“พีบีเอฟ เวิลด์”รุกขยายฐาน ผนึก8ชาติพันธมิตรเสริมแกร่ง

31.05.16 | 14:38 น.
จุลฑี พิสุทธิ์รังสรรค์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีบีเอฟ เวิลด์ จำกัด

“จุลฑี พิสุทธิ์รังสรรค์” ซีอีโอ “พีบีเอฟ เวิลด์” โชว์ผลงานวางแผน-สร้างโอกาสด้านการลงทุนโตเกินร้อยเดินหน้าผนึกพันธมิตร 8 ประเทศขยายเครือข่ายเสริมแกร่งธุรกิจ พร้อมปิ๊งไอเดีย “มูลนิธิฝันที่เป็นจริง” คืนกำไรสู่สังคม

นายจุลฑี พิสุทธิ์รังสรรค์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีบีเอฟ เวิลด์ จำกัด (PBF World Co,Ltd.) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้านการประสานงาน การอำนวยความสะดวก การวางแผนและสร้างโอกาสด้านการลงทุนให้กับลูกค้า หรือ Private Business และยังได้ทำงานใกล้ชิดกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงการให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจดังกล่าวสามารถเข้าถึงการวิเคราะห์ทางการเงิน นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในประเทศสมาชิกอาเซียน และมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจด้วยคอนเซ็ปต์หลัก “คิดต่าง สร้างโอกาส”

ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการเติบโตทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในช่วง 2-3 ปีแรก มีอัตราการเติบโตประมาณ 15-20% ต่อมาในช่วง 2 ปีหลังเติบโตเกิน 100% ที่สำคัญคือ เป็นส่วนหนึ่งในกลไกที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ในเรื่องที่ลูกค้ายังขาด ช่วยวางแผนช่วยผลักดัน คิดเป็นมูลค่ารวมทุกกลุ่มธุรกิจประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ลูกค้าของบริษัทฯ มีทั้ง กลุ่มอุตสาหกรรมโลหะหนัก กลุ่มไอที และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด บริษัทฯ ได้จับมือพันธมิตร 8 ประเทศกับผู้ที่เป็นนักลงทุน (Investor)และผู้ที่ต้องการจะร่วมธุรกิจระหว่างกัน ประกอบด้วย ไทย ฮ่องกง ตุรกี อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกา และรัสเซีย เพื่อสร้างและรวบรวมเครือข่ายทางธุรกิจ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ทางธุรกิจมากว่า 5 ปี

นายจุลฑี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ทำธุรกิจกึ่งที่ปรึกษา กึ่งวางแผน ด้วยคอนเซ็ปต์ คิดต่าง สร้างโอกาส โดยเราพร้อมให้คำปรึกษา ตอบโจทย์ทุกคำถามทั้งด้านการเงินและการลงทุน ด้วยประสบการณ์จริง จากความหลากหลายของธุรกิจและอุตสาหกรรม เป้าหมายที่สำคัญคือ ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าลูกค้าอยากทำอะไร ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าของบริษัทฯ มาจากคอนเนคชั่นและการบอกต่อ หน้าที่ของบริษัทฯ คือ การผลักดันให้ความต้องการของลูกค้าสำเร็จ ลูกค้าสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ตามเป้า โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีไอเดีย แต่ต้องการหาผู้ร่วมทุน เพื่อสร้างการเติบโตและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตต่อไป

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าอัตราความเสี่ยงของบริษัทฯ อยู่ในระดับที่สูงมาก เนื่องจากต้องเป็นตัวแทน รับหน้าแทน และอาจจะต้องร่วมรับผิดชอบแทนลูกค้าด้วย ซึ่งบริษัทฯ มีระบบการสกรีนลูกค้าอย่างสมเหตุสมผล ซึ่งนอกจากการทำธุรกิจแบบเกินร้อยแล้ว ต้องมีการคืนกำไรกลับสู่สังคมด้วย ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทฯ ได้จัดตั้ง “มูลนิธิฝันที่เป็นจริง” เพื่อสร้างโอกาสให้กับกลุ่มสตาร์ทอัพระดับรากหญ้า หรือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำที่ขาดโอกาสและเงินทุนในการทำธุรกิจให้สามารถก้าวสู่ความฝันที่เป็นจริงได้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2560

Advertisement

“ปัญหาหลักๆ ของกลุ่มธุรกิจไทยส่วนใหญ่เกิดจากการขาดการวางระบบและการวางแผนทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงที่ดี เนื่องจากธุรกิจไทยส่วนใหญ่เติบโตมาจากธุรกิจครอบครัว และบางครั้งเป็นการผูกขาดการผลิตให้กับคู่ค้าเพียงไม่กี่ราย เมื่อเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจหรือการแข่งขันที่รุนแรง คู่ค้ามีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกก็จะกระทบการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นจึงมองว่าโอกาสทางธุรกิจคือ การบริหารความเสี่ยงและการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งของคู่ค้าเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ยังขาดความต่อเนื่องหรือการต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งจะต้องมีการปรับแนวคิดให้สอดรับกับการแข่งขันในโลกเสรีและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพคนในองค์กรให้สามารถใช้คนได้น้อย แต่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญมาก” นายจุลฑี กล่าวสรุปในตอนท้าย