คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังติดตามและขับเคลื่อนมาตรการทางเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมดูแลสวัสดิการเจ้าหน้าที่ในสังกัด

นายจำเริญ โพธิยอด หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ พ.ศ.2562 (1 ต.ค.2561-31 มี.ค.2562) หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังและคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ได้แก่ นางสาวชุณหจิต สังข์ใหม่ นางสาววิไล ตันตินันท์ธนา นางแพตริเซีย มงคลวนิช และนายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ได้ตรวจติดตามหน่วยงานในส่วนกลาง (ในสังกัดกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร) รวม 19 พื้นที่ และในส่วนภูมิภาครวมทั้งหมด 23 จังหวัด ทั้งนี้ ได้ติดตามการดำเนินมาตรการ แผนงานโครงการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง 7 ด้าน คือ 1. การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน 2. การจัดหาสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 3. ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e–Payment) 4. การเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ.2562 5. การพัฒนาสวัสดิการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลังทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 6. กระทรวงการคลังคุณธรรม โปร่งใส ไร้ทุจริต และ
7. กองทุนการออมแห่งชาติ
จากการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน ทำให้เห็นความก้าวหน้า และปัญหาของมาตรการต่างๆ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง เช่น
การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
เน้นออกนโยบายเชิญชวนให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย (PICO Finance) รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้นอกระบบเข้ามารับการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อหยุดวงจรหนี้นอกระบบให้หมดไป
การจัดหาสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือ
ผู้มีรายได้น้อย
ที่ผ่านมาการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือได้ว่าเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฝึกอาชีพตามโครงการระยะที่สองได้ส่งผลให้เกิดการยกระดับรายได้ให้ประชาชนกว่า 1 ล้านราย ได้พ้นเส้นความยากจน หน่วยงานในส่วนภูมิภาคจึงควรเร่งออกมาตรการเชิญชวนให้ผู้มีรายได้น้อยที่ยังไม่ได้เข้ารับการฝึกอาชีพ เข้ารับการพัฒนาเพื่อยกระดับให้ผู้มีรายได้น้อยของประเทศก้าวข้ามความยากจนอย่างแท้จริง
การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ
(National e–Payment)
จากการลงพื้นที่ พบว่าหน่วยงานภาครัฐได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งการชำระเงินผ่านเครื่อง EDC การชำระเงินผ่านระบบ Bill Payment รวมถึงการชำระเงินผ่านระบบ QR Code เพื่อชำระตรงเข้าธนาคาร แต่พบว่ายังมีปัญหาอยู่บ้างในส่วนของการชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ในร้านธงฟ้า ที่มีปัญหาด้านระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตในช่วงต้นเดือน ซึ่งจะรีบประสานงานเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนต่อไป
การเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ
ส่วนราชการมีการเบิกจ่ายในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังมีบางหน่วยงานที่อาจประสบปัญหาไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันเวลา จึงได้สั่งการให้คลังจังหวัดทำหน้าที่เป็นตัวกลาง สร้างระบบ Early Warning เพื่อเตือนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่อาจเบิกจ่ายล่าช้า พร้อมทั้งจัดทีมงานเพื่อเป็นผู้ช่วยเข้าไปดูแลเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ไม่ให้เกิดความผิดพลาด
กระทรวงการคลังคุณธรรม โปร่งใส ไร้ทุจริต
ได้มีการออกตรวจติดตามผลการดำเนินงานภายใต้โครงการกระทรวงการคลังคุณธรรม โปร่งใส ไร้ทุจริตตามแนวทางการดำเนินการของศาตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี โดยให้หน่วยงานต่างๆ นำแนวทาง
ดังกล่าวมาปรับใช้ภายในหน่วยงานของตนเอง เพื่อสร้างคุณธรรมภายในองค์กร ได้แก่ การสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่บุคลากร เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพต่อประชาชนสูงสุด และลดการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งทางตรงและทางอ้อม
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
จากการออกตรวจราชการที่ผ่านมา พบว่า กอช. ได้มียอดผู้เข้าร่วมที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดตลาดใหม่กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่ที่ต้องการมีเงินบำนาญเพื่อชีวิตหลังเกษียณ อย่างไรก็ตามในส่วนภูมิภาคกลับยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้ได้มอบหมายให้คลังจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีเงินออม รวมทั้งให้ความรู้และแนะนำวิธีการใช้ระบบตรวจสอบเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการออมให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น
พร้อมดูแลสวัสดิการเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด
นอกจากการตรวจมาตรการ แผนงาน โครงการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจแล้ว คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังยังได้ตรวจติดตามคุณภาพชีวิตของบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลัง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในด้านที่พักอาศัย สถานที่ทำงานรวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้พร้อมต่อการบริการประชาชน
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังกล่าวอีกว่า “ในช่วง 6 เดือนที่เหลือ (เมษายน-กันยายน 2562) ผมและคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังทุกท่าน จะเดินทางไปตรวจราชการในจังหวัดที่เหลือให้ครบตามแผนการตรวจราชการ”
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังว่า ได้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทั้งติดตามความคืบหน้าการดำเนินตามนโยบายในส่วนภูมิภาค และสะท้อนปัญหาจากการปฏิบัติในพื้นที่ในภูมิภาคสู่ส่วนกลาง เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาได้ทันท่วงที
“ตัวอย่างส่วนหนึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจราชการ เราได้ติดตามการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) พบว่าประชาชนมีความต้องการวงเงินสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินจำเป็น ใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ หรือใช้ชำระหนี้นอกระบบให้ครบถ้วน มากกว่า 50,000 บาทต่อราย วงเงินสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เดิมกำหนดไว้เพียง 50,000 บาทเป็นข้อจำกัดให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ตามความจำเป็นของตนแม้จะมีศักยภาพในการชำระหนี้คืนก็ตาม คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังจึงได้เรียนให้ปลัดกระทรวงการคลังทราบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และถือเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปรับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการทางการเงินของประชาชนผู้ใช้บริการ จนนำไปสู่การขยายเพดานวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่พิโกไฟแนนซ์สามารถให้สินเชื่อแก่ประชาชนเป็น 100,000 บาทต่อราย”
นายจำเริญ โพธิยอด หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังกล่าวในตอนท้ายว่า “ผลการตรวจราชการ และข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ได้รายงานให้ท่านปลัดกระทรวงการคลังทราบ และส่งข้อเสนอแนะไปที่หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินนโยบาย เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลังให้ดีที่สุด”

