นายกเมืองพัทยาชูธงพลิกโฉมสู่สมาร์ตซิตี้รับ EEC ผนึก3บิ๊กปรับแผนสู่ยั่งยืนยกจีดีพีเทียบชั้นไมอามี

10.10.19 | 18:12 น.

“สนธยา คุณปลื้ม” นายกเมืองพัทยา ชูธงนำร่วม 3 องค์กรใหญ่ “กรมโยธา-กระทรวงดิจิทัล-TCEB” ผนึกทีมตั้งรับทุน EEC ไหลบ่าเข้า 3 จังหวัด “ชลบุรี-ระยอง-ฉะเชิงเทรา” ต้องเร่งแก้ขยะ น้ำท่วมสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนระยะยาว โกยรายได้ท่องเที่ยว ดันจีดีพีพัทยาเทียบชั้นไมอามี อเมริกา

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ผลการประชุมกับภาคีภาคส่วนต่างๆ ในฐานะพัทยาเป็นเมืองเขตบริหารพิเศษได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมายาวนานถึง 40 ปี บวกกับปี 2563 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวครบ 60 ปี ในชลบุรีและเมืองพัทยาก็ก้าวหน้ามาอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีจีดีพีเกือบ 1 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 2 แสนล้านบาท ตามรายงานของคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ชี้ดัชนีความก้าวหน้าของพัทยา/ชลบุรี ทางด้านชีวิตแรงงานอยู่อันดับ 2 การศึกษา อันดับ 3 และด้าสังคมติดอันดับ 6 ของประเทศขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายเร่งเดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor  :  EEC ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนระบุ มีนักลงทุนสนใจขอส่งเสริมการลงทุนใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ช่วงมกราคม 2561-มิถุนายน 2562 แล้วถึง 8 แสนล้านบาท อยู่ในชลบุรี 6.4 แสนล้านบาท ทำให้เมืองพัทยาต้องหันมาทุ่มทำเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรมเพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพราะปัจจุบันต้องเผชิญเรื่อง น้ำท่วม น้ำเสีย ขยะ ที่จะต้องเร่งแก้ไขป้องกันโดยเร็ว

อีกทั้ง  EEC  จะทำให้เมืองพัทยาเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างรวดเร็ว ในการพลิกโฉมหน้าพัทยาสู่ Neo Pattaya ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พัทยาโฉมใหม่ ก้าวไกล ไม่ทิ้งกัน” พร้อมจะรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคตมากถึง 3 เท่า จากปี 2561 มีจำนวนปีละ 14 ล้านคน ปี 2562 ประมาณ 18 ล้านคน  และจะมีประชากรเข้ามาอยู่ร่วมกันเพิ่มขึ้นอีกกว่า 3 ล้านคน จากการลงทุนกว่า 1.7 ล้านล้านบาท โดยอีก 5 ปีข้างหน้าเมื่อสนามบินอู่ตะเภาเปิดเต็มรูปแบบก็จะมีการเดินทางทางอากาศปีละกว่า 55 ล้านคนขึ้นไป จึงต้องเตรียมวางระบบต่าง ๆ ด้านการบำบัดน้ำเสีย กำจัดขยะ ป้องกันน้ำท่วม รักษาสิ่งแวดล้อม ไว้รองรับทั้งในพัทยาและกระจายคนไปยังเมืองเชื่อมโยง ฉะเชิงเทรา ระยอง ไปพร้อมๆ กัน

ปัจจุบันเมืองพัทยาพึ่งพารายได้จากท่องเที่ยวสูงถึง80 % และการลงทุนที่หลั่งไหลเข้ามาใน EEC กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เมืองชายทะเลที่มีความมั่นงคงมากกว่าเดิม อันเป็นมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล จึงก่อให้เกิดธุรกิจสาขาใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้ง สตาร์ตอัพ การเงิน และอื่นๆด้วยศักยภาพพัทยาเป็นเมืองชายทะเลซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับกาดไมอามีที่โด่งดังระดับโลก มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปพักผ่อนจำนวนใกล้เคียง ต่างกันตรงขนาดของจีดีพีของพัทยาต่ำกว่าไมอามีถึง 10 เท่า เพราะไมอามีมีขีดความสามารถชัดเจนเรื่องเมืองศูนย์กลางทางการเงิน ธุรกิจ และท่องเที่ยว หาก  EEC เกิดเป็นรูปธรรมพัทยาก็จะมีศักยภาพสูงขึ้นมาก ดังนั้นจึงต้องวางรากฐานพร้อมรับสถานการณ์อย่างทันท่วงที เพื่อทำให้การเติบโตไปข้างหน้าทุกมิติพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายสนธยา กล่าวว่า เตรียมยื่นชิงการจัดงานระดับโลก Youth Olympic 2569 โยจะใช้ศักยภาพเมืองกีฬา เมืองไมซ์ และเมืองชายทะเลที่ทั่วโลก ซึ่งมีสนามกีฬาระดับอนเตอร์ 3 แห่งรองรับได้ คือ สนามกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง สนามกีฬาเมืองพัทยา และ สนามกีฬาในมหาวิทยาลัยแห่งชาติชลบุรีส่วนการบริหารจัดการขยะจะหันมาใช้โรงไฟฟ้ากำจัดขยะ ตรงบริเวณเขาไม้แก้ว โดยวาวรูปแบบการใช้รถขนขยะตามแนวทางใหม่ โดยจัดระบบจราจรไม่ให้ไปกระทบกับคนในพื้นที่ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันกำจัดขยะได้เป็นอย่างดี

Advertisement

อีกทั้งขณะนี้เมืองพัทยาได้ศึกษาหลายทางเลือก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดข้อจำกัดทางราชการ เช่น การจัดตั้ง บริษัท กรุงเทพธนาคม หรือแม้แต่ขอนแก่นโมเดล เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแล้วนำมาปรับใช้กับพัทยาในอนาคตต่อไป ซึ่งมีภาคส่วนสำคัญหลัก  ๆ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายพัฒนาพัทยา ทั้งภาคธุรกิจ ภาคประชาชน ภาคการศึกษา ภาคราชการ องค์กรเอกชน เข้าร่วมคิดร่วมทำเมืองพัทยาและจังหวัดให้เกิดความยั่งยืนครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นายสนธยากล่าวว่า โครงการตัวอย่างเรื่องการกำจัดขยะ เนื่องจากพัทยามีนักท่องเที่ยวบวกกับมีจำนวนประชากรมากจึงผลิตขยะมากถึงวันละ 460 ตัน จึงต้องรณรงค์ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมหันมาลดปริมาณการผลิตขยะลงอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความมากที่เป็นอยู่ปัจจุบันอีกทั้งเมืองพัทยาดำเนินการ 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1.ร่วมกับกรมโยธาธิการวางแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครบวงจรเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็น ระยะเริ่มต้น วางระบบบำบัดน้ำเสียใหม่ให้ได้มากถึง 1.3 แสนลูกบาศก์เมตร จากปัจจุบันบำบัดได้เพียง 6.7 หมื่นลูกบาศก์เมตร 2.ร่วมกับกระทรวงดิจิทัล พัฒนาเครือข่าย 5G  บริเวณชายหาดพัทยา 3.ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ยกระดับพัทยาเป็น MICE CITY ศูนย์กลางการประชุมและจัดนิทรรศการแสดงสินค้าระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาครอบคลุมไปถึงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การตลาด และบุคลากรไมซ์

 

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ TCEB กล่าวว่า จะร่วมสนับสนุนเมืองพัทยาในการขยายศักยภาพพัทยาให้เป็นศูนย์กลาง ไมซ์ ซิตี้ โดยเฉพาะเอ็กซิบิชั่น และเมกะอีเวนต์ และเมื่อสนามบินอู่ตะเภากับโครงการ EEC เปิดเต็มรูปแบบก็จะดึงงานแอร์โชว์มาจัด เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการบินของโลกมาเจรจาธุรกิจด่านอุปกรณ์การบิน และยุทโธปกรณ์ให้คึกคักมากยิ่งขึ้นในปี 2565

โดยปี 2562 ได้ร่วมมือกับ 8 สถาบันการศึกษาในภาคตะวันออก เดินหน้าพัฒนาบุคลากร ที่มีความต้องการเข้าสู่อุตสาหกรรม 11 SCURVE มากถึง 4.5 แสนคน โดยอัตสาหกรรมไมซ์มีความต้องการราว 1.4 หมื่นคน ควบคู่กับการจัดโรดโชว์และเทรดโชว์ไมซ์เข้ามาเพิ่มให้ได้มากที่สุด

เรื่องและภาพโดย..เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน -บล็อกเกอร์ : gurutourza www.facebook.com/penroongyaisamsaen