รวมพลังตลาดทุน ภาคธุรกิจ ภาคสังคม ศิลปิน สร้างปรากฎการณ์ “ออกแบบ ทางออก มหาชน” เพื่อความยั่งยืน SET Social Impact Day 17-18 ก.ค. นี้

19.06.19 | 16:29 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับพันธมิตรภาคตลาดทุน ภาคบันเทิง และภาคสังคม จัด SET Social Impact Day 2019 ภายใต้แนวคิด “Partnership for Impact Co-creation ออกแบบ ทางออก มหาชน” สร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเวทีนำเสนอแนวคิดการแก้ปัญหาสังคมใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม กลุ่มเปราะบาง รวมถึงการพัฒนาชุมชนและการเกษตร พร้อมพบ 60 บูธธุรกิจเพื่อสังคม 17-18 ก.ค. นี้ ที่ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน หากการเติบโตดังกล่าวอยู่ท่ามกลางปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น กระบวนการผนวกแนวคิดด้านความยั่งยืนในมิติที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้าเป็นองค์ประกอบหลักในการดำเนินธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ นอกเหนือจากการประกอบธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว ทุกภาคส่วนสามารถร่วมสร้างโมเดลที่เป็นนวัตกรรม โดยออกแบบความร่วมมือ ขยายมิติของพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดเป็นรูปธรรมและเติบโตไปพร้อมกัน (Inclusive Growth)

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ บริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด โครงการพอแล้วดี รวมทั้งองค์กรภาคธุรกิจและภาคสังคม จัด SET Social Impact Day 2019 ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Partnership for Impact Co-creation ออกแบบ ทางออก มหาชน” เวทีสร้างจุดเชื่อมต่อการทำงานระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมให้เกิดพลังและเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน พร้อมออกแบบการทำงานร่วมกันและเดินหน้าแก้ไขปัญหาสังคมใน 5 ด้าน เพื่อสร้างความสมดุลให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องในทุกมิติของสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ To Make the Capital Market “Work” for Everyone ดังนั้น การจัดงานในปีนี้จึงขยายผลจากทุกปีที่ผ่านมา จากเดิมที่สร้าง SET Social Impact Platform ให้ทำหน้าที่เป็น Impact Multiplier เชื่อมตลาดทุนและภาคธุรกิจให้ทำงานร่วมกับภาคสังคมเพื่อเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ขณะที่ในปีนี้ได้ขยายบทบาทของแพลตฟอร์มให้มีกลไกเพิ่มพลังตัวคูณการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมใน 2 มิติ คือ ขยายพันธมิตรและขยายพื้นที่ โดยมิติด้านการขยายพันธมิตร ใช้กลยุทธ์ 4E ได้แก่ 1) Entertainment การขยายพันธมิตรสู่ภาคศิลปินในฐานะผู้มีอิทธิพลและมีบทบาทต่อผู้บริโภคเพื่อผลักดันการบริโภคอย่างยั่งยืน 2) Expert การขยายจำนวนพันธมิตรในตลาดทุนและผู้ทรงคุณวุฒิจิตอาสาที่ร่วมอุทิศความรู้ความสามารถเพื่อสร้างนักธุรกิจเพื่อสังคมรุ่นใหม่ให้เข้มแข็งและขับเคลื่อนธุรกิจยุคหน้าได้ 3) Education ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาขยายความรู้และแรงบันดาลใจเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคม 4) Exchange Information การขยายความจริงเกี่ยวกับปัญหาสังคมร่วมกับ Media Platform สื่อมวลชนที่นำเสนอเรื่องความยั่งยืน และมิติด้านการขยายพื้นที่ ได้แก่ การสร้างตัวคูณการทำงานร่วมกันในท้องถิ่น (Local-to-Local sustainable growth) ขับเคลื่อนความยั่งยืนโดยใช้พลังของภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และภาคสังคมในจังหวัดต่าง นายภากรกล่าว

Advertisement

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า นอกจากการดำเนินงานหลักของ FETCO ที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนทุกองค์กรในตลาดทุนไทย ร่วมกำหนดทิศทางและเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาตลาดทุนไทย โดยเป็นกลไกสำคัญร่วมขับเคลื่อนนโยบายระหว่างรัฐและเอกชนแล้ว การพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืนเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจของสมาชิก ควบคู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกิจกรรม SET Social Impact Day ในปีนี้ และเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันจะแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในตลาดทุนไทยที่เข้มแข็งและมีเป้าหมายชัดเจนต่อการพัฒนาสังคมไทย

นางเอื้อมพร ปัญญาใส นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) กล่าวว่า maiA มีสมาชิกเป็นบริษัทขนาดเล็กและกลาง แต่มีศักยภาพและอัตราการเติบโตสูงถึง 162 บริษัท ตลอด 3 ปี ได้ร่วมทำงานบนแพลตฟอร์ม SET Social Impact เพื่อสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เป็น Entrepreneurship ที่เข้มแข็งและทำงานสร้างประโยชน์ให้สังคมในวงกว้าง ผ่านโค้ชจิตอาสาที่เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการธุรกิจ มาร่วมให้ข้อแนะนำเทคนิคการทำธุรกิจให้เติบโตอย่างใกล้ชิดในโครงการ SET Social Impact Gym และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงาน SET Social Impact Day จะเป็นเวทีของภาคธุรกิจและสังคมที่จะผนึกกำลังและกระตุ้นความร่วมมือของคนไทยทุกคน รวมถึงสร้างพันธมิตรให้ร่วมออกแบบทางออก แก้ไขปัญหาสังคมในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมทางออกที่บริษัทหรือภาคธุรกิจสามารถมีส่วนร่วม และปรับใช้ในห่วงโซ่คุณค่าขององค์กรได้

นายนภ พรชำนิ CEO บริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด (LIFEiS) กล่าวว่า เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้จะส่งผลถึงอนาคต ถ้าอยากให้สังคมในอนาคตดี เราต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ ไลฟ์อีส เสมือนเป็นตัวแทนกลุ่มศิลปิน นักคิด และนักกิจกรรม อยากชวนทุกคนในสังคมให้มีความเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อย โดยเราจะเชื่อมต่อกันด้วยศักยภาพที่เรามี ระหว่างภาคสังคม ภาคบันเทิง ภาคธุรกิจ เพื่อให้คนไทยทุกคนเห็นความมหัศจรรย์ของความร่วมมือร่วมใจ และเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยเหลือสังคมต่อๆ ไป การได้ทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตรเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่ง โดยแต่ละภาคส่วนมีจุดแข็งในการทำงานและความตั้งใจ ถ้าเราได้ทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นพลังและเพิ่มพื้นที่ของสังคมที่จะได้รับประโยชน์มากยิ่งๆ ขึ้น

ดร. ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการโครงการพอแล้วดี กล่าวว่า ในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมนั้น ภาคธุรกิจมีบทบาทที่สำคัญยิ่ง การสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ทุกส่วนมีโอกาสเจริญเติบโตร่วมกันนั้น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความสำคัญยิ่งต่อการกำหนดกลยุทธ์ และนี้คือเหตุผลที่พอแล้วดีถือเป็นเกียรติที่ได้ร่วมในการพัฒนาทั้งคนและธุรกิจ ในหลักสูตรต่างๆ และ ร่วมออกแบบ ทางออก ให้กับความยั่งยืน ในงานครั้งนี้

“SET Social Impact Day 2019 ออกแบบ ทางออก มหาชนถือเป็นรูปธรรมของการเชื่อมความร่วมมือในการออกแบบแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมต่าง ได้แก่

1. Impact Seminar การเสวนาอย่างมีส่วนร่วมเพื่อออกแบบโมเดลที่ Win Win ด้วยการดึงศักยภาพและไอเดียของผู้ร่วมงานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเสวนา โดยมี 40 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีชื่อเสียงจากทั้งภาคตลาดทุน ภาคบันเทิง และภาคสังคม ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง โดยมีเนื้อหาครอบคลุม 5 ด้านปัญหาและทางออก ได้แก่ การศึกษาไทย (Education) ปัญหาสุขภาพคนไทย (Heart & Health) โดยเฉพาะปัญหาที่ถูกมองข้าม พร้อมหาทางออกทั้งเรื่องระบบ บุคลากร และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง สิ่งแวดล้อม (Environment) ในมิติของผู้บริโภคและหาวิธีขยายผลลัพธ์ กลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Group) และการออกแบบวิถีชุมชนและเกษตรยั่งยืน (Agriculture & Community Development) ทางเลือกหนึ่งในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพของเกษตรกรรายย่อย

2. Impact Gallery 60 บูธผู้ประกอบธุรกิจเพื่อสังคมที่นำเสนอนวัตกรรมและวิธีการทางธุรกิจในรูปแบบที่สร้างสรรค์ โดยแบ่งเป็น 5 มิติปัญหาและทางออก ได้แก่ Education, Heart & Health, Environment, Vulnerable Group และ Agriculture & Community Development พร้อมเปิดโอกาสในการจับคู่สร้างความร่วมมือ สร้างเครือข่าย และเป็นพื้นที่ในการเจราจากับทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ผลักดันให้เกิดการทำงานและร่วมพัฒนาศักยภาพธุรกิจเพื่อสังคมในอนาคต สร้างผลลัพธ์เชิงบวกแก่คนไทยทั่วประเทศ

3. Impact Market สินค้าและบริการที่มีคุณค่าและความหมาย ผู้ร่วมงานสามารถร่วมสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมผ่านการอุดหนุนสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม และความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผู้ด้อยโอกาส ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคมไทยร่วมกันทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อ

SET Social Impact Day เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ SET Social Impact Platform ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนาขึ้นต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคม จากการนำเสนอใน Online Platform สู่การทำงานในรูปแบบ Offline ทั้งเสวนา การสร้างเครือข่าย การเจรจาธุรกิจ และการนำเสนอการทำงานในส่วนภาคธุรกิจและภาคสังคม โดยบริษัทจดทะเบียน บริษัทจำกัด ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จะได้ประโยชน์จากการร่วมงาน ขยายเครือข่าย และความรู้ สร้างโมเดลการทำงานที่ยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรใหม่ รวมทั้งภาคราชการ สมาคม มูลนิธิ ธุรกิจเพื่อสังคม หน่วยงานภาคสังคม ประชาชนทั่วไปที่สนใจบริบทของการสร้างความยั่งยืน เพื่อการต่อเชื่อมและขยายผลการพัฒนาสังคมได้อย่างกว้างขวาง งานดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 17-18 กรกฏาคม 2562 เวลา 8.30-17.00 . อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ รายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนร่วมงานที่ www.setsocialimpact.com หรือสอบถาม SET Contact Center 0 2009 9999