ครั้งแรกในประเทศไทยกับการก้าวสู่เส้นทางการประชาสัมพันธ์ระดับมืออาชีพ เทียบเท่าสากล เมื่อ สคช. จับมือ มหิดล จัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพสาขาประชาสัมพันธ์ เพราะไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเป็นประชาสัมพันธ์ที่มีมาตรฐาน
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และคณะทำงานซึ่งมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็นนายพรพิทักษ์ แม้นศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ นายกีรติ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์กรวิชาชีพและส่งเสริมการบริการอย่างทั่วถึง (กสทช.) นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต ผู้อำนวยการสถาบันการประชาสัมพันธ์ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นคณะรับรองมาตรฐานอาชีพ คณะทำงานจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งมีทั้งจากภาคเอกชน บริษัท อสมท. จำกัด(มหาชน) ตัวแทนอาจารย์จากมหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.ธรรมศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิต ม.ศรีปทุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นต้น
คณะที่ปรึกษา คณะรับรองมาตรฐานฯ รวมทั้งคณะทำงาน ได้ร่วมกันจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพธุรกิจโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สาขาประชาสัมพันธ์ รวม 6 อาชีพ ซึ่งมีทั้งอาชีพนักสื่อสารองค์กรสัมพันธ์, อาชีพนักประชาสัมพันธ์ออนไลน์, อาชีพนักสร้างสื่อประชาสัมพันธ์, นักวิจัยและประเมินผลการประชาสัมพันธ์, นักสื่อสารกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ และนักบริหารการประชาสัมพันธ์ด้วย เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนให้นักสื่อสารประชาสัมพันธ์สามารถทำงานได้อย่างมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ บอกว่าการทำงานในทุกองค์กรหากขาดการประชาสัมพันธ์ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงตามเป้าหมาย เพราะขาดการรับรู้อย่างแพร่หลาย ที่สำคัญเทคโนโลยีเปลี่ยนไป ทำให้คนทั่วไปสามารถสื่อสารข้อมูลเองได้ แต่หัวใจสำคัญคือต้องรู้ และตระหนักว่าความถูกต้องตรงตามมาตรฐานคืออะไร เวทีการประชาพิเคราะห์ครั้งนี้ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญการประชาสัมพันธ์จากหลายสาขาวิชาชีพมาร่วมให้ความเห็นว่า 6 อาชีพ ตอบโจทย์ความต้องการในอาชีพของไทยในปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน แล้วสามารถเทียบเคียงมาตรฐานสากลจากทั้งยุโรป และอาเซียนได้ เพื่อนำไปสู่การใช้เครื่องมือในการประเมินสมรรถะที่ได้มาตรฐานเดียวกันแบบที่ทั่วโลกใช้กัน เพื่อเป็นการช่วยเติมเต็มให้กับธุรกิจด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์
ขณะที่ ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาเทคโนโลยีการจัดการระบบสารสนเทศ ม.มหิดล ในฐานะที่ปรึกษาโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพฯ ประชาสัมพันธ์ ยอมรับว่าการจัดทำมาตรฐานอาชีพ เป็นเหมือนการทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีในการประชาสัมพันธ์กันเป็นจำนวนมาก ทุกคนกลายเป็นประชาสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่อาชีพนี้มันมีหลักการ วิชาความรู้ มหิดลจึงคิดทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ทำงานประชาสัมพันธ์ให้เป็นมาตรฐานแบบที่ไม่ใช่ใครก็เป็นได้ง่ายโดยไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดเช่นกันกับอาจารย์จิตรา วรรณสอน หัวหน้าสาขาการออกแบบสื่อสารออนไลน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บอกว่าเรากำลังอยู่ในยุคที่สื่อโซเชียลเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต และสังคม ปัญหาสำคัญที่เกิดคือ ‘เฟคนิวส์’ และกลายเป็นปัญหาด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว แต่การประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำให้มีข้อมูลยังไงที่น่าเชื่อถือ การทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ก็นับเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่จะสื่อสารออกไปได้ ขณะนี้ภาครัฐเห็นความจำเป็นในเรื่องการสร้างมาตรฐานด้านข้อมูลข่าวสาร แต่ถ้าหากทุกคน ทุกองค์กรหันมาเห็นความจำเป็นนี้เดียวกัน ก็จะช่วยทำให้สังคมข้อมูลข่าวสารในยุคอิทธิพลสื่อโซเชียลดีขึ้นได้เช่นกัน
ตอกย้ำแนวความคิดโดย ผศ.ดร.สุภาภรณ์ เกียรติสิน หัวหน้ากลุ่มสาขาเทคโนโลยีการจัดการระบบสารสนเทศ ในฐานะผู้จัดการโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพประชาสัมพันธ์ฯ บอกว่าการประชาสัมพันธ์ให้ได้ผลสำเร็จมากที่สุดในเวลานี้คือการนำไอทีเข้ามาใช้ในการประชาสัมพันธ์ เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้เข้าถึงคนได้ง่าย และรวดเร็วที่สุด นักประชาสัมพันธ์ออนไลน์ จึงเป็น 1 ใน 6 อาชีพที่คณะทำงานซึ่งเป็นผู้ที่คร่ำวอดในแวดวงการสื่อสาร ร่วมกันจัดทำมาตรฐานวิชาชีพขึ้น โดยผ่านกระบวนการตั้งแต่การจัดกลุ่มอาชีพการวิเคราะห์มาตรฐานอาชีพในต่างประเทศว่ามีการประชาสัมพันธ์กันอย่างไร มีหน่วยงานใดเป็นผู้รับรองมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งพบว่าสหราชอาณาจักร มีการจัดทำมาตรฐานอาชีพ 8 ชั้นคุณวุฒิวิชาชีพ 22 สมรรถนะ สิงคโปร์ 6 ชั้น 93 สมรรถนะ ออสเตรเลีย 10 ชั้น 60 สมรรถนะ และอเมริกา 5 ชั้น 77 สมรรถนะ ซึ่งคณะทำงานได้ทำการวิเคราะห์ จัดทำประชาพิเคราะห์ ประชาพิจารณ์ ก่อนประมวลผลคลอดออกมาเป็นร่างมาตรฐานอาชีพประชาสัมพันธ์ฯ ในเฟสแรก 6 อาชีพ 16 ชั้นคุณวุฒิวิชาชีพ ทั้งนี้ก็เพราะการประชาสัมพันธ์เป็นอาชีพที่มีความสำคัญ มาตรฐานวิชาชีพจะช่วยให้สามารถสื่อสารได้ถูกต้องตามหลักสากล และเป็นประชาสัมพันธ์มืออาชีพตัวจริง

