ทูตนิวซีแลนด์ มั่นใจระบบการศึกษานิวซีแลนด์พัฒนา
นักศึกษานานาชาติ ชูโปรแกรมนวัตกรรมการศึกษายุคดิจิตอล รับเทรนด์อาชีพฮิตยุคดิจิทัล

การศึกษาเป็นรากฐานการยกระดับคุณภาพพลเมืองของประเทศ เมื่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลระบบการศึกษาจำต้องเปลี่ยนแปลงตาม เพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยีตรงตามความต้องการของหน่วยงานอุตสาหกรรม และกลไกตลาดแรงงาน

นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับว่า มีระบบการศึกษามาตรฐานติดอันดับโลก และได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญด้านการวางพื้นฐานให้เด็กก้าวทันการเปลี่ยนแปลงพร้อมสู่การใช้ชีวิตในยุคดิจิตอลและเศรษฐกิจโลกในอนาคต

ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย มร.ทาฮา แมคเฟอร์สันเปิดเผยว่า ประเทศนิวซีแลนด์เป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลก โดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติกว่า 125,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงนักเรียนไทย โดยปัจจุบันมีนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์มากกว่า 3,300 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตการขอวีซ่านักเรียนใหม่ของนักเรียนไทยเพิ่มสูงขึ้นถึง 7% ในขณะที่อัตราการเติบโตของวีซ่าเรียนไทยทั้งหมดอยู่ที่ 5% ส่วนใหญ่มาจากสถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิคต่างๆเพิ่มขึ้น 146% และคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น 10% ช่วงปี 2559-2561 ภาพรวมมูลค่าอุตสาหกรรมการศึกษานานาชาติในประเทศนิวซีแลนด์สูงถึง 5.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งประเทศไทยมีส่วนร่วมถึง 120 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเป็นอยู่ในอันดับ 7 ประเทศที่มีนักเรียนต่างชาติที่ไปเรียนต่อนิวซีแลนด์และเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน

ระบบการศึกษาตอบโจทย์

ด้วยระบบการศึกษานิวซีแลนด์มีการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนธุรกิจและโรงเรียนส่งเสริมให้เด็กหนุ่มสาวเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพพร้อมสำหรับการทำงาน โดยกลยุทธ์ด้านการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์ ต่อจากนี้ไปนิวซีแลนด์จะทำให้นักศึกษานานาชาติได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสูง มีทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิตอลพร้อมประสบการณ์ด้านการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ-เอกชนต่างๆ ที่ช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะและนำความรู้กลับไปพัฒนาชาติของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อันดีไปยังชาติต่างๆ สนับสนุนความหลากหลายของผลิตภัณฑ์บริการและตลาดนานาชาติ พบว่ามีนักศึกษาไทยที่จบการศึกษาจากนิวซีแลนด์ประสบความสำเร็จในการทำงานจำนวนมาก

ที่ผ่านมานิวซีแลนด์ ยังได้มีแผนการปฏิรูปด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นระบบการศึกษาในโรงเรียน มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยบอกว่า นิวซีแลนด์จะไม่เปรียบเทียบระบบการศึกษากับประเทศอื่นๆ แต่จะมุ่งเน้นการเรียนการสอนเพื่ออนาคตในการเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ในแบบเดิมๆ มาเป็นการ “คิดใหม่” ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึกผ่านโครงงานต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดอย่างเป็นอิสระ ในทางสร้างสรรค์เพื่อสร้างความมั่นใจให้เด็กสามารถสร้างนวัตกรรมในระดับที่สูงขึ้นได้

หลักสูตรยืดหยุ่น ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง

โดยนักเรียนที่นิวซีแลนด์ จะได้รับหลักสูตรการเรียนการสอนที่สามารถยืดหยุ่นได้ เพิ่มทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ มีทักษะผู้ประกอบการ ทักษะความเป็นผู้นำ ทักษะด้านดิจิทัล และเทคนิคการรับรู้ทั่วโลก เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้หลากหลาย นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังมีหลักสูตรการศึกษาที่หลากหลาย นำไปสู่การสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้นิวซีแลนด์เรายังให้ความสำคัญในการพัฒนาความรู้ และทักษะในด้านวรรณกรรม คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การกีฬา ในการพัฒนาความรู้ความเข้าใจของนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพผ่านการฝึกอบรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ชูโปรแกรมนวัตกรรมการศึกษายุคดิจิตอล รับเทรนด์อาชีพยุคดิจิทัล

นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเปิดเผยว่าหลักสูตรยอดนิยมที่นักศึกษาไทยนิยมไปศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ 3 อันดับแรก ในปี 2560 ได้แก่ คณะการจัดการและการบัญชี คณะภาษาศาสตร์และวรรณคดี และคณะวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังมีความเชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ แอนิเมชั่น วิชวลเอฟเฟ็กต์ นักแคสเกม นักกีฬาอีสปอร์ต เทคโนโลยีฮิวแมนอินเตอร์เฟซ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นเทรนด์อาชีพที่กำลังมาแรงในกลุ่มรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีอาหารด้วย ทำให้นิวซีแลนด์ได้รับการตอบรับจากนักศึกษาไทยให้ความสนใจไปศึกษาต่อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลักสูตร Digital design program ละ Technology program

ทุ่ม 700 ล้านดอลลาร์สร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ

เพื่อการเรียนรู้และการเตรียมพร้อมสู่อนาคต รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ทุ่มงบลงทุนสูงถึง 700 ล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ 98% ของสถาบันต่างๆ ในนิวซีแลนด์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้นักเรียนสามารถเข้าถึงบทเรียนและใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนที่มากขึ้น การเรียนรู้ในห้องเรียนเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัล มีการประเมินออนไลน์ นักเรียนสามารถคิดและสร้างสรรค์ผลงานจากเทคโนโลยีได้ ซึ่งการพัฒนาหลักสูตรนั้น มาพร้อมกับการลงทุนในการฝึกอบรมครูให้มีความคล่องแคล่วทางดิจิทัลและการคิดคำนวณ เพื่อการวางแผนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยหลักสูตรนี้จะเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมุ่งไปสู่การเรียนรู้เพื่อศตวรรษที่ 21 เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนจะมีความพร้อมที่จะเผชิญโลกกว้าง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบธุรกิจ และความร่วมมือกับหน่วยงานอุตสาหกรรม ในการออกไปสร้างอาชีพในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ประเทศที่น่าไปเรียนต่อที่สุดในโลก

นอกจากนี้ล่าสุดนิวซีแลนด์ยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่น่าไปเรียนต่อที่สุดในโลกจากการสำรวจนักศึกษานานาชาติกว่า 20,000 คนโดยเว็บไซต์ www.education.com จาก 7 ปัจจัยหลักดังนี้ คือ 1) การได้สัมผัสกับวัฒนธรรมใหม่ที่หลากหลาย 2) มีหลักสูตรที่หลากหลายนำไปสู่การสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน 3) มีธรรมชาติที่งดงามเหมาะสำหรับการผจญภัย 4) มีเพื่อนใหม่จากนานาชาติ สร้างเครือข่ายสู่การทำงานอย่างมืออาชีพ 5) มาตรฐานด้านการศึกษาสูง 6) มีทุนการศึกษาเพื่อนักศึกษานานาชาติ และ 7) ทำวีซ่าได้ง่าย

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ ดูได้ที่ www.studyinnewzealand.govt.nz

บทความก่อนหน้านี้กทม.คาดส่งเอกสาร ป.ป.ช.ในสัปดาห์นี้ ชี้เหตุญี่ปุ่นไม่เข้าประมูลเตาขยะเพราะไม่ถนัดร่วมทุน
บทความถัดไป“สาวิกา”อนค.จี้กกต.แจงคลาดเคลื่อน ข้องใจคะแนนหาย บวกเองพลิกชนะ ย้ำไม่ได้ต้องการหาคนผิด