สศก.โชว์ผลสำเร็จหลักสูตรเกษตรกรผู้นำผ่าน ศพก. แหล่งเรียนรู้ปั้น Smart Farmer

25.06.19 | 17:30 น.

นางอัญชนา  ตราโช  รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลการพัฒนาเกษตรกรผู้นำ ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ปี 2561 ซึ่งมีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาเกษตรกรผู้นำ  โดยมีการจัดอบรมใน ศพก. ให้แก่เกษตรกร แบ่งเป็น 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรหลัก หลักสูตรบังคับ และหลักสูตรเสริม เพื่อพัฒนาสู่การเป็น Smart Farmer ให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาดสินค้าเกษตรได้อย่างเกษตรกรมืออาชีพ ซึ่งกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรกรผู้นำใน ศพก. ทั้ง 882 ศูนย์ๆ ละ 30 ราย รวมทั้งสิ้น 26,460 ราย  รวม 77 จังหวัด ผลการประเมิน พบว่า มีเกษตรกรเข้ารับการอบรมใน ศพก. ครบตามเป้าหมาย 26,460 ราย เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมพัฒนาเป็นเกษตรกรผู้นำ สัดส่วน 90% เข้ารับการพัฒนาจำนวน 3 ครั้ง 3 หลักสูตร ตามข้อกำหนดของโครงการ

โดยเกษตรกรทุกรายได้เข้ารับการพัฒนาหลักสูตรหลัก ได้แก่ การลดต้นทุน มาตรฐานสินค้าเกษตร Zoning บัญชีครัวเรือน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรหลักของ ศพก.  พืชทางเลือกตามความต้องการของชุมชน  และการผลิตตามกิจกรรมแปลงใหญ่  รองลงมาเกษตรกร 96%  เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรบังคับ ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และเกษตรผสมผสาน และเกษตรกร 92% เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรเสริม ได้แก่ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า องค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน แผนธุรกิจ  หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการและบริบทของชุมชน ภายหลังได้รับการพัฒนาจากการเข้าอบรม เกษตรกร 98% ได้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการประกอบอาชีพของตนเอง และสามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมทางการเกษตรจากเดิม ได้แก่ การลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีต่างๆ หันมาผลิตปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยชีวภาพ สารชีวภัณฑ์ใช้เอง และการปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน

อีกทั้งได้ให้ความสำคัญกับการใช้ปุ๋ยอย่างถูกวิธี โดยใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเพื่อเพิ่มผลผลิตในฤดูแล้ง นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีการปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบผสมผสานโดยประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการประกอบอาชีพ ผลจากการนำองค์ความรู้มาปรับใช้ส่งผลให้เกษตรกร 83% สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ เช่น ค่าปุ๋ยเคมีลดลงเฉลี่ย 548 บาท/ไร่ ค่าสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชลดลงเฉลี่ย 128 บาท/ไร่ และค่าเมล็ดพันธุ์ลดลงเฉลี่ย 120 บาท/ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 54,383 บาท/ครัวเรือน นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยในกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าว พบว่า ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 137 กิโลกรัม/ไร่

Advertisement

นางอัญชนา กล่าวเสริมว่า เกษตรกรผู้นำยังมีความต้องการอบรมในหลักสูตรอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะหลักสูตรด้านการตลาด อาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ และการใช้พลังงานทดแทน ดังนั้น ควรเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้นำมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตรรวมทั้งการพัฒนาเกษตรกรผู้นำอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะสามารถพัฒนาสู่การเป็น Smart Farmer ได้อย่างมืออาชีพต่อไป ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการ จะเห็นได้ว่าเกษตรกรมีความตระหนักและปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิต การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมสาน เช่น การปลูกพืชผัก และเลี้ยงสัตว์ไว้บริโภคในครัวเรือน เหลือจากการบริโภคก็นำไปจำหน่าย รวมทั้งการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐาน เกษตรกรสามารถพัฒนาตนเองสู่ Smart Farmer และถ่ายทอดสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ปี 2562 กระทรวงเกษตรฯ ยังคงพัฒนาเกษตรกรผู้นำโดยกำหนดเป้าหมายเกษตรกรเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรผู้นำที่เป็นเกษตรกรทั่วไป จำนวน 30 ราย/ศูนย์ และเกษตรกรผู้นำที่เป็นประธานศูนย์เครือข่าย อย่างน้อย 10 ราย/ศูนย์ เน้นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิต เพื่อการพัฒนาศักยภาพ เช่น ประเด็นเทคนิคการนำเสนอ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือของเครือข่าย ศพก. กับภาคราชการ หรือในประเด็นอื่นๆ ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่ง สศก. จะได้วางแผนติดตามผลการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป