“One Young World Summit 2019” จุดประกายสร้างผู้นำแห่งอนาคต “ซีพีสานฝัน ปันโอกาส”

22.11.19 | 17:27 น.

แม้ว่าการประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ “One Young World Summit 2019” ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จะปิดฉากลงไปแล้วเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการเป็นเวทีการประชุมระดับโลกที่มีคนรุ่นใหม่กว่า 2,000 คน จาก 196 ประเทศมารวมตัวกัน นั่นก็คือการเป็นเวทีที่แสดงพลังและความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่ในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโลกเพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเป็นเวทีที่จะถ่ายทอดส่งต่อประสบการณ์และแรงบันดาลใจจากจากบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกสู่ผู้นำรุ่นใหม่

“พวกเรามองเห็นพลัง ความเป็นผู้นำ และความคิดสร้างสรรค์ในคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น เนื่องจากเป็นรุ่นที่ได้รับรู้ข้อมูลต่างๆ ได้รับการศึกษา และมีเครือข่าย ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 10 ปี โครงการต่างๆจากผู้แทน One Young World ได้ช่วยกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ” Kate Robertson (เคท โรเบิร์ตสัน) และ David Jones (เดวิด โจนส์) ผู้ก่อตั้ง One Young World กล่าวในพิธีเปิดการประชุม ณ Royal Albert Hall ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 10 ปีของการจัดการประชุมโดยไฮไลท์สำคัญในพิธีเปิดคือการโบกธงจากผู้แทนทุกประเทศ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า “มนุษยชาติสำคัญเหนือเชื้อชาติที่แตกต่าง” โดยนาทีที่จับใจของการโบกธงคือเมื่อผู้แทนเยาวชนคนรุ่นใหม่จากประเทศเกาหลีเหนือและประเทศเกาหลีใต้ ต่างจับมือกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพตลอดระยะเวลาของการประชุมทั้ง 4 วัน มีที่ปรึกษาผู้มีชื่อเสียงและผู้ประสบความสำเร็จในสาขาวิชาชีพต่างๆ ในระดับโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ ฮาลิมา อาเด็น (Halima Aden) ผู้ลี้ภัยที่เติบโตในแคมป์ผู้ลี้ภัยคาคูมา (Kakuma Refugee Camp) ในสาธารณรัฐเคนยาที่เป็นนางแบบคนแรกที่สวมใส่ฮิญาบ กล่าวว่า “อย่าเปลี่ยนแปลงตัวคุณเอง แต่เปลี่ยนแปลงระบบ และทำทุกอย่างที่คุณต้องทำเพื่อให้ผู้คนได้ยินและสร้างความแตกต่าง ทิ้งรอยเท้าของคุณไว้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องไม่ทิ้งความหวัง”  เช่นเดียวกันกับ บ๊อบ เกลดอฟ (Bod Geldof) ที่ปรึกษา One Young World กล่าวถึงความสำคัญของการเป็นผู้นำในเยาวชนว่า “พวกเราต้องการความคิด พวกเราต้องการไอเดีย พวกเราต้องการการลงมือทำ และผู้คนที่เป็นผู้นำของพวกเราในวันนี้ก็แก่กันหมดแล้ว” 

ซึ่งแรงบันดาลใจและข้อคิดเห็นต่างๆ ล้วนสอดคล้องกับคำกล่าวของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่สนับสนุนการดำเนินงาน โครงการ “ซีพีสานฝันปันโอกาสสู่ผู้นำรุ่นใหม่ One Young World” ที่มอบโอกาสให้กับผู้นำเยาวชนไทยได้ออกไปเปิดรับประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ในระดับโลกจากเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชน One Young World มาอย่างต่อเนื่องถึง 5 ปี ที่ได้กล่าวกับตัวแทนประเทศไทยทั้ง 21 คน ที่ได้รับโอกาสในการไปประชุมในปีนี้ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด  “IGNITE FUTURE LEADERS” หรือ “จุดประกายผู้นำแห่งอนาคต” เพื่อตอกย้ำให้ผู้นำเยาวชนคนรุ่นใหม่ตระหนักถึงบทบาทและเชื่อมั่นในพลังของตนเองที่สามารถ “คิด เปลี่ยน โลก” เพื่อให้ทุกคนบนโลกใบนี้มีความสุขได้

“ตัวแทนเยาวชนทุกคนถือเป็น Future Leaders เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สังคมดีขึ้น โดยผู้นำที่ดีต้องมีพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงคือ การมี ความรัก (Passion) และความเมตตา หรือความรู้สึกได้ถึงทุกข์สุขของผู้อื่นเสมือนเป็นตัวเรา (Compassion) ผู้นำที่ดีต้องมีพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงโลกไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งความสำเร็จและความล้มเหลวเปรียบเหมือนเหรียญ 2 ด้านที่อยู่คู่กัน เราต้องสำรวจให้ได้ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เรามีพลังไปสู่ความสำเร็จ และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เราหยุดหรือท้อแท้  เพื่อทำให้เรามีพลังที่จะสามารถขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไม่สิ้นสุด” นายศุภชัยกล่าวเช่นเดียวกันกับ ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส (Muhammad Yunus) ผู้ก่อตั้งธนาคาร Grameen Bank และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ที่เชื่อมันในพลังของคนรุ่นใหม่ โดยตั้งคำถามที่ท้าทายให้กับผู้นำรุ่นใหม่ว่า “คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ว่าโลกจะเป็นอย่างไรในอีก 50 ปีข้างหน้า  แต่โลกแบบไหนที่คุณต้องการในอีก 50 ปีข้างหน้า  หากคุณต้องการปกป้องโลกใบนี้สำหรับเยาวชนของคุณ  คุณต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ คุณต้องหาหนทาง ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษยชน ถ้าคุณจริงจังสิ่งต่างๆจะเกิดขึ้น และนี่คือความท้าทายที่เราต้องเผชิญ เราต้องสร้างโลกใบใหม่”

ด้าน ดั๊กลาส บูท (Douglas Booth) ดารานักแสดงได้พูดให้แรงบันดาลกับคุนรุ่นใหม่ใจว่า “การที่คนรุ่นใหม่มากมายจากหลากหลายที่มารวมกัน เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ของพวกเราในวันนี้ และเป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจที่เราได้แบ่งปันความคิดเห็น และกลับไปเพื่อสร้างความแตกต่างในกว่า 190 ประเทศ”

Advertisement

ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ที่ย้ำกับตัวแทนประเทศไทยที่ได้ไปเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ว่า “การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกดียิ่งขึ้น หรือ การทำเรื่องยาก ในหลายๆ เรื่องนั้น อาจไม่ทันได้เห็นผลลัพธ์ในช่วงชีวิตของเรา แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง หรือท้อแท้ และต้องพยายามเรียนรู้จากเหรียญทั้ง 2 ด้านคือความสำเร็จและความล้มเหลว  ซึ่งสุดท้ายแล้วจะนำเราไปสู่ความสำเร็จ และการเป็นผู้นำที่ดีนั้นอย่าดูแค่ตำแหน่ง แต่ต้องดูที่ Spirit (จิตวิญญาณ)ที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับสังคม ขอให้เชื่อมั่นในพลังที่จะสร้างหรือส่งต่อสิ่งที่ดีให้กับคนอื่นๆ เชื่อมั่นในพลังของตนเองที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง อย่ายอมแพ้ และอย่าลดละในความฝันที่ทุกคนตั้งไว้ ความตั้งใจดีของทุกคนในที่นี้จะทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น และทำให้ทุกคนมีความสุข”

โดยในพิธีปิดการประชุมจบลงด้วยการให้ผู้เข้าร่วมประชุมเขียนสิ่งที่ตั้งใจจะทำลงในริบบิ้นและผูกริบบิ้นกับคนข้างๆ เพื่อเป็นการแสดงความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง โดย ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “หากคุณคิดด้วยความจริงจัง สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น คุณจะสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทั้งหมดให้เป็นไปได้ ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องลงมือทำ และเรามีงานที่ต้องทำหลายอย่าง

สำหรับการประชุม One Young World Summit ครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่ 11 มีกำหนดจัดขึ้น ณ กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมณี ในระหว่างวันที่ 14-17 ตุลาคม 2563 โดยคาดว่าจะมีผู้นำเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 1,800 คนจาก 190 ประเทศทั่วโลกมาเข้าการร่วมประชุม ซึ่ง นายโคฟี อันนัน (Kofi Annan) อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติผู้ล่วงลับ ได้เคยกล่าวถึงการจัดการประชุม One Young World ไว้ว่า “ในทุกปีที่ฉันก้าวออกมาจากงานประชุมผู้นำเยาวชนโลก ฉันมีความหวังและความมั่นใจว่าอนาคตของเรายังไม่สูญสิ้น”

ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นว่า…โลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะรวมพลังกันคิดเปลี่ยนโลกใบนี้ไปสู่ความยั่งยืน.