สนช.จับมือ ศอ.บต. เร่งปั้นสตาร์ตอัพในพื้นที่ชายแดนใต้ หวังบูมเศรษฐกิจ – คุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรม 

4.09.19 | 12:38 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เร่งขับเคลื่อนการส่งเสริมนวัตกรรมในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ชี้กลุ่มธุรกิจและรูปแบบนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ นวัตกรรมอุตสาหกรรมฮาลาล นวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นวัตกรรมด้านช่องทางการค้า และนวัตกรรมด้านการเกษตร ทั้งนี้ ยังได้เผยถึงแนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมในพื้นที่ภาคใต้ชายแดนที่ต้องเร่งสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม การเชื่อมโยงเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน การผลักดันสู่ช่องทางตลาด 

นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีกิจกรรม“Southernmost Technology and Innovation Festival” หรืองานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม จังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้และตระหนักถึงความสำคัญในการนำนวัตกรรมมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเกิดการลงทุนมากขึ้น

นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย NIA ได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เดินหน้ายุทธศาสตร์การส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมภาคใต้ชายแดน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ด้วยการต่อยอดงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมจากหน่วยงานต่างๆ เช่น องค์กรภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักพัฒนาไปสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ตอัพ และวิสาหกิจชุมชน โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในแง่ของชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา สาธารณสุข การอำนวยความสะดวกสบาย ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้เทียบเท่ากับในระดับหัวเมืองที่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้มีความน่าลงทุนมากขึ้น

Advertisement

ด้าน นายวิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำหรับภาคใต้ชายแดน เป็นกลุ่มพื้นที่ที่ไม่เพียงแต่จะมีความโดดเด่นในแง่ของศิลปวัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมให้เกิดขึ้น เนื่องด้วยความตื่นตัวของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในพื้นที่ ทั้งยังมีการแพร่กระจายงานวิจัยและองค์ความรู้จากกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนไลฟ์สไตล์และวิถีการดำเนินชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเข้าถึงเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ จากการได้มีโอกาสใกล้ชิดและส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับผู้ประกอบการในภาคใต้ชายแดนยังพบอีกว่า ประเภทของกลุ่มธุรกิจหรือรูปแบบนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ 

  • Halal Innovation หรือนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมฮาลาล 
  • Culture & Tourism Innovation  
  • Market Place and E-Commerce 
  • Smart Farming หรือการทำเกษตรอัจฉริยะ 

แต่อย่างไรก็ดี การส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมภาคใต้ชายแดนถือเป็นอีกยุทธศาสตร์ที่ NIA จะเร่งดำเนินการสนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการแพร่กระจายทางนวัตกรรมไปสู่ระดับภูมิภาค โดยมีหลากหลายปัจจัยที่ต้องเร่งพัฒนาอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็น 

1. การพัฒนาผู้ประกอบการต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจแก่นักศึกษา ประชาชน และสตาร์ตอัพที่สนใจทำธุรกิจนวัตกรรม นำไปต่อยอดหรือสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในภูมิภาค 

2. การพัฒนาระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม เช่น บุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญสูง การจัดตั้งศูนย์บริการ แบบ One-Stop-Service ฯลฯ 

3. การเชื่อมโยงเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการในภาคใต้ชายแดนได้รับองค์ความรู้ ไอเดีย และเทคนิคที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ 

4. การสนับสนุนด้านการเงิน เพื่อการต่อยอดธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุนจากสถาบันการเงิน ภาคเอกชน และเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐ 

5. การผลักดันสู่ช่องทางตลาด เช่น การประชาสัมพันธ์โครงการ การออกบูธ การศึกษาดูงานต่างประเทศ การเชื่อมโยงสู่ช่องทางการค้าที่เป็นเครือข่าย เพื่อให้เกิดการซื้อขายได้จริงต่อไป นายวิเชียร กล่าวสรุป

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด หรือสนใจในการขอรับการสนับสนุนนวัตกรรม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-2017-5555 เว็บไซต์ www.nia.or.th