TCEB เปิดกลยุทธ์ปี’ 63 นำอุตสาหกรรมไมซ์ผงาดในเวทีโลกดึงรายได้ตรงกระจายทั่วไทย 1.05 แสนล้านบาท ตั้งตัวแทนไมซ์แห่งใหม่ใน “กวางโจว” สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งเป้าโตอีก 50% ควบรักษาลูกค้ารายใหญ่ จีน อินเดีย เพิ่มตลาดใหม่ยุโรปตะวันออก อเมริกา แคนาดา พร้อมทั้งใช้เวทีไทยเจ้าภาพจัด IT&CMA and CTW 2019 บูมแคมเปญ “4 Ms” อัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนปลุกกระแสทุกตลาดระดมนำงานมาจัดในไทยให้คนละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ดันไมซ์ ซิตี้ 5 เมือง นำร่องบิ๊กโปรเจ็กต์ไมซ์ยั่งยืน “Zero Plastic Events” รณรงค์การจัดประชุมลดใช้พลาสติกลงปีละ 8.6 ล้านขวด

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่าวางกลยุทธ์สร้างการเติบโตอุตสาหกรรมไมซ์ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2562 นี้ โดยได้ตั้งเป้าทำรายได้จากตลาดต่างประเทศเข้าไทยให้ได้กว่า 105,600 ล้านบาท จากจำนวน 1,386,000 คน ต่อเนื่องจากปี 2562 ที่สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้ราว 100,500 ล้านบาท จากจำนวน 1,248,000 คน โดยได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ “4 Ms : Meeting Now-Meeting Mega-Meeting Smart-Meeting Sustainable 2020” โดยสนับสนุนด้านงบประมาณให้พันธมิตรกระจายสู่เป้าหมายแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่นำคนเข้ามาจัดงานไมซ์แต่ละประเภทในไทยได้ก็จะได้รับเงิน 500 บาท/คน/ครั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป รวมทั้งพุ่งเป้าสร้างจุดขายในตลาดโลกด้วย 4 กลยุทธ์ ประกอบด้วย

1. พัฒนาตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยสู่ความยั่งยืน ชูการทำโครงการไฮไลต์ทำแคมเปญ “Zero Plastic Events” นำร่องลดการใช้พลาสติกในไมซ์ ซิตี้ 5 เมือง คือ กรุงเทพฯ พัทยา ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ตั้งเป้าลดให้ได้ถึง 50% ลดปริมาณขยะขวดพลาสติกจากเดิมงานไมซ์โดยรวมแต่ละปีที่เคยใช้มากถึง 17 ล้านขวด ให้เหลือ 8.6 ล้านขวด เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 70,226 ต้น ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 638 ตัน โดยดำเนินการรณรงค์ผ่าน 3 แนวทาง คือ 1.การใช้ขวดแก้ว ซึ่งเหมาะกับการประชุมระยะสั้น 1-2 วัน แนวโน้มการบริโภคในปัจจุบันดื่มน้ำ 1 ขวดต่อผู้ร่วมประชุม 2 คน 2.การใช้ขวดน้ำพกพา เหมาะกับการประชุมที่มีระยะเวลามากกว่า 1 วัน สามารถแจกแทนของที่ระลึกและให้นำมาใช้ในการประชุมทุกวัน 3.การ
ใช้ตู้กดน้ำ เหมาะกับการประชุมทุกประเภท แนะนำการนำภาชนะมาใช้เองของผู้เข้าประชุมหรือแก้วน้ำของสถานที่ โดยงดใช้แก้วพลาสติกหรือกระดาษนั่นเอง
- กระจายรายได้ไมซ์สู่ชุมชนท้องถิ่น โดยได้ผนึกเครือข่ายขยายความร่วมมือกับทั้ง สหกรณ์ชุมชน นวัตวิถี กลุ่มสตาร์ตอัพทางด้านนวัตกรรมไมซ์ชุมชนอย่าง Mindstree
- ลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล เนื่องจากไมซ์เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้เข้าถึงชุมชนสูงกว่าการท่องเที่ยวปกติ 2-3 เท่า อีกทั้งยังขยายผลต่อยอดทางด้านการซื้อสินค้า การเจรจาธุรกิจระหว่างชุมชนกับคู่ค้าโดยตรงได้เพิ่มมากขึ้นในแต่ละครั้งของการจัดงานแสดงสินค้าเพื่อผู้บริโภคในระดับประเทศ เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ เป็นวงกว้างมากขึ้นด้วย
- ขยายตลาดไมซ์กลุ่มใหม่ เพิ่มพื้นที่เจาะขายอย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ตุลาคม 2562 ได้แต่งตั้งตัวแทนไมซ์ของ TCEB อีกแห่งในมณฑลกวางโจว พร้อมกับตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าให้ได้ 50 % ขึ้นไป รวมทั้งกลุ่มตลาดบินไกลข้ามทวีปอย่าง ยุโรปตะวันออกซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น โปแลนด์ เพิ่มปีละสองหลัก อเมริกา แคนาดา ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเร่งทำงานบูรณาการเชิงรุกร่วมกันเครือข่าวพันธมิตรทั่วโลกและในประเทศเดินหน้าฝ่าความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ภัยธรรมชาติ สงครามการค้า และค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้คนตัดสินใจใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดมากขึ้น รวมเงินสกุลอื่นๆ ผันผวนอย่างหยวนจีนอ่อนค่า หรือปัญหาอื่น ๆ ด้านคู่แข่งขันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
“TCEB ได้ใช้เวทีการเป็นเจ้าภาพจัดงาน IT & CMA and CTW Asia-Pacific 2019 เปิดตัวแคมเปญใหม่ ส่งเสริมการตลาดและการขาย 4 Ms โดยเพิ่มการสนับสนุนและการจัดแคมเปญร่วมกับพันธมิตรกระจายสู่แต่ละกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1. Meet Now ดึงดูดกลุ่มประชุมที่เดินทางไปยังเมืองที่มีศักยภาพตามจังหวัดต่างๆ 2. Meet Mega กลุ่มการประชุมขนาดใหญ่ 3. Meet Smart กลุ่มประชุมตามธุรกิจภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ 4. Meet sustainable 2020 กลุ่มประชุมที่จัดงานหรือทำกิจกรรมเพื่อการจัดงานอย่างยั่งยืน โดยได้รับสิทธิพิเศษ อาทิ ช่องทางพิเศษ MICE Lane การแสดงทางวัฒนธรรม ของที่ระลึก และงบประมาณสนับสนุนตามเงื่อนไขมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทสำหรับไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน IT & CMA and CTW Asia-Pacific 2019 มาแล้ว 18 ครั้ง ปีนี้จัดระหว่างวันที่24-26 กันยายน 2562 ที่บางกอก คอนเว็นชั่น โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
ขณะเดียวกัน TCEB ได้ตั้งเป้าหมายปี 2563 ในการเพิ่มรายได้จากตลาดธุรกิจการประชุม และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (meeting and incentive : MI) จากลูกค้าต่างประเทศเข้ามาใช้จ่ายเงินในไทยให้ได้ไม่ต่ำกว่า 57,000 ล้านบาท จากจำนวนรวม 762,000 คน เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายปี 2562 จะทำตลาด MI มาใช้จ่ายเงินราว 54,500 ล้านบาท จากจำนวน 686,000 คน
นายจิรุตถ์กล่าวว่า การวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ความยั่งยืนนั้น ได้นำร่องทำในพื้นที่ไมซ์ ซิตี้ 5 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เพื่อเป็นต้นแบบสร้างโมเดลส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศและความพร้อมของเมืองในการเป็นเจ้าภาพรองรับการจัดงานนานาชาติ ร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมไมซ์อย่างเป็นระบบตามคอนเซ็ปต์ MICE Ecosystem ปลุกจิตอาสาร่วมพัฒนาเมืองไมซ์อย่างยั่งยืนใน 4 มิติ ได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพ องค์ความรู้ จัดอบรม ส่งเสริมข้อมูล 2.การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่สถานที่หรือผู้จัดงาน 3.การสนับสนุนงาน ผลักดันการจัดงานอย่างยั่งยืน (Sustainable Events) และผลักดันสถานที่จัดงานให้ได้มาตรฐานความยั่งยืน และ 4.ติดตามประเมินผล ส่งเสริมการวัดผลการแสดงความยั่งยืนจากธุรกิจไมซ์ที่จับต้องได้ ทั้งนี้ ปี 2563 TCEB พร้อมจะเพิ่มความบทบาทการปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มข้น เพื่อนำเงินเข้าประเทศให้ได้ตามเป้าโดยตรงกว่าแสนล้านบาท และทำให้เกิดการกระจายรายได้ การยกระดับเมืองไมซ์ซิตี้เพิ่มขึ้นโดยมีโมเดลต้นแบบที่แต่ละจังหวัดสามารถนำไปขยายผลยกระดับการเตรียมความพร้อมรองรับการจัดงานระดับนานาชาติต่อไปเรื่องและภาพโดย-เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน: บล็อกเกอร์-gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

