เมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงแรมเอทัส ลุมพินี กรุงเทพฯ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นางสาวเก็มม่า เมย์ ผู้แทนองค์กร Royal National LifeBoat Institution (RNLI) ประเทศอังกฤษ และนายแพทย์ทักษพล ธรรมรังสี ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมการประชุม South – East Asia Regional Meeting on Drowning Prevention (การป้องกันการจมน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เพื่อสร้างความตระหนักระดับนโยบายและความมุ่งมั่นในการป้องกันการจมน้ำ ทบทวนกลยุทธ์ นโยบายและโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการจมน้ำ พัฒนาศักยภาพและการมีส่วนร่วมของ WHO และหุ้นส่วนการพัฒนาอื่นๆ
นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าวว่าการจมน้ำเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก ซึ่งในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำประมาณ 360,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 40 คน มากกว่าร้อยละ 90 ของการจมน้ำเกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าประเทศที่มีรายได้สูง 3 เท่า ซึ่งการเสียชีวิตจากการจมน้ำของโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นในเอเชีย อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย การจมน้ำยังเป็นปัญหาสาธารณสุข ที่ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี และอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าทุกกลุ่มอายุถึง 2 เท่า โดยก่อนเริ่มดำเนินมาตรการป้องกันการจมน้ำ (ก่อนปี พ.ศ.2549) มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 1,500 ราย โดยหลังมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการจมน้ำและเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และจิตอาสา ร่วมกันดำเนินการในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนดำเนินการลดลงถึงร้อยละ 50 โดยในปี 2561 พบเด็กจมน้ำเสียชีวิต จำนวน 681 ราย
นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้กำหนดให้แผนการป้องกันการจมน้ำบูรณาการอยู่ในแผนของแต่ละกระทรวงตามบทบาทพันธกิจที่กำหนด เช่น แผนฉุกเฉินอุบัติเหตุทางน้ำ แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ แผนนโยบายโลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และแผนยุทธศาสตร์ชาติ (ด้านสาธารณสุข) ระยะ 20 ปี ซึ่งกลยุทธ์การสร้างทีมผู้ก่อการดี (MERIT MAKER) เป็นมาตรการหลักที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว โดยทีมผู้ก่อการดี (MERIT MAKER) ต้องดำเนินการใน 10 องค์ประกอบ ซึ่งแต่ละองค์ประกอบคือมาตรการที่สำคัญของการป้องกันการจมน้ำที่ครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงทั้งทางด้านตัวบุคคลและสิ่งแวดล้อม โดยผลการดำเนินงานของทีมผู้ก่อการดี (MERIT MAKER) ป้องกันการจมน้ำ ระยะเวลา 4 ปี (ปี 2558–2561) พบว่ามีทีมผู้ก่อการดี 3,484 ทีม ครอบคลุม 688 อำเภอ ใน 77 จังหวัด สำหรับ Good Practice ทางกรมควบคุมโรคได้คัดเลือก 4 พื้นที่ที่ดำเนินงานผู้ก่อการดีมาแสดงผลงาน ได้แก่ ทีมผู้ก่อการดีปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ทีมผู้ก่อการดีบ้านจารย์ จังหวัดสุรินทร์ โรงเรียนวัฒนพฤกษา จังหวัดนนทบุรี และทีมมูลนิธิพุทธธรรม (ฮุก 31) จังหวัดนครราชสีมา
ในขณะที่ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน (สสส.) กล่าวว่า เด็กกลุ่มอายุ 5-9 ปี ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด เพราะธรรมชาติวัยนี้ชอบเรียนรู้สิ่งรอบตัว สสส. จึงดำเนินโครงการเพื่อป้องกันและลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ การทำงานได้เชื่อมประสานระหว่างโรงเรียน ภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ ผ่านกิจกรรม อาทิ การออกกำลังกายเพื่อรอดชีวิตทางน้ำ เปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงเป็นพื้นที่เล่นอย่างสร้างสรรค์เพื่อทำให้แหล่งน้ำในชุมชนปลอดภัย พร้อมผลักดันให้เกิดมาตรการสนับสนุนป้องกันการจมน้ำของเด็กในระดับจังหวัด
“การแก้ปัญหาให้ได้ผล ทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดการแหล่งน้ำในชุมชนที่พบว่าเป็นจุดเสี่ยงที่เด็กเสียชีวิตมากที่สุด ต้องทำให้ปลอดภัย โดยเครือข่ายในชุมชนร่วมมือกัน ซึ่ง สสส. ได้สนับสนุนให้ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี พัฒนาพัฒนากล่องชุดความรู้ 5 ทักษะ ความปลอดภัยทางน้ำ เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ครูช่วยเรื่องการเรียนการสอน 5 ทักษะ ได้แก่ การจัดการแหล่งน้ำที่มีความเสี่ยง การให้เด็กสวมใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อลงน้ำ ทักษะการช่วยเหลือคนตกน้ำ ด้วยหลักตะโกน โยน ยื่น ทักษะการลอยตัวในน้ำอย่างน้อย 3 นาทีระหว่างรอคนมาช่วย ทักษะการเคลื่อนตัวในน้ำหรือการว่ายน้ำ ทั้งนี้ทักษะความปลอดภัยทางน้ำสามารถสอนผ่านกิจกรรมเกม ที่ทั้งเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือแม้แต่ชุมชนเอง ก็สามารถนำไปต่อยอดได้” ดร.สุปรีดา กล่าว

