สวนสามพราน กอดคอ สสส.โกยความสำเร็จเพียงช่วงข้ามปี ปลุกเทรนด์ต้นแบบ “ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์-Organic Tourism” กระหึ่มประเทศ ชูเครือข่ายธุรกิจเกื้อกูลสังคม ลดเหลื่อมล้ำ “เกษตรกร-โรงแรม-ร้านอาหาร-นักท่องเที่ยวไทย/เทศ” กระจายความมั่งคั่งยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจชุมชุนพึ่งพาตนเอง ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ปี’62 ลุยต่อยอด พิษณุโลก เชียงราย ลำพูน ลำปาง

นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการสวนสามพราน และผู้ร่วมก่อตั้งแล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ได้บุกเบิกพัฒนาการ สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุลหรือ Organic Tourism จนครบ 1 ปี โดยใช้สามพรานโมเดลเป็นต้นแบบพัฒนาการขับเคลื่อน และใช้กระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม ภายใต้หลักการทำงานมุ่งเน้นธุรกิจเพื่อเกื้อกูลสังคมด้วยกลยุทธ์การเปิดโอกาสให้แชร์ข้อมูล ประสบการณ์ ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบอาหาร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
เมื่อปี 2561 เริ่มนำร่องพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด Organic Tourism ใน 2 พื้นที่หลัก คือ กรุงเทพและปริมณฑล โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารชั้นนำ และตลาด จำนวนมากสนใจเข้ามาร่วม นำทั้ง 2 ฝ่าย มาทำงาน มารู้จัก สร้างความยืดหยุ่นในวิธีการทำงาน เช่น เกษตรกรต้องวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกอบการเองส่วนใหญ่แต่เดิมสั่งซื้อผลผลิตจากพ่อค้าคนกลาง หลังจากเข้าร่วมโครงการนี้ทุกฝ่ายได้เปลี่ยนแนวคิดด้วยความเข้าใจกันเป็นอย่างดี โดยโรงแรม ร้านอาหาร ก็หันมาซื้อผลผลิตอินทรีย์ซึ่งมีข้อจำกัดคือออกตามฤดูกาล แต่สามารถปรับเปลี่ยนเทคนิคการสื่อสารกับลูกค้านำมาจัดทำเป็นเมนูพิเศษสร้างมูลค่าเพิ่มในการขายได้
นายอรุษกล่าวว่า ปี 2562 เตรียมต่อยอด Organic Tourism ของไทย มุ่งเน้นในเรื่องการสร้างการรับรู้เจาะเข้าถึงผู้บริโภคขยายฐานกลุ่มตลาดให้ชุมชนผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นครัวอาหารโลก สามารถผลิตสินค้าคุณภาพทำรายได้เติบโตมากขึ้น ช่วยกันสร้างเศรษฐกิจชุมชนอย่างมั่งคั่ง ยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำเป็นแพกเกจท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ในเครือข่ายทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วย

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ในฐานะผู้สนับสนุนโครงการ Organic Tourism มีพันธกิจใหญ่ต้องเดินหน้าสื่อสารสุขภาพ โดยสร้างเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมอย่างเป็นมิตร สิ่งแรกจึงต้องทำให้ประชาชนความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์นั้นตัวอย่างการสร้างสังคมแห่งความสุขได้ ตามแผนอนาคตจะพาคนเดินทางลงพื้นที่ไปสัมผัสฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ตอกย้ำผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นหันมาเลือกรับประทานอาหารอินทรีย์เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์อย่างถูกต้อง
ขณะที่ ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง แล็บอาหาร ยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ organic tourism เป็นต้นแบบการนำเครื่องมือท่องเที่ยววิถีอินทรีย์เข้ามาขับเคลื่อนระบบห่วงโซ่อาหารซึ่งได้ประโยชน์ครบทั้ง 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ปี 2562 ตั้งเป้าขยายพื้นที่โครงการ ไปยังจังหวัดพิษณุโลก เชียงราย ลำพูน ลำปาง เพิ่มขึ้นด้วย
ทางกลุ่มตัวแทนผู้ซื้อหลัก ได้แก่ เจ้าของโรงแรม ร้านอาหาร ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา โดยนำพนักงานเข้าร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเกษตรกร และปี 2562 มีโปรแกรมจัดทริปพาลูกค้าไปเยี่ยมชมออร์แกนิกฟาร์ม เพื่อให้เห็นแหล่งที่มาของอาหาร เห็นกระบวนการทำงานร่วมกันกับเกษตรกร ประกอบด้วย
นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล กล่าวว่า ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้ผู้บริหารและพนักงานจนเกิดเป็นนโยบาย กรีน มีตติ้ง คอนเซ็ป เปิดทางเลือกให้ลูกค้าได้ใช้ออร์แกนิกคอฟฟี่เบรก รวมทั้งการเปลี่ยนเมนูบุฟเฟ่ต์ตามห้องอาหารต่างๆ แผนกจัดเลี้ยง และที่สำคัญเชฟมีความเข้าใจและเทคนิคการประกอบอาหาร ทำให้การเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ต้นทุนในการผลิตอาหารสูงขึ้น แถมยังได้ช่วยเหลือเกษตรกรมีรายได้ และสังคมมีสุขภาพดีด้วย
ชู เลง โก ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล แบงค็อก กล่าวว่า แต่ละปีโรงแรมต้องทำอาหารให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมทั้งพนักงานปีละกว่า 6 แสนคน จึงเห็นความสำคัญของการเลือกวัตถุดิบเพื่อมาปรุงอาหารปลอดภัยให้ลูกค้าบริโภค ขณะนี้จึงใช้วัตถุดิบอินทรีย์
70% ในอนาคตตั้งเป้าจะใช้ 100%
น.ส.ณภัทร นุตสติ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ เชียงใหม่ และโรงแรมรายาเฮอริเทจ เชียงใหม่ ยืนยันว่า วัตถุดิบอาหารจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ไม่ได้ส่งผลต่อต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เพราะสามารถหากบริหารการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ดีๆ ขณะนี้ทางโรงแรมพร้อมต่อยอดส่งเสริมให้ครอบครัวพนักงานที่ทำเกษตรอยู่แล้วเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์เป็นวัตถุดิบป้อนโรงแรม ทำรายได้เสริมมากขึ้นได้ในครอบครัว
นายกำธร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายการผลิตและการเงิน บริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กำลังทำนโยบายอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อความสุขของโลก เพื่อความสุขของลูกค้า จึงเป็นอีกแรงบันดาลใจ นำทีมผู้บริหารลงพื้นที่ ไปพบชาวสวน เพื่อเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ เห็นการพึ่งพาตนเองจนเกิดการซื้อขายโดยตรงระหว่างกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ เริ่มจากผลไม้ฝรั่งออร์แกนิก และกำลังทยอยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต่อไป เป็นการช่วยเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทำให้สังคมเกษตรอินทรีย์เข้มแข็งยั่งยืนต่อไป
ทางด้านเครือข่ายเกษตรกรเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกเกษตรอินทรีย์ในโครงการ Organic Tourism เล่าอย่างภาคภูมิใจถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความเชื่อมั่นและกำลังใจที่จะพัฒนาผลผลิตให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ประกอบด้วย
ป้าประหยัด ปานเจริญ ประธานกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ บ้านหัวอ่าว เล่าว่า จากการปรับตัว ร่วมทำงานกับเครือข่ายผู้ซื้อ ทำให้รู้ความต้องการและเห็นปัญหาผลผลิตไม่ได้คุณภาพ จึงเร่งปรับปรุงจนได้มาตรฐานก่อนส่งมอบ สามารถวางแผนและปรับตามความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
อรุณี พุทธรักษา ประธานกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ เล่าว่า การทำงานร่วมกัน ทำให้รู้และเข้าใจปัญหาของทุกฝ่าย เมื่อมาคุยกัน เข้าใจกัน ยอดการผลิตก็เริ่มลงตัว รายได้ของเกษตรกรก็เพิ่มมากขึ้น จากส่วนที่ส่งไปโรงแรมในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้โครงการขับเคลื่อน Organic Tourism ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร เข้ามาร่วมกว่า 20 แห่ง
พื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล แบงค็อก โรงแรม เดอะ
สุโกศล กรุงเทพ โรงแรมอนันตราสยาม กรุงเทพ เครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ห้องอาหารสีฟ้า จำกัด ร้าน Patom Organic Living (ปฐม)
พื้นที่เชียงใหม่ ได้แก่ ตลาดจริงใจ มาร์เก็ต โรงแรมรายาเฮอริเทจ โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ โรงแรม วิล ล่ามหาภิรมย์ โรงแรมครอสทู 137 พิลลาร์เฮาส์ ร้านอาหารอิ่มเอม ร้านอาหารจินเจอร์ฟาร์ม อันจะกินวิลล่า ซาร่าคิทเช่น เชฟพีท และเลอ คริสตัล
อีกทั้งในเชียงใหม่ยังได้ริเริ่มแจ้งเกิด “วิสาหกิจเพื่อสังคม เจียงใหม่ ออร์แกนิก” ทำหน้าที่เชื่อมโยงเชฟ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเชียงใหม่ให้มาเรียนรู้ เข้าใจผู้ผลิตและเปลี่ยนวิถีการทำอาหารมาใช้วัตถุดิบอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์มื้อค่ำอินทรีย์ “เจียงใหม่ออร์แกนิก เชฟเทเบิ้ล” สร้างสรรต่อยอดสิ่งใหม่สื่อสารเรื่องราวสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : บล็อกเกอร์ – gurutourza

