รมว.ดีอี ตรวจเยี่ยมไปรษณีย์ไทย ย้ำต้องพร้อมกับการแข่งขัน

23.08.19 | 14:37 น.

นายฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ กรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และนางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ปณท ให้การต้อนรับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ที่เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ไปรษณีย์ไทย อย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม 2562 ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล ปณท โดย รมว.ดีอี ได้เข้าชมและใช้บริการฝากส่งสิ่งของที่เคาน์เตอร์ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ และร่วมการคัดแยกสิ่งของพร้อมใช้เครื่อง Handheld เพื่อสแกนสถานะสิ่งของฝากส่งในขั้นตอนการปิดถุง ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ

นางสมร ได้กล่าวรายงานสรุปกับ รมว.ดีอี เกี่ยวกับภาพรวมกิจการไปรษณีย์ ธุรกิจหลักของไปรษณีย์ไทย  ซึ่งแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก แบ่งเป็น บริการไปรษณียภัณฑ์ (Mail Service) บริการขนส่งและโลจิสติกส์ (Express and Logistics Service) บริการระหว่างประเทศ (International Service) และบริการค้าปลีกและการเงิน (Retail and Financial Service) รวมถึงสถานะผลประกอบการ ซึ่งระหว่างปี พ.ศ.2547-2561 นั้น ปณท มีรายได้กว่า 280,000 ล้านบาท นำส่งรายได้เข้ารัฐเป็นเงิน 8,791.02 ล้านบาท รวมทั้งได้กล่าวถึงนโยบายการดำเนินกิจการไปรษณีย์ในอนาคต และการสนับสนุนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทยได้ขับเคลื่อนการทำงานตามนโยบายของกระทรวงดีอี ยึดหลักการให้บริการด้วยความปลอดภัย และส่งเสริมความมั่นคงในภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันธุรกิจ e-Commerce นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดทำให้การแข่งขันทางธุรกิจโลจิสติกส์มีความรุนแรงมากขึ้น ไปรษณีย์ไทย จึงปรับการดำเนินงานเพื่อตอบความต้องการและตรงตามพฤติกรรมของคนยุคใหม่ เช่นการเพิ่มบริการเก็บเงินที่อยู่ผู้รับ (COD) การขยายเวลาให้บริการถึง 20.00 น.ในเขตเมือง และถึง 23.00 น.ในย่านธุรกิจ และให้บริการ 24 ชั่วโมง ในสนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ และ ไปรษณีย์เดอะสตรีท พร้อมรับมือการแข่งขันที่รุนแรง โดยรักษากลุ่มบริการดั้งเดิม และเพิ่มมูลค่ากลุ่มบริการเดิม รวมถึงเพิ่มกลุ่มบริการใหม่ เช่น การสร้างรายได้จากข้อมูล การร่วมทุนกับพันธมิตร เช่น บริการ bank@post ที่จับมือกับธนาคารในการฝาก-ถอน-โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผ่านช่องทางไปรษณีย์ การเพิ่มบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet@post) เป็นต้นหลังตรวจเยี่ยม รมว.ดีอี ระบุว่า ปณท นับเป็นหน่วยงานที่อยู่คู่คนไทยมาเป็นเวลานาน แต่สามารถปรับตัวให้องค์กรมีความทันสมัยและเป็นมืออาชีพ และเจ้าหน้าที่มีความชำนาญในการรู้จักทุกพื้นที่ในประเทศไทย พร้อมกับมอบแนวทางดำเนินการให้พนักงาน/ลูกจ้าง ปณท ปฏิบัติร่วมกันเพื่อขับเคลื่อน ปณท เป็นผู้นำในธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ พร้อมย้ำให้ชาว ปณท ที่ทำหน้าที่อยู่ทั่วประเทศ ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับชาวไทยทุกคน