คำมั่นสัญญา ความผูกพันและความรู้สึก……. ของสมาชิก TO BE NUMBER ONE CAMP รุ่นที่ 23

2.11.19 | 09:00 น.

“พวกเราสมาชิก TO BE NUMBER ONE CAMP รุ่นที่ 23 ขอให้คำมั่นสัญญาต่อพระองค์ว่า
พวกเราจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากค่ายนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและถ่ายทอดให้กับผู้อื่น พวกเราจะปฏิบัติตนเป็นฑูตแห่งความเก่งและดีด้วยความเข้มแข็ง และจะสืบสานพระปณิธานของพระองค์ จะร่วมขยายเครือข่ายเยาวชนให้มีค่านิยมเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดตลอดไป”

คำกล่าวปฏิญาณตนของเยาวชนสมาชิก TO BE NUMBER ONE CAMP รุ่นที่ 23 กว่า 300 ชีวิตที่ดังกระหึ่มต่อหน้าพระพักตร์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE เมื่อครั้งเสด็จปิด“ค่ายพัฒนาสมาชิก TO BE NUMBER ONE สู่ความเป็นหนึ่ง” รุ่นที่ 23 ณ
เดอะไพน์ รีสอร์ท จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

ในการเสด็จครั้งนี้ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กราบทูลรายงาน แด่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ใจความว่าข้าพระพุทธเจ้า ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าพระบาท เสด็จมาพระราชทานเกียรติบัตรแก่สมาชิกค่ายพัฒนาสมาชิก TO BE NUMBER ONE สู่ความเป็นหนึ่งในวันนี้

Advertisement

ค่ายพัฒนาสมาชิก TO BE NUMBER ONE สู่ความเป็นหนึ่งหรือ TO BE NUMBER ONE CAMP เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ TO BE NUMBER ONE จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551 มีแนวคิดการให้โอกาสและทางเลือกแก่เด็กและเยาวชนที่เท่าเทียมกัน เพื่อพัฒนาทักษะทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม โดยใช้กระบวนการกลุ่ม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง จาก “ภายใน” เช่น การค้นพบความสามารถของตนเอง การนับถือ ภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเอง ให้เยาวชนเลือกทำกิจกรรม ที่ตนเองสนใจและชื่นชอบ มีวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเป็น Idol ของเยาวชนในลักษณะ Play and  Learn โดยผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ เยาวชนเกิดการพัฒนาพฤติกรรม และทักษะอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1) การให้คำปรึกษาเบื้องต้น 2) การพัฒนาบุคลิกภาพและการเป็นผู้นำ 3) การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์โดยผ่านกิจกรรมกลุ่มสร้างสรรค์ที่สนใจ เช่น การแสดง การเต้น การร้องเพลง การใช้ภาษา การเล่นกีฬาและดนตรี โดยสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้

TO BE NUMBER ONE CAMP กำหนดจัดปีละ 2 ครั้งในช่วงปิดภาคการศึกษาใช้การจัดสรรโควต้าให้กับเยาวชนสมาชิก TO BE NUMBER ONE อายุ 12-24 ปี ทั่วประเทศ กำหนดระยะเวลาค่าย 6 วัน 5 คืน รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 23 เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 ถึงวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 โดยมีเยาวชนจากจังหวัดภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งสิ้น 320 คน และจากการติดตามสมาชิกในรุ่นที่ผ่านๆ มา พบว่าสมาชิกที่เข้าค่ายมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านบวก สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ เช่น กล้าคิด กล้าแสดงออก มีความเป็นผู้นำ และมั่นใจในตนเอง มีจิตอาสา ที่จะไปช่วยเหลือผู้อื่น รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับตนเองและสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าพี่เลี้ยงพิเศษ ซึ่งเป็นเยาวชนที่ผ่านกระบวนการเข้าค่าย และสมัครเข้ามาทำหน้าที่ดูแลน้องๆ ในค่ายรุ่นต่อๆ มา มีพัฒนาการด้านต่างๆ ได้แก่ การเรียน การทำงาน การใช้ชีวิต ความมีจิตอาสา และการเป็นแบบอย่างอันดีงามให้กับน้องๆ รุ่นต่อไป

นายเอกราช  เชื้อคำยา “เอิร์ท”จากวิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ หนึ่งในเยาวชนสมาชิก TO BE NUMBER ONE CAMP รุ่นที่ 23 ผู้ที่ได้รับโอกาสในการกล่าวแสดงความรู้สึกของตัวเองหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายว่าก่อนหน้านี้ตนเองมีปัญหาชีวิต ครอบครัวที่บ้านชอบทะเลาะกัน และทุกคนชอบมาระบายและมาลงที่ตน  ซึ่งในบ้านตนเองก็ต้องรับภาระทำงานหนักกว่าคนอื่นอยู่แล้ว เช่น ขายของ ส่งของ แบกปุ๋ย ยกถังแก๊ส จึงทำให้เบื่อหน่ายและไม่มีความสุข แต่พอได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ อาจารย์ได้ชวนเข้าร่วมชมรม TO BE NUMBER ONE และได้มีโอกาสพูดนำเสนอผลงานภายในงานมหกรรม TO BE NUMBER ที่เมืองทองธานี ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้นและรู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าร่วมชมรม TO BE NUMBER ONE  ปีนี้ตนเองได้รับโควตาเข้าร่วมค่ายพัฒนาสมาชิกแกนนำ TO BE NUMBER ONE รุ่นที่ 23 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมค่าย คือตัวเองเริ่มเปิดใจ กล้าที่เข้าหาคนอื่นมากขึ้น กล้าที่จะเข้าไปคุยกับเพื่อนก่อน ความสนุกและความสุขที่ได้จากการร่วมกิจกรรมค่ายสามารถชดเชยปัญหาความทุกข์ต่างๆในใจได้ หลังจากที่ออกจากค่ายไป ตั้งใจว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากค่ายนี้ไปต่อยอดให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆได้ฟังว่าการมาเข้าค่ายในครั้งนี้ได้รับประโยชน์มากกว่าที่คิดไว้ และรู้สึกสำนึกในพระเมตตาของทูลกระหม่อมเป็นอย่างมาก

ด้านนางสาววราภรณ์ ตันเรือง “เอ็มมี่”จากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนราธิวาสกล่าวถึงความรู้สึกของตัวเองหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายว่าก่อนหน้านี้ตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนโดนจับและถูกส่งตัวมายังสถานพินิจ ที่นี่ตนได้รู้จักกับโครงการ TO BE NUMBER ONE ซึ่งที่ผ่านมาเคยมองว่าไร้สาระ แค่การร้อง การเต้น แต่พอเข้าชมรม TO BE NUMBER ONE และได้ลงมือทำกิจกรรมต่างๆ กลับทำให้ชีวิตมีแต่ดีขึ้น และได้พัฒนาชมรม TO BE NUMBER ONE จนประสบความสำเร็จสามารถนำทีมไปประกวดในระดับประเทศที่เมืองทองธานีได้ ปัจจุบันตนเองได้เป็นประธานชมรม TO BE NUMBER ONE เต็มตัวและเป็นแกนนำออกไปขยายเครือข่ายให้กับน้องๆ ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มของน้องๆทำให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป ทำต่อไป จากความสุขที่ได้รับนำพาสู่ความภาคภูมิใจ จากที่เคยคิดว่าสังคมภายนอกจะรังเกียจ เพราะเคยทำความผิด และยังขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กสถานพินิจเลยทำให้ตนเองไม่มั่นใจที่จะอยู่ร่วมกับผู้คนภายนอกได้ แต่ในเมื่อตนเองมีทูลกระหม่อมองค์ประธาน มีป้าหม่อม และครอบครัว TO BE NUMBER ONE ที่ให้โอกาสและยอมรับที่มาของตนเอง และยังมีสัญลักษณ์ TO BE NUMBER ONE ติดอยู่ที่หน้าอกจึงทำให้มั่นใจและกล้ายอมรับความจริง และพร้อมที่จะสู้ต่อไปโดยไม่ท้อ

“หนูต้องขอบคุณโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนจากที่เคยเป็นกลุ่มติดยา กลับกลายเป็นกลุ่มที่ทุกคนอยากรู้จักและให้การยอมรับ การที่ได้มาร่วมค่ายนี้ทำให้หนูได้รู้จักและเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง มีเพื่อนๆ ที่เข้าใจและให้กำลังใจ หนูขอสัญญาว่าจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากค่ายนี้ไปต่อยอดไปเผยแพร่ให้กับรุ่นต่อๆ ไป หนูจะปรับเปลี่ยนตัวเอง จะประพฤติตัวให้ดีที่สุด จะช่วยขจัดยาเสพติดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ถึงจะมีเหนื่อยก็จะไม่ท้อและจะทำให้สำเร็จดังที่เคยสัญญาไว้ หนูรักทูลกระหม่อมค่ะ”

ในขณะที่ นายวีรชัย ประยูรคงจังโก้”แกนนำ ชมรม TO BE NUMBER ONE รร.เพชรวิทยาคาร จ.ชัยภูมิ อีกหนึ่งเยาวชนที่ได้กล่าวถึงความรู้สึกของตัวเองหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายว่าก่อนหน้านี้ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในวงจรยาเสพติด เป็นเด็กที่เกเร ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่ตั้งใจเรียน ติดเพื่อน ไถเงินพ่อแม่ โกหกทุกหนทางเพื่อให้ได้เงินไปซื้อยามาเสพ จากแค่เสพธรรมดาก็เริ่มรับยามาขายเองใช้ชีวิตแบบนี้มาประมาณ 3 ปี จนโดนตำรวจจับ ตอนที่อยู่ในห้องขัง ทุกอย่างดูมืดมิดไปหมด รู้สึกว่าแย่ที่สุดที่ทำให้คนที่รักเราผิดหวังและเสียใจ มันคือบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต และมันทำให้ตนเองเปลี่ยนความคิดและชีวิตที่หลงผิดไปตลอดกาล

“ผมได้รับโอกาสกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นๆ อีกครั้ง ได้กลับมาเรียนหนังสือและเข้าร่วมชมรมTO BE NUMBER ONE ของโรงเรียน ได้เข้าร่วม “โครงการใครติดยายกมือขึ้น” ได้เข้าบำบัดรักษาได้ร่วมทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ จนสามารถเลิกยาได้ วันนี้ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในค่ายนี้ มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต ที่ครั้งหนึ่งผมได้มายืนพูดอยู่ตรงนี้ ค่ายนี้ให้อะไรกับผมหลายๆอย่าง TO BE NUMBER ONE ให้ผมได้มีที่ยืนในสังคมอีกครั้ง ผมได้เจอเพื่อนๆ ทุกคนให้การยอมรับ ได้ทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกับเพื่อน ได้มิตรภาพที่ดี มีสังคมที่กว้างขึ้น ผมจะนำความรู้จากค่ายกลับไปช่วยเพื่อนๆที่ยังมีปัญหาอยู่ นำประสบการณ์บทเรียนชีวิต และข้อคิดแนวทางในการเลิกยาเสพติดไปแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ขอขอบพระคุณทูลกระหม่อมฯที่ได้พระราชทานโครงการดีๆให้กับพวกเรา ผมขอสัญญากับทูลกระหม่อมว่าผมจะเป็นคนดีครับ”

นางสาวกาญจนา ถานทะนิโย “พลอย” รร.ละอุ่นวิทยาคาร จ.ระนอง อีกหนึ่งเยาวชนที่ได้กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายว่าตนเองอาศัยอยู่ในชุมชนเล็กๆที่เสี่ยงต่อปัญหาวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด จนวันหนึ่งได้มาพบกับครอบครัว TO BE NUMBER ONE ซึ่งมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเป็นองค์ประธานโครงการและเป็นจุดเริ่มต้นที่จุดประกายความคิดในการนำโครงการ TO BE NUMBER ONE มาช่วยพัฒนาทำให้ชุมชนของพวกเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น เพราะ TO BE NUMBER ONE ได้สอนให้รู้จักการเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดและสร้างเยาวชนให้เป็นความหวังและพลังที่ยิ่งใหญ่ของชาติ

“โรงเรียนของหนูมีชมรมTO BE NUMBER ONE มีครอบครัว TO BE NUMBER ONE ถึงจะเป็นครอบครัวเล็กๆแต่เต็มไปด้วยความสุขที่ทรงคุณค่า เวลาทำกิจกรรมก็จะนอนด้วยกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน ผ่านพ้นอะไรๆมาด้วยกันตลอด ถึงเราจะเป็นโรงเรียนเล็กๆ แต่ความสามารถไม่ได้เล็ก เราเริ่มจากศูนย์ จนวันนี้เกินร้อย เป็นที่ชื่นชมของใครหลายๆคน มีผลงานมากมายจากรุ่นสู่รุ่น ชมรม TO BE NUMBER ONE ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ชมรมที่เล่นไปวันๆ แต่สอนให้เรารู้ถึงคุณค่าหลายๆอย่างและคอยย้ำเตือนให้เรารู้ว่าพวกเราชาวTO BE NUMBER ONE คือ เยาวชนที่จะสร้างและพัฒนาชาติให้ไปในทางที่ดี โดยนำทักษะความรู้มาปรับใช้และบูรณาการให้เข้ากับกิจกรรมต่างๆ เพราะโครงการ TO BE NUMBER ONE ไม่เคยปิดกั้นศักยภาพและความสามารถของเด็กเลยแม้แต่น้อย

“วันนี้โครงการ TO BE NUMBER ONE ได้จัดค่าย จนมาถึงรุ่นที่ 23 หนูจึงอยากมาร่วมกิจกรรมนี้ เพราะ หนูอยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อที่จะพัฒนาตนเองและนำไปขยายผลให้แก่ผู้อื่น โดยการแชร์ประสบการณ์และลงมือปฏิบัติเพื่อให้ผู้อื่นได้เห็น ก่อนจะมาค่ายนี้หนูเคยคิดว่าค่ายนี้คงเป็นรูปแบบเดียวกับค่ายอื่นๆ แต่พอได้มาร่วมค่ายจริงๆกลับพบว่าค่ายแบบนี้หนูยังไม่เคยเจอเลย เพราะไม่เหมือนใครและไม่ซ้ำกับค่ายใดทั้งสิ้น หนูขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่เข้ามาเปิดประตูสว่างให้และมอบโอกาสที่ดีให้กับหนู ขอบคุณป้าหม่อมที่คอยให้กำลังใจมาตลอดและที่สำคัญที่สุดคือขอบคุณทูลกระหม่อม คงเป็นความโชคดีของเด็กผู้หญิงธรรมดาคนนี้ที่มีฝันที่อยากจะมาค่ายระดับประเทศและแล้วความฝันก็สำเร็จ หนูรักทูลกระหม่อมค่ะ”