“เยาวชนในโครงการจะได้รับประสบการณ์ตรงจากต้นแบบของการนำศิลปะมาใช้ฟื้นฟูวิถีชุมชน ตามเกาะต่างๆ สร้างสรรค์คุณค่าให้แก่สังคมผู้สูงอายุ และการบริหารจัดการศูนย์ศิลปะแบบยั่งยืน ซึ่งก่อให้เกิดเทศกาลศิลปะที่จัดขึ้นทุกๆ 3 ปี ติดต่อกันมาเป็นที่ 9 จนกลายเป็นที่รู้จักในแวดวงศิลปะและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก”

ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติปี 2540 สาขาทัศนศิลป์ เล่าถึงประโยชน์ที่น้องๆเด็กและเยาวชนจะได้รับในการร่วมจัดนิทรรศการ โครงการพัฒนาศักยภาพศิลปินรุ่นใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2562 (Young Artist Talent #10) ที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเพื่อรวบรวมผลงานที่โดดเด่นจากเยาวชนและศิลปินรุ่นใหม่ฯ จำนวน 12 คนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปศึกษาดูงานนิทรรศการศิลปะในประเทศญี่ปุ่น มาสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานศิลปะพร้อมด้วยผลงานของเพื่อนศิลปินรุ่นใหม่อีก 74 คน เปิดให้เข้าชมฟรีเพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้คุณค่าในงานศิลปะร่วมสมัยจากผลงานของเยาวชนระดับอุดมศึกษา เมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน

ศิลปินแห่งชาติ กล่าวอีกว่า กว่าจะมาถึงวันนี้เพื่อนำผลงานมาจัดแสดง ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการพัฒนาศักยภาพศิลปินรุ่นใหม่ ครั้งที่ 10 จำนวน 74 คน ได้เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ จากศิลปินแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จังหวัดกระบี่ เมื่อเดือนมกราคม 2562 และได้สร้างสรรค์ผลงานในหัวข้อ “อาเซียนสัมพันธ์” ณ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน จังหวัดกระบี่ โดยคณะกรรมการฯผู้ทรงคุณวุฒิ ได้คัดเลือกผลงานโดดเด่นจำนวน 12 คน เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานด้านศิลปะ ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา
ผู้มีผลงานดีเด่นทั้ง 12 คน ได้แก่ นางสาวปิยะธิดา ไกรกิจราษฎร์ นายอนุกูล ทังไธสง นางสาวชนิสรา วรโยธา นางสาวกัญญาวีร์ เอื้อถาวรพิพัฒน์ นายวรวุฒิ เกษประทีป นายศรชัย ชนะสุข นางสาวบุษกร จันทร์เมือง นายสันติ ทองมี นายธีระยุทธ แสงอาจ นางสาวกาญจนาพร ปัตตาเทสัง นาวสาวพรพรรณ พ่วงพูน MS.CAMILLE MANALO CABATINGAN ได้ไปศึกษาดูงานด้านศิลปะ ชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หอศิลป์ต่างๆ และมหกรรมศิลปะนานาชาติ SetouchiTriennale 2019 และมีการเสวนาองค์ความรู้ด้านศิลปะร่วมสมัยจาก ศิลปินแห่งชาติ และนายธวัชชัย สมคง ภัณฑารักษ์อิสระ
นางสาวพรพรรณ พ่วงพูน นักศึกษาคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่อได้เห็นวิธีคิดและกระบวนการทำงานของศิลปินญี่ปุ่น ก็รู้สึกประทับใจในความแปลกใหม่ที่ได้เจอ ทั้งความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชนและวิธีการทำงานของรัฐบาลที่นำเอาศิลปินเข้าไปช่วยสร้างงานศิลปะเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น สร้างรายได้และสร้างคุณค่าทำให้เกาะร้างกลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“ส่วนตัวได้นำแนวคิดและแรงบันดาลใจจากการดูงานที่เกาะนาโอชิมา ซึ่งศิลปินได้นำเอาบ้านร้างมาสร้างงานศิลปะให้เป็นแบบใหม่แต่ยังคงความเก่าไว้อย่างเดิมมาปรับใช้สร้างสรรค์เป็นผลงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ โดยได้นำวัสดุจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำเครื่องสังคโลกของชุมชนเกาะน้อย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นบ้านเกิด มาพัฒนาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะดังกล่าว เพื่อต้องการให้คนทั่วไปได้รู้จักความงามและคุณค่าของ เครื่องสังคโลกจังหวัดสุโขทัย ซึ่งในปัจจุบันเหลือผู้สืบทอดภูมิปัญญาในสาขาอาชีพนี้น้อยลงไปทุกที” นางสาวพรพรรณ กล่าว
ด้าน นายวรวุฒิ เกษประทีป นักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาจิตรกรรม วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า สำหรับความประทับใจคือแรงกระตุ้นให้เกิดผลงานศิลปะ สื่อสารด้วยเทคนิคเฉพาะตัว ผ่านงานไม้ และสื่อผสม เมื่อกลับจากประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างผลงานโถชักโครกมหาสนุกชิ้นนี้จากวัสดุรีไซเคิ่ลด้วยประทับใจในการให้ความสำคัญเรื่องสุขอนามัยของคนญี่ปุ่น นับเป็นเรื่องที่สนุกสนานและสร้างมุมมองที่แปลกใหม่ให้กับชีวิต
“สิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้คือ โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองไปสู่ความเป็นมืออาชีพ ได้รับมิตรภาพจากเพื่อนต่างมหาวิทยาลัย ได้แนวคิดจากงานนิทรรศการศิลปะในระดับประเทศก่อนไปดูงานที่ญี่ปุ่นมีความคิดที่จะทำโครงงานศิลปะในชุมชนใกล้สถานศึกษาที่ชุมชนหัวตะเข้ พอได้ไปเห็นแนวทางการทำงานที่ Art House Museumจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำศิลปะเข้าไปฟื้นฟูและปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่นั่นด้วยเช่นกัน เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและคนทั่วไป เกิดความสนใจและรู้จักวิถีของชุมชนนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับเพื่อนๆ และอาจารย์ที่ปรึกษา” นายวรวุฒิ กล่าว
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีที่มาจากแรงบันดาลใจ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ก่อให้เกิดคุณค่าและความงามที่ประทับใจ พัฒนากระบวนการทำงานและต่อยอดกระบวนการทางความคิดให้กับศิลปินรุ่นใหม่ ซึ่งนับวันจะเติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติในอนาคต

