กรีนซีซันนี้ชวนกันไปกินผลไม้พร้อมๆ การพักผ่อนในเมืองชายทะเลแบบ More Fun สนุกสุดฟิน ระหว่างพฤษภาคม-กรกฎาคม 2562 ตั้งเข็มไมล์ไปท่องเที่ยวชายฝั่งตะวันออกใน 2 จังหวัด “จันทบุรีและตราด” ยินดีต้อนรับทุกกลุ่มทั้ง กลุ่มครอบครัว วัยเก๋า-Silver Age คนรุ่นใหม่-Gen Y/Z และกลุ่มองค์กร บริษัทห้างร้านต่างๆ
อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ !! เที่ยวเมืองไทย…ชายฝั่งทะเลตะวันออก มีสีสันและความสนุก เกินกว่าที่คิด รอทุกวัยเดินทางไปเติมเต็มความสุขได้ตลอดทุกที่ ทุกเวลา โดยเฉพาะวันธรรมดา น่าเที่ยว สวนผลไม้และสถานที่ต่างๆ แบบสบายกระเป๋า สบายอารมณ์ ใจเป็นสุขจริงๆ

ในจันทบุรีและตราดมีความสนุกสุด FUN ด้วยแหล่งท่องเที่ยวและอาหารถิ่นแสนจะ FIN แค่มีเวลาเพียง 72 ชั่วโมงก็สามารถท่องเที่ยวได้หลากหลายชุมชนสวนผลไม้และสถานที่เที่ยวไฮไลต์ของแต่ละจังหวัด
ปักหมุดแรกที่ “จันทบุรี” วันแรก ต้องเริ่มต้นตลุยกินผลไม้ตามฤดูกาลในสวน “วิสาหกิจชุมชนรักษ์เขาบายศรี” ยึดพื้นที่ใต้ต้นทุเรียน เงาะ ระกำ สละ ลองกอง ให้จุใจมีทั้งแบบบุฟเฟต์และชั่งผลไม้น้ำหนักรับประทานเลือกที่ใช่แล้วกินตามแบบชอบได้เลย กินเสร็จ เดินทางต่อไปยังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่าวคุ้งกระเบน เพื่อชมความงดงามบริเวณ “ลานหินสีชมพู” ดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติยามเย็น รอชมพระอาทิตย์สาดแสงสีแดงเรื่อฉาบแสงทองลับขอบฟ้าลงทะเล
เป็นเวลา “มื้อค่ำ” พอดี แนะนำเข้าไปอำเภอเมือง แวะร้านเก่าแก่ “จันทรโภชนา” สาขาถนนมหาราช หรือสาขาเบญจมราชูทิศ แล้วลองสั่งอาหารถิ่นขึ้นชื่ออย่าง หมูชะมวง ถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้งแห้ง ลอมาจู-เป็นแกงเนื้อปลาใส่ไข่ สับปะรด มะเขือเทศ แสร้งว่า-น้ำพริกกุ้งสับคลุกเคล้าสมุนไพรมีกลิ่นตะไคร้หอมๆ และเส้นจันทร์ผัดปู เสร็จแล้วนอนพักค้างในตัวเมืองจันทบุรีสัก 1 คืน

วันที่สอง ตื่นแต่เช้ามุ่งหน้าสู่ “จังหวัดตราด” เดินทางเที่ยวเชื่อมโยงภาคตะวันออก พื้นที่ต้องแวะชมคือ “ชุมชนบ้านห้วยแร้ง” เจ้าของรางวัลกินรี มีกิจกรรมล่องเรือชมต้นครูซท่ามกลางธรรมชาติ และ D.I.Y.เรียนการทำสบู่เปลือกมังคุดกับชาวบ้าน รวมทั้งของฝากขึ้นชื่อในชุมชนนี้ต้องซื้อขนมจากกลับด้วย ช่วงบ่ายลัดเลาะไปเติมเต็มวิถี “ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านแหลมมะขาม” ตำบลแหลมงอบ ศูนย์รวมการทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมสนุกเรียนรู้ดูการสอนงมหอยปากเป็ด วางลอบปู ดูป่าชายเลน ชมการทำจักสานงอบ มีขนมพื้นบ้านชื่อแปลกให้ชิมอย่าง “สากกะเบือรุน” เป็นขนมต้อนรับแขกหรือใช้งานบุญ ทำจากแป้งข้าวหนียวมานวดคลุกเคล้าถั่ว งา นำไปต้มนำทีละชิ้นก่อนจะนำขึ้นมาโรยด้วยน้ำตาลหวานน้อยมากเลือกได้ตามชอบ สำหรับแหลมมะขามเป็นชุมชนที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

วันที่สาม ยังคงอยู่ในแหลมงอบ เพื่อไป “ชุมชนยายม่อม” ตั้งอยู่ใกล้เขตปป่าสงวนแห่งชาติป่าแหลมมะขาม แหล่ง “หาดทรายสีดำ” แห่งเดียวในประเทศไทยและ 1 ใน 5 ของโลก ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านแถบนี้เป็นมุสลิมเชื้อขายกัมพูชาหรือจาม อยู่อาศัยมานานนับร้อยปี ได้นำทรายดังกล่าวมารักษาโรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ กระทั่งปัจจุบันพัฒนาเป็น “สปาทรายดำ” บริการนักท่องเที่ยว เมื่อไปถึงแล้วต้องลองเลย มีทั้งการทำสปาทรายดำ สปาถ่านหน้าเด้ง สปาเท้าและลำตัว
อีกทั้งบริเวณใกล้ๆ กัน ก็จัดทำเป็น “พิพิธภัณฑ์บ้านยายม่อม” เล่าเรื่องราวเส้นทางภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งนำพืชนานาพันธุ์จากป่าชายเลนมาผลิตสมุนไพรแก้โรคต่างๆ โดยเฉพาะ “ชาใบขลู่” ช่วยขับปัสสาวะให้ใส่ แก้ปวดเมื่อยตามข้อกระดูก และมี “ธนาคารสีเขียว” บริการปล่อยปูไข่นอกกระดอง แมงดา คืนสู่ทะเล เป็นวงจรธรรมชาติก่อนจะนำกลับมาเป็นวัตถุดิบอาหารสร้างรายได้ให้ชุมชนหมุนเวียนเช่นนี้เรื่อยไป

สำหรับสถานที่ไฮไลต์เที่ยวในตัวเมือง ต้องแวะชม “พิพิธภัณฑ์สถานเมืองตราด” ออกแบบจัดนิทรรศการแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่ในเรือนไม้โบราณขนาด 2 ชั้น มีเนื้อหาหลายแง่มุมที่สามารถทำให้นักท่องเที่ยวต้องตื่นตะลึงได้กับความเป็นมาทั้งการเสด็จพระราชของในหลวงแต่ละพระองค์ และสงครามบูรพา ถ้าอยากรู้ต้องมาชมกันเอง
ก่อนกลับแนะนำให้ซื้อของดีเมืองตราด 5 อย่าง ได้แก่ สละ ระกำหวาน สับปะรดสีทอง กะปิ และงอบ
แนะนำว่าทุกครั้งที่จะออกเดินทางไปท่องเที่ยวสวนผลไม้ตามชุมชนต่างๆ ห้ามพลาด !! โทรจองล่วงหน้าเพื่อให้ชาวสวนได้เตรียมผลไม้สุกพร้อมรับประทานไว้ต้อนรับ พร้อมกับแวะรับคูปองท่องเที่ยวสวนผลไม้ ได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ หรือ ททท.สำนักงานจันทบุรี และ ตราด

จัดเวลาให้พร้อมเพียง 72 ชั่วโมง ก็สามารถออกไป More Fun ท่องเที่ยววิถีชุมชนตะวันออก “จันทบุรี-ตราด” ชนิดสนุกกับการฟิน กิน เที่ยว ช้อป แชะ แชร์ ได้ตลอดฤดูเที่ยวสวนผลไม้หน้าฝนปี 2562
เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน-บล็อกเกอร์ gurutourza , www.facebook.com/penroongyaisamsaen

