กสก. ชี้ YSF ช่วยหนุนภาคเกษตร 4.0 โตก้าวกระโดด มุ่งทิศทางพัฒนาเพิ่มศักยภาพสร้างเครือข่ายในระดับประเทศที่เข็มแข็ง

22.07.19 | 13:00 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) เผยทิศทางและนโยบายรัฐ เดินหน้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer (YSF) เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น  มุ่งเพิ่มขยายจำนวน YSF สร้างเครือข่ายเข็มแข็งในระดับจังหวัด สู่เครือข่ายระดับประเทศ และผลักดันก้าวไกลสู่เครือข่ายอินเตอร์ ชี้ YSF ช่วยหนุนรากฐานภาคเกษตรพลิกโฉมรับเกษตรยุคใหม่ 4.0 เติบโตก้าวกระโดด

นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญเรื่อง การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือที่เรียกว่า Young Smart Farmer (YSF) เป็นอย่างมาก ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล และเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้วางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่รากฐานของเกษตรกร ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้ดำเนินการผลักดันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 จนสามารถพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ได้ทั่วประเทศแล้ว จำนวนกว่า 12,000 คน และจะดำเนินการพัฒนาต่อเนื่องต่อไป เห็นได้ว่าการสร้างเครือข่ายของการพัฒนา YSF ในขณะนี้เติบโตขึ้น  มีทั้งเครือข่ายในระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับประเทศ

ส่วนการดำเนินการของกรมส่งเสริมการเกษตรในปี 2562 นี้ จึงได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประทศขึ้นมา พร้อมกับการจัดสัมมนาเพื่อสร้างพลังความร่วมมือของเครือข่ายในระดับประเทศให้เข้มแข็ง และยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานที่เป็นสินค้าเกษตรในเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ทั้ง 77 จังหวัด ประกอบด้วยเขตเครือข่ายทั้งหมด 9 เขต ทั้งที่เป็นผลงานเครือข่ายในจังหวัดของตนเองและของเพื่อน YSF มาแสดงเพื่อให้เพื่อนๆ ในเครือข่ายจังหวัดอื่นๆ ได้เห็นถึงผลงาน ที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาศักยภาพของเครือข่าย YSF ร่วมกันด้วย

“จะเห็นได้ว่า สินค้าต่างๆ ที่เกษตรกรรุ่นใหม่ได้นำมาแสดง ล้วนเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสูงและมีคุณภาพมาก โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดำเนินการไม่เหมือนกับการทำการเกษตรแบบสมัยก่อน เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรรุ่นใหม่จะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งด้านการเกษตรและสารสนเทศเข้ามาช่วยทำการเกษตรมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาการเกษตรในวันข้างหน้า ที่มุ่งเน้นให้เกิดความยั่งยืนต่อไป ทั้งในด้านการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของสินค้า เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพดีและได้มาตรฐาน อีกทั้งเป็นสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ดีและมีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำลังพยายามผลักดันให้ YSF ได้ก้าวหน้าเติบโตในระดับประเทศแล้ว ยังสามารถก้าวไปสู่ระดับโลกได้อีกด้วย” รองอธิบดีกล่าว

Advertisement

ด้านนายพชรดนัย จานชา ประธานเครือข่าย YSF จังหวัดลำปาง และเป็นหนึ่งในคณะทำงานเครือข่าย YSF ระดับประเทศ กล่าวถึงการทำงานร่วมกันของเครือข่ายในระดับจังหวัดและในระดับประเทศว่า YSF จะต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงผสมผสานในการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับเกษตรกร ระหว่างเกษตรกรรุ่นเก่า หรือเกษตรแบบดั้งเดิม ที่มีองค์ความรู้ที่เกิดจากการพัฒนาด้วยภูมิปัญญาของตนเอง สะสมเป็นความชำนาญขึ้นเป็นของตนเอง หรือเป็นองค์ความรู้ของในแต่ละท้องถิ่น กับวิถีการทำการเกษตรแบบของคนรุ่นใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ร่วมกัน เพื่อช่วยให้พัฒนาการเกษตรของตนเองประสบความสำเร็จ การทำงานของ YSF ยังต้องทำหน้าที่ ที่ไม่เป็นการบังคับ แต่เป็นผู้ให้คำปรึกษา โดยมีพื้นฐานของหลักคิด ที่สามารถใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นข้อยึดถือปฏิบัติ และยึดหลัก “การตลาดนำการผลิต” เข้ามาใช้  อย่างเช่น เมื่อแนะนำให้เกษตรกรพัฒนาผลผลิตของตนเองเป็นเกษตรอินทรีย์ ควรต้องมองหาตลาดรองรับให้กับเกษตรกรด้วย โดย YSF ต้องช่วยหาช่องทางตลาดให้กับเกษตรกรได้ขายสินค้าที่ผลิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตลาดที่เป็นบริษัท สหกรณ์ หรือโรงพยาบาล เหล่านี้เป็นต้น

“YSF ที่จะเป็นผู้นำที่ดีในการถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ให้กับเกษตรกร จะต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ มีตลาดเป็นของตนเอง มีสินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด และเป็นตัวอย่างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จจริง เพราะเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้จริง จะสามารถสร้างการยอมรับจากเกษตรกรในชุมชนและสามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่จะช่วยแก้ไขปัญหาวิถีการทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ก่อให้เกิดการทำอาชีพการเกษตรที่ยั่งยืน อย่างในพื้นที่ของจังหวัดลำปาง ขณะนี้เกษตรกรให้การยอมรับเกษตรกรรุ่นใหม่ และยอมรับความรู้ในการพัฒนาเป็นเกษตรอินทรีย์มากขึ้น” ประธานเครือข่าย YSF จังหวัดลำปางกล่าว