เกษตรกรรุ่นใหม่ ฟื้นฟูดินเค็มทำนาอินทรีย์ สร้างสุขภาพที่ดีให้ตนเองและผู้บริโภค

12.09.19 | 13:47 น.

นางสาวลำพึง ทันประโยชน์ เกษตรกร ตำบลนาสิงห์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เปิดเผยว่า พื้นที่เกษตรของตนมีปัญหาดินกรดและดินเค็ม ซึ่งปัญหาดินเค็มแม้จะไม่รุนแรงหรือส่งผลต่อพืชผลที่ปลูกมากนัก แต่ทางเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินบึงกาฬ ได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้ทำให้ทราบว่าแม้จะเห็นคราบเกลือปรากฏบนผิวดินแต่ความเค็มมันอยู่ในระดับชั้นใต้ดิน ถ้าหากไม่มีการจัดการดินอย่างถูกต้อง ทำให้ดินเสื่อมโทรมปัญหาดินเค็มก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรในอนาคตได้ ตนจึงพยายามปรับปรุงบำรุงดินตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ปูนโดโลไมค์ปรับปรุงดินกรด ปลูกปอเทืองแล้วไถกลบเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับดิน ทำน้ำหมักชีวภาพสูตรต่างๆ ร่วมกับใช้มูลวัว แกลบสด เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ตนยังได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ดินเค็ม ของสถานีพัฒนาที่ดินบึงกาฬ ได้รับการปรับที่นา ทำคันนาให้ใหญ่ขึ้น สามารถปลูกกระถินออสเตียเลียไม้ยืนต้นทนเค็ม และไม้ผลหรือพืชผักบนคันนาได้ด้วย ที่สำคัญในแปลงนาจะสามารถกักเก็บน้ำฝนได้ดีขึ้น เพราะพื้นที่นี้อยู่นอกเขตชลประทานต้องอาศัยน้ำฝนอย่างเดียว จากเดิมเมื่อฝนตกจะกักเก็บน้ำไว้ไม่อยู่ไม่นานดินก็จะแห้ง แต่เดี๋ยวนี้ฝนตกมาดินชุ่ม แต่น้ำฝนก็ยังขังอยู่ในนาจนกว่าเราจะปล่อยน้ำออก ทำให้มีน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของข้าว ประกอบกับการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้โครงสร้างดินดีขึ้น ทราบจากการนำตัวอย่างดินไปตรวจวิเคราะห์ความเป็นกรดลดลงจากเดิมที่เคยใส่โดโลไมค์ 400 กก. ตอนนี้ลดลงเหลือ 200 กก. อีกทั้งสังเกตจากข้าวพันธุ์ กข 18 ที่ปลูกไว้บนพื้นที่ 5 ไร่ งอกงามดี แม้จะยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยวจากที่ประมาณด้วยสายตาน่าจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยได้ 50-60 กระสอบ เพิ่มขึ้นเกิน 70 กระสอบ ขณะที่ต้นทุนลดลงอย่างมาก เนื่องจากตนปรับเปลี่ยนมาทำนาอินทรีย์ จึงไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเลย ส่วนปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพก็ทำใช้เอง แรงงานก็ใช้ในครัวเรือน เมล็ดพันธุ์ข้าวก็ปลูกไว้ใช้เองในกลุ่มเกษตรอินทรีย์ตำบลนาสิงห์และกลุ่มนาแปลงใหญ่

การมุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนมาทำนาอินทรีย์นั้น เริ่มต้นมาจากมองเรื่องสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัวก่อน ถ้าเรากินข้าวที่เราปลูกอย่างปลอดภัย ขายให้กับผู้บริโภคก็ปลอดภัย แล้วการทำนาอินทรีย์ไม่ได้ยุ่งยากหากมีความตั้งใจทำจริง เพราะตนไม่ใช่ลูกชาวนา มีอาชีพเดิมรับจ้างทำงานในโรงงาน พอต้องมาทำนาจึงศึกษาเรียนรู้ พยายามทำตัวไม่ให้เป็นน้ำที่เต็มแก้ว พร้อมที่จะเปิดรับความรู้ที่มีประโยชน์เพื่อมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตั้งเป้าว่าจะต้องทำนาอินทรีย์ให้ได้ ขณะนี้ก็ผ่านการรับรองมาตรฐานจีเอพีแล้วกำลังเข้าสู่ระยะปรับเปลี่ยนไปสู่นาอินทรีย์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินบึงกาฬเข้ามาสนับสนุนความรู้ ปัจจัยการผลิต และเข้ามาตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกันนี้ ยังมีโครงการมาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น ส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา เพื่อสร้างรายได้เสริมและใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งหลังเก็บเกี่ยวข้าวรอบนี้จะปรับปรุงดินและปลูกผักอินทรีย์ ไว้บริโภคในครัวเรือนเหลือก็นำไปขายที่ตลาดนัดในชุมชน เชื่อมั่นว่าจะเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และยังได้ส่งต่อผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภคด้วย

Advertisement