กสทช. แทคทีม ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม โชว์ยูสเคส มิติใหม่ ในงาน “5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน”

19.04.19 | 17:58 น.

เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เจนเนอเรชั่นที่ 5 ของเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายสุดทรงพลัง ที่จะเข้ามาเชื่อมต่อทุกสรรพสิ่ง เปลี่ยนโลกทั้งใบให้เข้าถึงกันง่ายขึ้นไปอีกขั้น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ขนทัพยูสเคส นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุค 5G มาจัดแสดงในงานสัมมนา “5G ปลุกไทยที่ 1 อาเซียน” ณ ห้องประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชฐ
ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. และ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นประธานเปิดงาน

ได้รับการตอบรับอย่างคับคั่ง ทั้งภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ประชาชนและเยาวชนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี กว่า 700 คน เข้าร่วมรับฟังวิสัยทัศน์ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ผลิตอุปกรณ์ ชั้นนำของประเทศ จากผู้บริหารระดับสูง บริษัท หัวเว่ย (เทคโนโลยี่) ประเทศไทย จำกัด, Asia GSMa, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS, บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TRUE, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB พร้อมร่วมรับฟังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมุมมองภาคการใช้งานจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

“5G เป็นหนึ่งในอาวุธที่จะช่วยผลักดันให้ไทยก้าวไปข้างหน้า ให้ประเทศเล็กๆสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น อาทิ การเคลื่อนย้ายข้อมูลและการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกว่า 4G ถึง 100 เท่า ความหน่วงต่ำที่ลดลง และโมบิลิตี้ หรือการสัญจรของ 5G ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้รถพยาบาลสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เพิ่มสูงขึ้น 1.5 เท่า ไม่สะดุดในช่วง 500 กิโลเมตรแรก รองรับรถไฟความเร็วสูง และยานยนต์ขับเคลื่อนอัจฉริยะในอนาคต ซึ่งขณะนี้ กสทช.ได้ร่วมมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำพื้นที่ทดสอบรูปแบบการใช้งาน กระทรวงดีอีก็ได้ร่วมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตั้งศูนย์ทดสอบการใช้งาน 5G ซึ่งเป็นการนำร่องทดสอบในพื้นที่เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
(อีอีซี)” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

สำหรับ ศูนย์ 5G เอไอ/ไอโอที อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ กสทช. ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นที่อาคารวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการทดสอบ 5G บนคลื่นความถี่ย่าน 26-28 กิกะเฮิรตซ์ และ 3.5 กิกะเฮิรตซ์ ที่ใช้ทดสอบการรบกวนกันของคลื่นความถี่ เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนที่สนใจสามารถเข้าร่วมทดสอบได้ โดย กสทช. มีแผนที่จะขยายศูนย์ทดสอบและปฏิบัติการไปยังมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ
ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนให้การศึกษาและพัฒนายูสเคสมากขึ้น

Advertisement

“ยูสเคส” ที่จัดแสดงในงาน ก็เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมต้นแบบที่ออกแบบมาภายใต้แนวคิดสมาร์ทซิตี้ เพื่อตอบสนองครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้ง การรักษาพยาบาลทางไกล (Smart Health) อาทิ หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หุ่นยนต์ช่วยประเมิน ดูแล ฟื้นฟูผู้สูงอายุ อุปกรณ์วัดและวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจสำหรับใช้งานที่บ้าน เครื่องวัดความดันโลหิตที่สามารถส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย และหุ่นยนต์เจาะกระดูกที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล การสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) อย่างรถ Hamo ยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างสถานี และจอดรถได้อัตโนมัติผ่าน 5G, รถยนต์ไร้คนขับ ที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล และ Smart CU-Pop Bus รถโดยสารอัจฉริยะที่ให้บริการฟรีในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) กับ Pollu Smart Cell ตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วย Cell Site และสมาร์ทโฟน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ร่วมกับ IoT ในการตรวจวัดสภาพหมอกและฝุ่นควัน วัดสภาพอุตุนิยมวิทยาและระดับน้ำเพื่อการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งสามารถควบคุมบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการวิเคราะห์ภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการติดตามคนหาย ทั้งยังสามารถสกัดข้อมูลคุณลักษณะที่สำคัญเพื่อประโยชน์ที่หลากหลาย และเทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ VR ที่มีการให้บริการนิสิตผ่านเครือข่าย 5G ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาทักษะทางการแพทย์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อไป

“5G ไม่เพียงจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง แต่ยังส่งผลต่อการลงทุนจากต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศอาเซียน แม้ว่าในปี 2559-2561 ไทยจะมีเม็ดเงินลงทุนที่สูงขึ้น แต่อัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นก็ยังเป็นรองเวียดนามและอินโดนีเซียอยู่มาก เราจึงต้องเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อน 5G ให้เกิดขึ้นในประเทศโดยเร็ว ลดต้นทุนการผลิต ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศกว่า 2.3 ล้านล้านบาท และในปี 2563 ที่ประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ หากมีการนำ 5G เข้ามาสร้าง SMART HOSPITAL ให้ประชาชนสามารถรักษาโรคทางไกลโดยไม่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาล ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของรัฐได้เฉลี่ยปีละ 3.8 หมื่นล้านบาท

ในที่สุดแล้วเทคโนโลยีจะล้อมโลก ล้อมประเทศ แม้เราไม่อยากเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยน แต่หากว่าเราเปลี่ยนช้า เราจะเสียเปรียบประเทศอื่น หากเราเปลี่ยนแปลงเร็วเราจะนำหน้าประเทศอื่น แต่หากเราเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่านี้ เราจะก้าวเป็นที่ 1 ในอาเซียนต่อไป” นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าว