กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดตัว “ระบบจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด” เพื่อให้เกษตรกรสมัคร สำหรับแจ้งความประสงค์ใช้ 3 สารเคมีได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เผยเตรียมใช้ ศพก.และแปลงใหญ่ เป็นกลไกสำคัญในการกระจายข้อมูลข่าวสารและอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรเกษตรกรจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร จำเป็นต้องผ่านการอบรม และผ่านการทดสอบ เกษตรกรที่สอบผ่านจะได้รับสิทธิ์ซื้อ 3 สารดังกล่าว
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนการปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกพืช ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไม้ผล พืชไร่ และไม้ดอก ที่มีความจำเป็นจะต้องใช้สารเคมี 3 ประเภท ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จำเป็นจะต้องมาขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับยางพาราขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ที่ การยางแห่งประเทศไทย จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงและวาดแปลงว่าเกษตรกรได้ปลูกพืชดังกล่าวจริง ไม่น้อยกว่า 15–60 วัน เงื่อนไขตามการขึ้นทะเบียนแต่ละชนิดพืช และให้เกี่ยวกับประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การจำกัดการใช้สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จำนวน 5 ฉบับ ลงวันที่ 5 เมษายน 2562 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เห็นชอบให้ดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศ 180 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ คือตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

ในเบื้องต้น กรมฯ ได้เตรียมใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ รวมไปถึงยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เป็นตัวหลักในการสื่อสารข้อมูลประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรวมไปถึงให้การช่วยเหลือในการเข้าถึงระบบการสมัครผ่านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกษตรกรมีการรับรู้และเข้าใจถึงขั้นตอนการสมัครรับสิทธิ์ซื้อ 3 สาร ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเกษตรกรในกลุ่มแปลงใหญ่ที่มีการรวมตัวกันผลิตพืชเป็นแปลงใหญ่ และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สารดังกล่าว จึงจำเป็นจะต้องสร้างการรับรู้ให้ทั่วถึงเพื่อไม่ให้กระทบต่อการผลิตพืชบางส่วน อีกด้วย

สำหรับการสมัครขอรับสิทธิ์ซื้อ 3 สาร เกษตรกรสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป ที่ http://chem.doae.go.th หรือ แอปพลิเคชั่น “FARMBOOK” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งแอนดรอย์ และ iOS หรือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง โดยสามารถเลือกช่องทางเรียนรู้ได้ 3 ช่องทาง คือ ช่องทางแรก เข้ารับการอบรมโดยวิทยากร ครู ข ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ช่องทางที่ 2 เรียนรู้ผ่านระบบ E-learning โดยเรียนจากเว็บไซต์ http://elearning.doae.go.th มีทั้งหมด 9 ตอน ใช้เวลาประมาณ 60 นาที
หรือท่านใดที่ประสงค์จะทดสอบเลยเนื่องจากมีความรู้เพียงพอแล้ว สามารถเลือกช่องทางที่ 3 สมัครเข้ารับการทดสอบได้เลยจากเว็บไซต์ดังกล่าว โดยต้องเลือกสถานที่สอบ วันที่ และช่วงเวลาที่ต้องการสอบได้ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ สำหรับการทดสอบจะเริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค. 62 เป็นต้นไป
กรณีไม่ผ่านการทดสอบ สามารถเลือกสอบได้อีก 1 รอบ หากยังไม่ผ่านเกษตรกรจะต้องสมัครเข้าไปเลือกการทดสอบอีกครั้งได้ในระบบ

