เปิดฉากงานบางกอกเจมส์ครั้งที่ 64 อลังการ ต้อนรับผู้ซื้อ-ผู้เข้าชมในบรรยากาศการค้าคึกคัก ดันเป้าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับบวกหนึ่ง

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติ Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 64 โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้เกียรติเป็นประธาน แสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นผู้นำแห่งการค้าและการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับโลก ด้วยแนวคิด Thailand’s Magic Hands ตั้งเป้า ยอดเจรจาธุรกิจ 2,400 ล้านบาท ตลอด 5 วัน 10-14 กันยายน 2562 นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair เป็นเวทีการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติ และ เป็นช่องทางแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ดีไซเนอร์ไทยสู่สายตาชาวโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ที่เร่งรัดการส่งออกทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักอย่างเข้มข้น เน้นการรักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่ และเร่งรัดฟื้นฟูตลาดที่หายไป ท่ามกลางภาวะสงครามการค้าโลก สงครามค่าเงิน ที่ส่งผลต่อบรรยากาศการค้าการลงทุนในขณะนี้ ซึ่งอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมที่กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอด เนื่องจากนำรายได้ส่งออกเข้าประเทศจำนวนมากในแต่ละปี และเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการที่เกี่ยวเนื่องอีกมาก

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยในระหว่างการจัดกิจกรรม Networking Reception กระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อผู้ขายว่า อัญมณีและเครื่องประดับรวมทองคำ มีมูลค่าส่งออกเป็นอันดับ 3 สร้างรายได้เข้าประเทศในปี 2561 ราว 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 383,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมที่ครบวงจร สร้างคุณูปการต่อคนไทยในหลายมิติ โดยอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่น มีแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ จำนวนรวม 1.2 ล้านคนทั่วประเทศ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเสาหลักของการพัฒนาประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 64 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Thailand’s Magic Hands : The Spirit of Jewelry Making เน้นการผสมผสานความโดดเด่นของทักษะฝีมือช่างไทยและกระบวนการผลิตขั้นสูงของผู้ผลิตไทย กับความคิดสร้างสรรค์จากกลุ่มนักออกแบบและผู้ผลิตหน้าใหม่ ซึ่งความสามารถเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ที่ทำให้อัญมณีและเครื่องประดับไทยยังอยู่ในแถวหน้าของโลก เน้นย้ำจุดเด่นภาพลักษณ์สำคัญของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับของผู้ค้าในระดับนานาชาติ หรือ Jewelry Hub

“ในงานครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานทั้งรายใหญ่และ SMEs เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ กว่า 1,000 บริษัท 2,100 คูหา รวมทั้งโซนผู้ประกอบการหน้าใหม่ (The New Faces) จากทุกภูมิภาคทั่วไทย กรมมีความมั่นใจว่างานจะดึงดูดนักธุรกิจและผู้ซื้อกว่า 20,000 ราย จาก 130 ประเทศทั่วโลก สร้างมูลค่าการเจรจาการค้าเกินเป้าหมาย 2,400 ล้านบาทได้ และช่วยผลักดันให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ +1% ได้” นางสาวบรรจงจิตต์กล่าว

ภายในงาน มีการจัดนิทรรศการต่างๆ เพื่อนำเสนอเทรนด์สินค้าและกิจกรรมส่งเสริมโอกาสทางการค้าที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการ The Niche Showcase นำเสนอเครื่องประดับเฉพาะกลุ่ม คูหาแสดงสินค้าของกลุ่ม นักออกแบบ  รุ่นใหม่ทั้งสร้างสรรค์และมีนวัตกรรมน่าสนใจในโครงการ The Jewellers และ Innovation and Design Zone บริการจับคู่ธุรกิจ กิจกรรมสัมมนาและเวิร์คช็อปในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การเจาะตลาดสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล เคล็ดลับความสำเร็จของแบรนด์เครื่องประดับรายใหญ่ ฯลฯ

“ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-ก.ค 2562) ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่ารวม 9,026.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และอินเดีย และเชื่อมั่นว่าการผสานกำลังของทักษะฝีมือของผู้ผลิต รุ่นใหญ่กับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบรุ่นใหม่ไทย จะสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้ยังยืนอยู่ในแถวหน้าของโลกได้” นางสาวบรรจงจิตต์กล่าวเสริม

บทความก่อนหน้านี้ฮาครืน! ส.ส.สมหญิง จะร่ำไห้ ทุกข์ชาวบ้านน้ำท่วม พูดผิด ร้องขอ ‘เรือดำน้ำ’ (คลิป)
บทความถัดไปเหมือนเป็นลาง! กี้ร์ ร้องเพลง ‘ใจฝ่อ’ ก่อนศาลตัดสินจำคุก