ไม้ผลภาคตะวันออกปีนี้ ยอดผลผลิตพุ่ง 8.8 แสนตัน เพิ่มขึ้นเกือบ 33% จากสภาพอากาศเอื้ออำนวย

10.04.19 | 17:14 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า คณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้สรุปตัวเลขเอกภาพผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออก ปี 2562 ของไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด จันทบุรี ระยอง และตราด พบว่า เนื้อที่ยืนต้นของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน  692,810 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีจำนวน  678,203  ไร่ โดยเพิ่มขึ้น 14,607 ไร่หรือ 2.15% ซึ่งทุเรียนเพิ่มขึ้น 6.20% แต่เงาะ มังคุด ลองกอง ลดลง 2.10% , 0.28%  , 5.08% ตามลำดับ ส่วน เนื้อที่ให้ผลของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 626,339 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 615,172 ไร่ คิดเป็นเนื้อที่เพิ่มขึ้น 11,167 ไร่ หรือ 1.82% โดยทุเรียน เพิ่มขึ้น 5.31% มังคุด เพิ่มขึ้น 0.69%  ส่วนเงาะ ลดลง 2.43% และ ลองกอง ลดลง 3.84%

ขณะที่ผลผลิต รวมทั้ง 4 สินค้ามีจำนวน 886,535 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 667,025 ตัน คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 219,510 ตัน หรือ 32.91% โดยผลผลิตจะออกมากช่วงกลางเดือน เม.ย.-พ.ค. ซึ่ง มังคุด เพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ 144.11% เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยต้นมังคุดมีเวลาพักสะสมอาหารนานจึงออกดอกติดผลได้มากในปีนี้ รองลงมาได้แก่ ลองกอง เพิ่มขึ้น 24.35% ทุเรียน เพิ่มขึ้น 22.69%  และเงาะ เพิ่มขึ้น 10.31% ทั้งนี้ ผลผลิตต่อไร่ของทั้ง 4 ชนิดเพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ประกอบกับในปีที่ผ่านมาไม้ผลบางชนิดไม่ติดผลและผลผลิตน้อยทำให้มีเวลาในการพักต้นสะสมอาหารต้นสมบูรณ์ขึ้นส่วนหนึ่ง อีกทั้งในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สภาพอากาศมีความเหมาะสมกระตุ้นให้ไม้ผลสามารถติดดอกออกผลได้มากยิ่งขึ้น 

Advertisement

ด้านนายสุชัย กิตตินันทะศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ไม้ผลภาคตะวันออกทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด ออกดอกแล้ว 100% โดยทุเรียนทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. เป็นต้นมา และผลผลิตออกมากช่วงสงกรานต์ถึงกลางเดือนพ.ค.  เงาะ ผลผลิตจะออกมากช่วงกลางเดือนพ.ค.และจะเก็บเกี่ยวได้ถึงต้นเดือนส.ค. มังคุด จะออกชุกช่วงปลายเม.ย.- พ.ค. ส่วนลองกอง ออกดอกแล้วประมาณ 60% ส่วนใหญ่อยู่ในระยะเริ่มตั้งช่อเขียวถึงระยะช่อดอก ซึ่งลองกองสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม หากสภาพอากาศแปรปรวน และปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาต้นไม้ อาจส่งผลให้ปริมาณผลผลิตไม้ผลเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่ง สศท.6 จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง