TCEBโชว์ไมซ์ไทยQ2ปี’62รายได้พุ่ง5หมื่นล้าน นำไทยขึ้นอันดับ4เอเชีย-เปิดแผนครึ่งปีหลังโตแรง

15.05.19 | 18:14 น.

TCEB นำทัพอุตสาหกรรมไมซ์ไทยไตรมาส 2 ปี’62 ผงาดเจ้าตลาดประชุมนานาชาติอันดับ 4 เอเชีย โกยรายได้กระจายสู่ท้องถิ่นเพิ่มกว่า 5 หมื่นล้านบาท ปลุกกำลังซื้อไทย-เทศพุ่ง 8 ล้านคน ตั้งเป้าครึ่งปีหลังงานเข้าเพียบธุรกิจโตแรงเร่งใช้ 3 ยุทธศาสตร์ “เพิ่มรายได้-กระจายความมั่งคั่งสู่ท้องถิ่น-บูมใช้นวัตกรรม” ปั๊มเงินไมซ์สะพัดทั่วไทยทะลุ 2.2 แสนล้านบาท
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB”  เปิดเผยว่า ล่าสุดไทยได้รับการประกาศด้านอุตสาหกรรมไมซ์ด้านการประชุมนานาชาติ ขึ้นเป็นอันดับ 1 อาเซียน และอันดับ 4 เอเชีย ด้วยการรองรับการจัด 193 งาน (สูงกว่าปี 2560 ไทยรองรับการจัด 171 งาน) ตามรายงานของสมาคมการประชุมนานาชาติระดับโลกปี 2561 (International Congress and Convention Association – ICCA)  อีกทั้งปี 2561 ICCA ยังได้พบอันดับการประชุมนานาชาติระดับเมือง รองรับการจัดงานมีสถิติที่น่าสนใจ ได้แก่ กรุงเทพ ติดอันดับ 2 จำนวน 135 งาน เชียงใหม่ ติดอันดับ 25 จำนวน 25 งาน และพัทยา ติดอันดับ 60 จำนวน 11 งาน ขณะที่ไตรมาส 2 การดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2562 ระหว่างมกราคม-มีนาคม 2562 ไมซ์ไทยเติบโตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศรวม 54,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.27% จากจำนวนผู้เดินทางทั้งสิ้น 8,106,120 คน เพิ่มขึ้น 2.89% ประกอบด้วย

“ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” ทำรายได้ 26,703 ล้านบาท รวม 353,256 คน เติบโตสูงสุดคือการประชุมสัมมนาองค์กร (Meetings) ทำสถิติทางรายได้เพิ่มขึ้น 7% และจำนวนคนเพิ่มขึ้น 11%  มาจาก 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน 122,426 คน 2.อินเดีย 40,492 คน 3.ญี่ปุ่น 30,038 คน 4.ฮ่องกง 26,021 คน และ 5.อินโดนีเซีย 21,202 คน

“ตลาดไมซ์ในประเทศ” ทำรายได้ 28,069 ล้านบาท รวม 7,752,864 คน เติบโตสูงสุดคือธุรกิจการให้รางวัลพนักงานเดินทางท่องเที่ยว (Incentives) ทำสถิติทางรายได้เพิ่มขึ้นมากถึง 80% จำนวนคนเพิ่มขึ้น 18% กระจายจัดตามเมืองหลักเรียงตามลำดับ
5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต พัทยา

นายจิรุตถ์กล่าวว่า แผนขับเคลื่อนการตลาดภาคอุตสาหกรรมไมซ์ไทยช่วงครึ่งปีหลัง ระหว่างเมษายน-กันยายน 2562 คาดการณ์จะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนหลายแสนคน จากการเป็นเจ้าภาพรองรับการจัดไมซ์ขนาดใหญ่ ๆ เช่น งานแสดงสินค้านานาชาติ งานแสดงสินค้านานาชาติ Lanna Expo 2019 จ.เชียงใหม่ จะมีผู้เข้ราร่วมงาน 400,000 คน งานเมกะอีเวนท์ Thailand Toy Expo 2019 จำนวน 190,000 คน งานเมกะอีเวนท์ Bangkok Entertainment Fest 2019 จำนวน 100,000 คน และ งานแสดงสินค้างานแสดงสินค้าไลฟสไตล์ TCC ขอนแก่น Fair จำนวน 100,000 คน เป็นแรงผลักดันทำให้ TCEB ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายปีงบประมาณ 2562 นี้ ทำให้ไทยมีตลาดกลุ่มอุตสาหกรรมไมซ์รวมทั้งสิ้น 35,982,000 สร้างรายได้ 221,500 ล้านบาท แบ่งเป็นไมซ์ต่างประเทศ 1,320,000 คน ทำรายได้ 100,500 ล้านบาท ไมซ์ในประเทศ 34,662,000 คน สร้างรายได้ 121,000 ล้านบาท

พร้อม ๆ กันนี้ทาง TCEB วางแผนเดินหน้าพัฒนาไมซ์ภายใต้นโยบายรัฐบาล 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.สร้างรายได้ 2.กระจายความมั่งคั่งสู่ท้องถิ่น 3.พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยนวัตกรรม ดังนี้
ยุทธศาสตร์แรก การสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจ เจาะตลาดใหม่เป้าหมายหลักคือ ASEAN+6 กับ กลุ่ม CLMV (กัมพูชา-สสป.ลาว-เมียนมา-เวียดนาม) ควบคู่การักษาตลาดยุโรป ผ่านกิจกรรมส่งเสริมตลาดที่มีความหลากหลายตั้งแต่พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป เบื้องต้นรวม 8 งาน ประกอบด้วย
1.TIME (Thailand Incentive and Meeting Exchange 2019) 11-15 มิ.ย. 2.แพคเกจการตลาด ASEAN MAXIMICE จับมือการบินไทย (ตลาด MI) 3.แพคเกจการตลาด ASEAN Plus 6 Visitor Priviledge Campaign (ตลาด Exhibition) 4.งานเทรดโชว์ IT&CMA &CTW 2019 กรุงเทพ 24-26 ก.ย.
5.แพคเกจการตลาด Fly & Meet Bonus จับมือบางกอกแอร์เวย์ (CLMV – ตลาด MI) 6.CLMV Media Fam Trip (กรุงเทพ-พัทยา) 10-14 มิ.ย. 7.งานโรดโชว์ London Roadshow 2019 อังกฤษ 15-16 พ.ค. และ 8.งานเทรดโชว์ IMEX Frankfurt 2019 เยอรมนี 21-23 พ.ค.

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การกระจายรายได้และความเจริญ พุ่งเป้าพัฒนาเครือข่ายไมซ์ภูมิภาค 5 โครงการเด่น ประกอบด้วย 1.โครงการจัดเก็บข้อมูลโครงการจัดเก็บข้อมูลด้านไมซ์ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ในพื้นที่ดำเนินการ 3 ภูมิภาค 20 จังหวัด 2.โครงการศึกษาและจัดทำข้อมูลยุทธศาสตร์ของเมืองที่มีศักยภาพ 3 จังหวัด (City Profile) ได้แก่ กาญจนบุรี อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช 3.โครงการ Thailand 7 MICE Magnificent Themes ต่อยอดเส้นทางเชื่อมโยงไมซ์ซิตี้ 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เชียงราย อุดรธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี 4.โครงการไมซ์เพื่อชุมชนปีที่ 2 ขยายเพิ่มส่งเสริมสหกรณ์อีก 50 แห่งทั่วประเทศ และ 4.โครงการพัฒนาหลักสูตรระดับชาติสำหรับบุคลากรไมซ์ในประเทศ (National Course)
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม จัดทำการพัฒนาเชิงรุกผ่าน 4 โครงการเด่น ได้แก่ 1. โครงการฐานข้อมูลไมซ์เพื่อสร้างนวัตกรรม และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ (MICE Intelligence & Resource Center) 2. โครงการแอพพลิเคชั่นมือถือเพื่ออำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมงานและผู้จัดงาน (BizConnect และ BizConnect Organizer) 3. โครงการแข่งขันประกวดแข่งขันไอเดียนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์ (Thailand MICE Innovation Challenge 2019) และ 4. โครงการพัฒนาและยกระดับธุรกิจในกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยสู่ระดับโลกโดยร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ทั้งนี้จากผลการวิจัยของบริษัท ฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน (ไทยแลนด์) จำกัด พบว่าปีงบประมาณ 2561 อุตสาหกรรมไมซ์ไทยทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนทั้งหมดคิดเป็นมูลค่ารวม 251,400 ล้านบาท สร้างมูลค่าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 177,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.2% ของจีดีพีประเทศ