คณะบัญชี จุฬาฯ ตอกย้ำความเป็นหนึ่ง พานิสิตคว้าชัยการแข่งขันระดับโลก

ล่าสุดกับการคว้าชัยชนะระดับโลกของนิสิตภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chulalongkorn Business School (CBS) บทพิสูจน์ถึงความสำเร็จคุณภาพการศึกษาด้านบริหารธุรกิจของไทย และคณะฯ ที่นำพานิสิตคว้ารางวัล Best Global Brand Plan แผนการตลาดที่ดีที่สุด จากการแข่งขันแผนการตลาดระดับนานาชาติ Global Brand Planning Competition 2019 จัดขึ้นโดยสมาพันธ์การตลาดโลก ณ ประเทศสิงคโปร์ผศ.ดร. วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “คณะฯ ให้ความสำคัญในทุกหลักสูตรที่จะสามารถพัฒนานิสิตให้มีความพร้อมสู่โลกของการทำงานจริง ดังนั้นการเรียนการสอนของคณะฯ จึงไม่ใช่การเรียนที่พัฒนาแค่เพียงความรู้ แต่เป็นการพัฒนาที่นำไปสู่ความฉลาด ฝึกให้นิสิตมีมุมมอง มีพัฒนาการ เกิดเป็นทักษะความคิดรวบยอด ทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยที่ยังเข้าใจทฤษฎีขั้นพื้นฐาน แล้วนำมาผสมผสานต่อยอด สู่ผลผลิตคือกลยุทธ์ทางการตลาด ที่ต้องเผชิญในโลกปัจจุบัน การแข่งขันล่าสุดที่ได้คว้ารางวัล Best Global Brand Plan ยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความสำเร็จในคุณภาพการศึกษาของคณะฯ เพราะนิสิตกลุ่มนี้เป็นนิสิตไทย เรียนหลักสูตรไทยในระดับปริญญาตรี แต่มีความรู้ความสามารถที่ครบเครื่องเรื่องของการตลาด รวมถึงมีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ดีสามารถสื่อสารนำเสนอแผนได้ชนะใจคณะกรรมการ”

พุทธสุดา วานิชดี ในฐานะหัวหน้าทีม อธิบายว่า จริงๆ ทีม One Two Tea มีด้วยกัน 10 คน รวมทีมขึ้นเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน J-MAT ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุด ในระดับประเทศและจุฬาฯ ครองแชมป์กว่า 10 ปีอย่างต่อเนื่อง ปีนี้มีจำนวนทีมเข้าร่วมทั้งสิ้น 323 ทีม 32 สถาบัน

หลังจากประกาศผลชนะเลิศ พุทธสุดา บอกว่า มีเวลาเตรียมตัวเพียง 1 เดือนเท่านั้นเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันที่สิงคโปร์ “เราต้องปรับแผนแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ชื่อทีม One Two Tea เนื่องจากตอนแข่ง J-MAT เราเสนอแผนการตลาดสำหรับตลาดในเมืองไทย แต่พอไปแข่งที่สิงคโปร์บนเงื่อนไขที่แตกต่าง ประการแรกคือ ความที่เป็น Global มีกรรมการที่แตกต่างเป็นสิบประเทศ แม้แต่ บิ๊กไอเดีย “Infinite You ปลดปล่อยตน จะสายไหนก็ไปให้สุด” คำว่า Infinite อาจจะเข้าใจว่าวกไปวนมา ไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นจึงเปลี่ยนเป็น Unexpected Experience สื่อถึงประสบการณ์ที่ผู้บริโภค จะได้รับอย่างคาดไม่ถึง”

ในขณะที่ ศศิภัทร บุญมี หนึ่งในทีม บอกว่า ประสบการณ์ที่ได้จากการแข่งบนเวทีนานาชาติทำให้เห็นโลก ที่กว้างขึ้น เห็นวิธีคิดและมุมมองท่ามกลางความต่างของวัฒนธรรม ไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรดีกว่าอะไร เราก็แค่ดึงเสน่ห์ของเราออกมาให้สุด ได้เรียนรู้ว่าในโลกของความเป็นจริงแม้จะมีการแข่งขันกับคนอื่น แต่สุดท้ายเราก็แค่แข่งกับตัวเอง ดึงความเป็นตัวของเราเองออกมาและทำให้ดีที่สุด เวทีนี้ทำให้เราเติบโตขึ้นมาก

ทางด้าน ฉลองรัฐ รัตนคงสุข เสริมว่า ที่สิงคโปร์ ผมและพุทธสุดารับหน้าที่พรีเซ็นต์บนเวที มันเป็น ความท้าทาย ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองมากๆ โดยที่บทพูดก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วย เราต้องมีความเข้าใจจริงๆ จึงจะพรีเซ็นต์ออกไปได้

เช่นเดียวกับ นภสร ตั้งเศรษฐพานิช บอกว่า การได้เข้าร่วมทีมครั้งนี้เป็นการเปิดโลก การได้แลกเปลี่ยนมุมมองทำให้แผนของเรากลมกล่อมมากขึ้น โดยที่มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา เป็นกำลังใจให้เราสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ตรงนี้ได้ ทุกคนต้องเสียสละอย่างมาก เหนืออื่นใดคือ มิตรภาพระหว่างทางที่ทำให้ ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน รู้จักการเปิดใจ ยอมรับในความต่าง เคารพการตัดสินใจของกันและกันบนฐานของการใช้เหตุและผล

คณบดีกล่าวปิดท้ายถึงชัยชนะหลายๆ ครั้งของนิสิตทั้งระดับประเทศและนานาชาติเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า การผลิตบัณฑิตของคณะฯ สัมฤทธิ์ผล เป็นไปตามปณิธานที่ตั้งเป้าไว้ ที่ต้องการให้คณะฯ เป็น World Class Business School เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับโลก เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ติดอันดับท็อปของโลก จาก QS World University Rankings by Subject ตอกย้ำ ความเป็นสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจอันดับ 1 ของไทยและเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงระบบการศึกษาด้านธุรกิจของไทยพัฒนาสู่ระดับโลกได้อย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระราชทานความช่วยเหลือ ด้านการแพทย์ 2 จังหวัด กัมพูชา
บทความถัดไป‘หญิงหน่อย’ ชิงตัดหน้า ลงพื้นที่ประตูน้ำ จี้ รบ.น้องใหม่ แต่หน้าเดิม เร่งแก้ปัญหาศก.