พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) ในส่วนของประเทศไทยตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นการอนุมัติวงเงินสำหรับการลงทุนในการจัดตั้ง AIIB เต็มจำนวนในสัดส่วนที่ประเทศไทยได้รับจัดสรรตามขนาดเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ วงเงินลงุทนที่ไทยได้รับ จัดสรรอยู่ที่ 52,816 ล้านบาท คิดเป็น 1.4275% ของวงเงินลงทุนทั้งหมด แต่จะเรียกชำระ 10,567.87 ล้านบาท ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 งวด ตั้งแต่ปี 2559 2563 แบ่งเป็นการเบิกจ่าย งบประมาณปีละ 2,112.78 ล้านบาท เป็นเวลา 5 ปีงบประมาณ
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า การจ่ายเงินงวดแรกกำหนดว่า ให้มีการชำระก่อนวันที่ประเทศไทยจะเข้ายื่นสัตยาบันต่อ AIIB ซึ่งกำหนดว่าต้องไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 2559
อย่างไรก็ตาม ความตกลงของสมาชิก AIIB มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2558 และจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือน มิ.ย. 2559 ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์และมีสิทธิในการออกเสียงในการประชุม AIIB ได้ ไทยจึงจำเป็นที่ต้องเร่งกระบวนการการดำเนินงานในการให้สัตยาบัน กระทรวงการคลังจึงเสนอให้ขอใช้งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นปี 2559 ในการจ่ายค่าสมาชิก AIIB ในปีแรกก่อน หลังจากนั้นจะตั้งงบประมาณในการชำระค่าสมาชิกต่อไป
ครม.ยังเห็นชอบให้ฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สัตยาบันการเป็นสมาชิก AIIB ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เร่งรัดการทำงานให้รวดเร็ว เพื่อให้สามารถส่งเรื่องดังกล่าวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบในการลงสัตยาบัน เพื่อใช้ประกอบในการข้อตกลงให้มีผลใช้บังคับอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ ครม.ยังเร่งรัดกระทรวงการคลังให้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย พ.ศ. … และข้อบทของร่างความตกลงในการจัดตั้ง AIIB ที่ได้ลงนามแล้วให้คณะกรรมการประสานงาน สนช.พิจารณาคณะกรรมการประสานงาน สนช.พิจารณาก่อนเสนอ สนช. โดยได้เพิ่มบทบัญญัติกำหนดให้ รมว.คลังเป็นผู้ว่าการ และปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้ว่าการสำรองของประเทศไทย ในสภาผู้ว่าการของธนาคาร AIIB โดยตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนให้รัดกุมว่า เมื่อประเทศไทยมีโอกาสกู้เงินจาก AIIB เพื่อนำมาใช้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เหมาะสม โดยเปรียบเทียบกับแหล่งเงินกู้อื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยให้คำนึงถึงภาระดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด เพื่อเป็นทางเลือกให้รัฐบาลในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ธนาคาร AIIB เป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียแปซิฟิก

