให้เกษตรกรแล้ว 20 แห่ง จัดตั้งสหกรณ์ 12 สหกรณ์ ใน 7 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี กาญจนบุรี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี กาฬสินธุ์ นครราชสีมา และสระแก้ว เนื้อที่ 14,083 ไร่ เกษตรกร 1,364 ราย พร้อมบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาร่วมพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่โครงการ พร้อมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมด้วย อาทิ การทำเกษตรผสมผสาน การปลูกพืชผัก การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปศุสัตว์ และประมง

​สำหรับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ ส.ป.ก. ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ร่วมกับ 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เพื่อช่วยให้พี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และ คทช. มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีรายได้ที่เพียงพอ และมีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

​อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ส.ป.ก. จะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากนักจัดที่ดินมาเป็นนักพัฒนาในเชิงพื้นที่มากขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ ส.ป.ก. ให้สูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยสั่งการให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดทุกจังหวัดแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดการพื้นที่ เพื่อดูแลพื้นที่ ส.ป.ก. ในทุกมิติ โดยน้อมนำศาสตร์พระราชราชา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อาทิ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และแนวทางเกษตรวิชญาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาปรับใช้ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ มีครอบครัวอบอุ่น และชุมชนเข้มแข็ง

“จากนี้ ส.ป.ก. เปรียบเสมือน เป็นหน่วย Social Enterprise มีปฏิรูปที่ดินเป็นผู้จัดการพื้นที่ ผู้บริหาร ส.ป.ก. ทั้ง 4 ท่านเป็น Supervisor ที่ดีมีส่วนกลางเป็น Backbones ที่จะสนับสนุนการทำงานให้เป็นทีมเดียวกัน และมีทิศทางที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การที่ประชาชนในพื้นที่ ส.ป.ก.อยู่ดี มีรายได้และมีความสุข หลักการทำงานที่จะทำให้ ส.ป.ก. มุ่งไปสู่ ALRO ALERT ตื่นตัว ตื่นรู้ ตื่นรุก และตอบสนองการทำงานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว และส.ป.ก. จะเป็นพื้นที่เกษตรกรรมผืนสุดท้ายของประเทศที่จะยังคงเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่ยั่งยืน และสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับคนไทย”

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข กล่าวทิ้งท้ายว่า เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ได้กำหนดจัดงาน วันครบรอบ 44 ปี ภายใต้แนวคิด “44 ปี ส.ป.ก. น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนาสู่เกษตรกร 4.0” ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2562 ณ ถนนราชดำเนินนอก บริเวณด้านหน้าอาคาร ส.ป.ก. ขอเชิญชวนร่วมหาความรู้ในงานผ่านนิทรรศการ การประชุมวิชาการ รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าดีมีคุณภาพ จากพี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ในราคาถูก ซึ่งจะได้ครบทั้งความรู้ และมีของติดไม้ติดมือกลับบ้านอย่างมีความสุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คลังชี้มาตรการภาษีจูงใจปิคอัพ-ดับเบิลแค็บ 20 รุ่นใช้น้ำมันบี 20 -เห็นคันแรกปีนี้
บทความถัดไป‘ดร.แพทตี้’ดรัณภัทร วิชชาวุธ หวังใช้คุณธรรม-ลดขัดแย้ง