กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมเปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากจ. ภูเก็ต โดยได้รับพระราชทานนามอาคารว่า “ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร” จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากและเป็นแหล่งความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจ ซึ่งกำหนดพิธีเปิดในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2562 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตรียมต่อยอดตามแนวนโยบายนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนและผู้สนใจ ต่อไป

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่านับแต่วันที่ตน ได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม “น้องมาเรียม” พะยูนน้อยที่จังหวัดตรังเป็นภารกิจลำดับแรก ๆ เนื่องจากตนรู้สึกเป็นห่วง และพยายาม จะผลักดัน การอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากทุกชนิดให้เป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยพบสัตว์ทะเลหายากอาศัย อยู่หลายชนิด เนื่องด้วยความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในท้องทะเลซึ่งล่าสุดก็พบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่บริเวณ หาดท้ายเหมืองสร้างความสนใจและปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามภายใต้ ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของสัตว์ทะเลหายาก ปัญหาสำคัญประการหนึ่ง คือ การเกยตื้นของ สัตว์ทะเลหายากก็มีให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งอยู่ในสภาพที่มีชีวิตและเสียชีวิตแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ ประการที่ทำให้เราต้องสูญเสียสัตว์ทะเลหายากไป สิ่งหนึ่งได้แก่ การขาดแคลนทีมผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์ เครื่องมือ ที่จำเป็น รวมถึง ศูนย์ช่วยเหลือและอนุบาลสัตว์ทะเลหายากเหล่านั้น ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ริเริ่ม ก่อสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จ. ภูเก็ต ตั้งแต่ปี 2561 โดยตนได้สั่งการเพิ่มเติมให้พัฒนาศูนย์ช่วยชีวิต สัตว์ทะเลหายาก ดังกล่าว ให้เป็นทั้งศูนย์ชีวิตสัตว์ทะเลและแหล่งเรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเลหายากด้วย เพื่อให้พี่น้อง ประชาชน ได้ศึกษาถึงระบบนิเวศ วงจรชีวิต รวมถึง แนวทางในการติดตามชีวิตสัตว์ทะเลหายากประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งดำเนินการและวางแนวทางการดำเนินงานให้ เป็นรูปธรรมโดยเร็วพร้อมสั่งการให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้กำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ สัตว์ทะเลหายากเกยตื้นช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยปีละ 577 ตัว ส่วนมากเป็นเต่าทะเล เฉลี่ย 341 ตัวต่อปี รองลงมา ได้แก่ โลมาและวาฬเฉลี่ย 220 ตัวต่อปี และพะยูนเฉลี่ย 16 ตัวต่อปี ซึ่งสาเหตุมาจากการเจ็บป่วยตามธรรมชาติ การติดเครื่องมือประมง หรือจากการกินขยะทะเลเข้าไป สำหรับการเตรียมการ และความคิดริเริ่มก่อตั้งศูนย์ ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก บริเวณศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต วงเงินในการก่อสร้าง 119,618,000 บาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 450 วัน การก่อสร้างเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทั้งนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการเสด็จเป็นองค์ประธานทรงวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างศูนย์ ช่วย ชีวิตสัตว์ทะเลหายากฝั่งอันดามัน เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา และได้รับพระกรุณาธิคุณพระราชทาน นามอาคารว่า “ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร” พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ใช้ในการช่วยชีวิตสัตว์ทะเล หายากที่มาเกยตื้น การชันสูตรซาก การหาสาเหตุการตาย และการวินิจฉัยโรค ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการเพื่อลด อัตราการตายของสัตว์ทะเลหายากที่มาเกยตื้น รวมถึงการอนุบาลสัตว์ทะเลหายากที่พิการ การช่วยเหลือรักษา และการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างมีคุณภาพตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล ซึ่งศูนย์ดังกล่าว สร้างแล้วเสร็จและเปิดทำการเมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 และในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2562 นับเป็นพระกรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระดำเนินทรงเป็นองค์ประธาน ในการ เปิดอาคาร “ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร” อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ได้เตรียมความพร้อมทั้งในทุกด้านไว้พร้อมแล้ว และหลังจากพิธิเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้ตามแนวนโยบายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง จะขยายส่วนแสดงนิทรรศการและส่วนช่วยเหลือสัตว์ เพื่อให้ได้มาตรฐาน และให้ประโยชน์แก่ประชาชนและผู้สนใจ คาดว่าจะสามารถรองรับผู้สนใจได้กว่า 150,000 คนต่อปี นายโสภณ ทองดี กล่าวในที่สุด




