“จินดาสมุนไพร” รุกตลาด AEC สร้างอำนาจต่อรองกับคู่ค้านอกอาเซียน

29.01.16 | 15:44 น.

ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  หรือ  AEC อย่างเป็ทางการในเร็วๆนี้…การรวมตัวของชาติอาเซียน 10 ประเทศ  จะช่วยสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน สร้างอำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าชาติอื่นๆนอกอาเซียนได้มากขึ้น   นักธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs  ต่างศึกษาหาช่องทางการตลาดที่จะสามารถกระจายสินค้า สร้างความน่าสนใจของสินค้าให้เติบโตได้ในตลาดกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะตลาดในประเทศลาว ที่โอกาสเติบโตมีค่อนข้างสูง

นายไชยกร  นิธิคณาวุฒิ   ประธานกรรมการบริษัท จินดาสมุนไพร จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แชมพูและเซรั่มสมุนไพร จากใบหมี่สด  ภายใต้แบรนด์ จินดาสมุนไพร”   หนึ่งในนักธุรกิจไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่การเปิดตลาดในอาเซียน...หลัง ได้รับการตอบรับจากตลาดในประเทศมาในระยะเวลาสิบกว่าปีค่อนข้างดีมาก ผู้คนรู้จักผลิตภัณฑ์จินดาสมุนไพรมากขึ้น  รวมถึงต่างประเทศก็รู้จักบ้าง  แต่โอกาสทางการค้าในต่างประเทศมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีข้อกำหนด มาตรฐานการส่งออกที่เคร่งครัด  ทำให้สินค้ากระจายออกไปได้น้อย   ในปีนี้ จินดาสมุนไพร ได้เตรียมรุกตลาดในอาเซียนอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นโอกาสทางการค้าที่ดี   โดยได้ศึกษาความต้องการของผู้บริโภคในชาติอาอาเซียน พบว่า ตลาดสนใจคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องคุณภาพมาก่อน รองลงมาก็จะเป็นเรื่องราคา ที่กำหนดราคาขายไม่ให้สูงมากนัก  และสินค้าประเภทสมุนไพร ก็เป็นอีกประเภทที่ได้รับความนิยมมากขึ้น  เนื่องจากการผลิตสินค้าจากสมุนไพรไทยได้มาตรฐาน คุณภาพดี  ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นตลอด

นายคำเกิ่ง  ทำมะวง  ผู้อำนวยการกลุ่มดอกบัวคำ  ผู้ประกอบการค้าส่ง-ปลีก ในตลาดเช้า นครหลวงเวียงจันทน์  และเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แชมพูและเซรั่มสมุนไพร จากใบหมี่สด  ภายใต้แบรนด์ ดอกบัวคำ  บายจินดาสมุนไพร”   บอกว่า  ตลาดลาวเองตอนนี้มีความสนใจในผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพที่สามารถเห็นผลได้   และราคาที่ไม่แพงจนเกินไป  เนื่องจากตลาดลาวเองก็มีสินค้าจากประเทศจีน เวียดนาม กัมพูชา ที่เข้ามาตีตลาดแข่งกับไทยด้วย  โดยเฉพาะสินค้าจากจีนมาแชร์ตลาดมากถึง 30%  (สินค้าไทย 60% , อื่นๆ 10%) จากปีที่ผ่านมาธุรกิจในลาวมีบรรยากาศการลงทุนที่สูงมาก GDP  สูงถึง 8-9 % เพิ่มขึ้นในทุกๆปี ระบบโครงสร้างพื้นฐานกำลังได้รับการพัฒนาให้เติบโตขึ้น เพื่อรับกับผู้คนที่เดินทางเข้ามาในลาวมากขึ้น  การลงทุนในลาวต้องใช้ระยะการลงทุนที่ยาวนาน 5-10 ปี จึงจะมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า  กลุ่มดอกบัวคำ เป็นร้านค้าส่ง-ปลีก  สินค้าอุปโภคบริโภคประเภทบิวตี้และความงาม จากต่างประเทศ ประมาณ 80% เป็นสินค้ามาจากประเทศไทย ที่เหลือมาจากจีนและเวียดนาม    เมื่อเปิดตลาด AEC มีผลดีต่อการค้าขายในลาว ทำให้สินค้าบางอย่างที่ไม่สามารถนำเข้ามาในประเทศลาวได้ก็จะมีมากขึ้น รวมถึงนักลงทุนจะเดินทางเข้ามาง่ายขึ้นภายใต้กรอบการลงทุนที่รัฐบาลลาวสนับสนุนให้นักลงทุนชาวต่างชาติได้หันมาลงทุนในลาวเพิ่มขึ้น  นายคำเกิ่ง กล่าว

เมื่อเปิดตลาด AEC เป็นเรื่องดีของนักธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs มีโอกาสได้เข้าไปลงทุนในตลาดอาเซียนมากขึ้น 

แต่ทั้งนี้นักธุรกิจควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับตลาดลาวให้ชัดเจนด้วย  รวมถึงคุณภาพมาตรฐานของสินค้าที่จะนำเข้าไปจำหน่าย  เนื่องจากตลาดลาวเองก็เคร่งครัดในเรื่องของคุณภาพสินค้ามากด้วยเช่นกัน  หากผู้ประกอบการท่านใดที่อยากจะไปลงทุนที่ลาวบ้าง ก็ลองศึกษาข้อมูลได้จากหลายๆที่ เช่น กรมส่งเสริมการลงทุน หรือ หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์  กระทรวงอุตสาหกรรม  ก็มีบริการให้คำปรึกษาด้านส่งออกด้วยเช่นกัน

Advertisement