เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายวิสุทธิ์ ปรีชาสุภากุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านกองกาย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปีนี้ปัญหาเรื่องไฟป่าและหมอกควันจากไฟป่าใน จ.เชียงใหม่ ถือว่ารุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ค่อนข้างมาก จากข้อมูลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) พบว่า หมอกควันที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดจากไฟป่าถึง 90% และเป็นสาเหตุให้ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนหรือพีเอ็ม 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน

“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านกองกายและชาวบ้านในพื้นที่ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์(เครือซีพี) และเจ้าหน้าที่อาสาพัฒนา(อสพ.) ทำแนวป้องกันไฟป่าโดยรอบหมู่บ้านกองกาย เป็นโครงการนำร่อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันแก้ปัญหาและป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามมายังพื้นที่ๆมีชาวบ้านพักอาศัยกว่า 75 ครัวเรือนที่ดูแลผืนป่าสมบูรณ์กว่า 3,750 ไร่”นายวิสุทธิ์กล่าว

ด้านนางอ้อย จันทรธิมา เกษตรกรบ้านสบขุ่น อ.ท่าวังผา จ.น่าน กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรภายใต้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ซึ่งเครือซีพี สนับสนุนนำร่องเกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านสบขุ่น ทดลองปลูกกาแฟเป็นพืชทางเลือกในการสร้างรายได้แก่เกษตรกรควบคู่ไปกับการดูแลและพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปี 2559 เป็นอีกพื้นที่ในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเผาป่าและลุกลามไหม้สวนกาแฟของชาวบ้าน ได้รับความเสียหายกว่า 500 ต้น
“เครือซีพี ได้ให้การสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ทำแนวกันไฟป่าและอุปกรณ์ดับไฟป่า ภายใต้ “โครงการสบขุ่นร่วมใจ ทำแนวป้องกันไฟป่า 2562” เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการเผาป่าและหมอกควันในพื้นที่ หมู่บ้านสบขุ่น หมู่ที่ 7 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่ 323 ครัวเรือนที่ดูแลผืนป่าสมบูรณ์ในเขตดอยวาว อุทยานแห่งชาตินันทบุรี”นางอ้อยกล่าว

ด้านนายจอมกิตติ ศิริกุล ผู้บริหารด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือซีพี กล่าวว่า เครือซีพี ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างใกล้ชิด พบว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ ที่พบหมอกควันพิษซึ่งเกิดจากการเผาป่าจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เครือซีพี จึงร่วมกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่บ้านกองกาย อ.แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ และบ้านสบขุ่น อ.ท่าวังผา จ.น่าน จัดทำแนวป้องกันไฟป่า
“ตลอดจนให้การสนับสนุนภารกิจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานด้านการปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการอยู่ในเขต ปิง – วัง – ยม – น่าน ได้แก่ พื้นที่ต้นน้ำปิง (อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่) ,พื้นที่ต้นน้ำวัง (อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง) , พื้นที่ต้นน้ำยม (อ.ปง จ.พะเยา) และ พื้นที่ต้นน้ำน่าน (ในหลายอำเภอของ จ.น่าน) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนปี 2563 ภายใต้กรอบการทำงาน 3Hs คือ HEART-มุ่งมั่นทำธุรกิจด้วยใจที่ยั่งยืน HEALTH-มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน HOME-มุ่งมั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน”นายจอมกิตติกล่าว

