สกศ.ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการนำมาตรฐานการศึกษาสู่การปฏิบัติในสถานศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี

16.08.19 | 10:26 น.

วันนี้ (๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๒) ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการและศึกษาดูงาน เรื่อง แนวทางการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติในสถานศึกษา ณ วิทยาลัยการอาชีพไชยา อำเภอไชยา และโรงเรียนวัดสมหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี ประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านมาตรฐานการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ (ศาสตราจารย์สุพจน์ หาญหนองบัว) ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์) ผู้บริหาร ข้าราชการ สกศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการและศึกษาดูงาน

การประชุมเชิงปฏิบัติการ และศึกษาดูงานครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่ของ สกศ. ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 ภูมิภาค ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ เชียงราย อุบลราชธานี อุดรธานี และสุราษฎร์ธานี ถึงแนวทางการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาไปเมื่อต้นปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นการติดตามแนวทางการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำมาตรฐานการศึกษาขั้นต่ำที่จำเป็นของแต่ละระดับและประเภทการศึกษา รวมถึงเรื่องระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้างในสถานศึกษา

Advertisement

ในช่วงเช้าคณะฯ ได้ศึกษาดูงานที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา มีการตั้งศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้งานจากการลงมือปฏิบัติจริง เช่น. ๑. การจัดตั้งธนาคารโรงเรียน วิทยาลัยการอาชีพไชยา ๒. การตั้ง Electronic Clip ให้บริการถ่ายภาพ ตัดต่อวิดีโอ ๓. IT Shop ให้บริการปริ้นภาพ ไวนิล สติ๊กเกอร์ ๔. มินิฟาร์มเห็ด และ ๕. ห้างหุ้นส่วนจตุทิพย์ จำหน่ายเครื่องสำอาง ของฝาก ของชำร่วยฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นจุดเด่นของวิทยาลัยการอาชีพไชยา ที่สอนให้เด็กเป็นผู้เรียนรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมขององค์กร บริษัท ชุมชน ที่ช่วยสนับสนุนและทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้จากของจริง

ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า มาตรฐานการศึกษาของชาติ ยึดผู้เรียนเป็นหลัก ในการเป็น ๑. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) ๒. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) ๓.พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) สิ่งที่ผู้เรียนได้รับจากการจัดการศึกษามีความเข้มข้นและสมรรถนะที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสถานศึกษา แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์ต้องนำมาสู่การเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์กับผู้เรียน ในการเป็นคนไทย ๔.๐ ในปี ๒๕๖๑ นอกจากการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของชาติแล้ว ยังมีการกำหนมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษา ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมากกว่ามาตรฐานการศึกษาของชาติกำหนด

“จากที่ได้เห็นการจัดการเรียนการสอนของแต่ละสาขาอาชีพของวิทยาลัยการอาชีพไชยา หลายอย่างได้แสดงให้เห็นถึงการจัดการเรียนการสอนที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากงานจริง เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม บ่งบอกถึงคาเรคเตอร์ของสถานศึกษาที่กำลังผลิตผู้เรียนให้มีคุณสมบัติที่พึงประสงค์ การสร้างให้เด็กอยากลงมือทำ อยากเรียนรู้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนก่อนจะเข้าสู่โลกของการทำงานจริง” ดร.สุภัทร กล่าว

ในส่วนของการดำเนินงานขับเคลื่อนการนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพไชยา ได้ใช้มาตรฐานการศึกษาของชาติและมาตรฐานการอาชีวศึกษาเป็นแนวทางตั้งต้น แล้วนำมากำหนดเป็นมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพไชยา และนำไปสู่การปฏิบัติใช้จนเห็นผลที่เป็นรูปธรรม ในช่วงบ่ายคณะฯ ได้ศึกษาดูงานที่โรงเรียนวัดสมหวัง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ชายขอบของจังหวัด สุราษฎร์ธานี เด็กส่วนมากอยู่ในชุมชนแออัด ที่สภาพครอบครัวมีปัญหาทั้งเรื่องของยาเสพติดและการอพยพย้ายถิ่นฐานของผู้ปกครอง ปัจจุบันโรงเรียนมีครู ๒๙ คน และนักเรียนทั้งหมดมี ๕๔๘ คน โรงเรียนจัดการเรียนการสอนตามบริบทของท้องถิ่น

ปูพื้นฐานความรู้รอบตัวและเท่าทันเหตุการณ์ให้กับเด็ก เน้นให้เด็กมีทักษะจากการทำโครงงาน บริหารจัดการศึกษาที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ให้เด็กเป็นผู้มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ และพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม

โรงเรียนวัดสมหวังได้ขับเคลื่อนมาตรฐานของโรงเรียน และนำมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ โดยจัดทำเป็นสมหวังโมเดล (SOMWANG’S MADEL) ที่ยึดแนวทางของมาตรฐานการศึกษาของชาติเป็นแนวทางหลัก พร้อมกับนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาร่วมบูรณาการ

ทั้งนี้ คณะฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการกำหนดมาตรฐานของสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพภายในของวิทยาลัยการอาชีพไชยา และโรงเรียนวัดสมหวัง เพื่อให้มาตรฐานสถานศึกษามีความชัดเจน เป็นรูปธรรม และมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์