ยุคดิจิทัลเช่นนี้ ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนไปมากกว่าสมัยก่อน ทั้งการจับจ่ายซื้อของและการดำเนินชีวิต ที่อยู่ในโลกออนไลน์ แน่นอนว่าการก่ออาชญากรรมก็เปลี่ยนไปด้วยตามยุคสมัยเช่นกัน ช่วง 10 ปีมานี้
เรามักจะได้ยินคดีความที่เกี่ยวข้องกับโลกไซเบอร์อยู่บ่อยๆ สำหรับคนไทยบางคนอาจนึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว
แต่จริงๆ แล้วการโจมตีทางไซเบอร์นั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด…ล่าสุด ไฟร์อาย อินคอร์เปอเรชั่น (NASDAQ:FEYE) ผู้นำด้านการหยุดยั้งภัยคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูงในปัจจุบันได้เปิดเผยถึงผลสำรวจถึงความเสี่ยงภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งน่าตกใจมากที่ประเทศไทยตกเป็นเป้าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 มากเป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
1. ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 พบว่า ประเทศไทยตกเป็นเป้าของภัยคุกคามทางไซเบอร์สูงอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชีย อันดับ 1 คือ ไต้หวัน คิดเป็น 60% ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ประเทศไทยและฮ่องกง คิดเป็น 43% ซึ่งอัตราดังกล่าวนับเป็นตัวเลขที่สูงเกือบ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก (ค่าเฉลี่ยทั่วโลกคือ 15%)
2. กลุ่มผู้โจมตีทางไซเบอร์ประกอบด้วย
• Hacktivist มีวัตถุประสงค์โจมตีเว็บไซต์เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเผยแพร่หน้าเว็บไซต์
• Cyber Criminal เน้นการโจรกรรมบัตรเครดิตโดยหวังผลประโยชน์ทางการเงิน
• Advanced Persistent Threats หรือเรียกสั้นๆ ว่า (APT) มีเป้าหมายโจรกรรมข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตและทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น มุ่งหวังผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมือง ซึ่งกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับประเทศ
3. ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะของไฟร์อายพบว่า ผู้โจมตีทางไซเบอร์ขั้นสูงหลากหลายกลุ่ม (APT) มีประเทศไทยเป็นเป้าหมาย รวมทั้งยังตรวจเจออีกว่า กลุ่มที่ไม่สามารถระบุได้อีกหลายกลุ่มมีประเทศไทยเป็นเป้าหมายอีกเช่นกัน
4. ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กลุ่มอุตสาหกรรมที่ไฟร์อายพบว่า ถูกจู่โจมในรูปแบบของ APT เป็นอย่างมากในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 ได้แก่ หน่วยงานของรัฐบาลกลาง (นับเป็น 45% ขององค์กรทั้งหมดที่ถูกจู่โจม) ภาคบันเทิง สื่อ และการบริการด้านโรงแรม (38%) เทคโนโลยี (33%) การผลิต (29%) พลังงานและสาธารณูปโภค (29%) หน่วยงานของรัฐในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น (28%) งานบริการ/ที่ปรึกษา (25%) และ งานบริการด้านการเงิน (20%)
5. สาเหตุที่ประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายเพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสาขาอยู่
ทั่วโลก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง และองค์กรต่างๆ ขาดความรู้ความเข้าใจในระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแรง รวมทั้งระบบกฎหมายยังไม่ครอบคลุมดีพอ
สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างเราๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือของพวกแฮกเกอร์เหล่านี้ไปได้ หากเปิดอีเมลหรือไฟล์แนบจากอีเมลที่ส่งมาโดยคนที่เราไม่รู้จัก นั่นหมายถึงคุณก็มีความเสี่ยงที่จะโดนล้วงข้อมูลต่างๆ เช่น เลขที่บัญชี หมายเลขบัตรเครดิต ที่เคยบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแล้ว ทางที่ดีใช้งานอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์อย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเปิดอีเมลหรือไฟล์แนบจากแหล่งที่ไม่สามารถระบุที่มารวมทั้งหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลบัตรเครดิตแก่เว็บไซต์ที่ขาดความน่าเชื่อถือ
เกี่ยวกับ ไฟร์อาย อินคอร์เปอเรชั่น
ไฟร์อาย คิดค้นแพลทฟอร์มด้านความปลอดภัยที่สร้างขึ้นอย่างมีวัตถุประสงค์และใช้หลักการจำลองคอมพิวเตอร์
(Virtual machine) ที่สามารถปกป้ององค์กรต่าง ๆ และหน่วยงานภาครัฐทั่วโลกจากการจู่โจมทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนสูงสามารถหลีกเลี่ยงระบบการป้องกันรูปแบบเดิม ซึ่งทำงานโดยอาศัยการตรวจสอบการโจมตีที่มีการค้นพบแล้ว เช่น ไฟร์วอลล์เจเนอเรชั่นใหม่ IPS โปรแกรมป้องกันไวรัส และเกทเวย์ต่างๆ ขณะที่แพลทฟอร์มการป้องกันภัยของไฟร์อาย สามารถป้องกันภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์และสนองต่อภัยในลักษณะต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยร่องรอยการบุกรุก เพื่อปกป้ององค์กรต่างๆ จากแนวทางการจู่โจมหลัก (threat vectors) ต่างๆ และในขั้นต่างๆ ของการจู่โจม แนวคิดหลักของแพลทฟอร์มไฟร์อายเป็นเอนจินการทำงานแบบเวอร์ชวล ที่อาศัยข้อมูลเชิงลึกของการจู่โจมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อบ่งชี้และยับยั้งการจู่โจมทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบัน ไฟร์อายมีลูกค้ากว่า 4700 ราย จาก 67 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึง 730 รายจากบริษัทที่ติดรายชื่อใน Forbes Global 2000

