สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ผลักดัน “กีฬาเพื่อการป้องกันอาชญากรรมในเยาวชน” สู่วาระโลก ประเดิมด้วยการจัดงานเสวนานานาชาติว่าด้วย “การใช้กีฬาป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาในกลุ่มเยาวชน” กระตุ้นทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริม และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังที่ TIJ เสนอข้อมติ “Integrating Sport into Youth Crime Prevention and Criminal Justice”
ในเวทีการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice) สมัยที่ 28 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับ การรับรองโดยฉันทามติจากประเทศสมาชิก เน้นย้ำว่ากีฬาเป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน และให้ทุกภาคส่วนตระหนักว่ากีฬามีส่วนช่วยในการส่งเสริมและฟื้นฟูเด็กที่กระทำผิด ให้กลับมาอยู่ในสังคมและมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อฝึกฝนควบคู่กับพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต
จากข้อมติดังกล่าวซึ่งเกิดจากโครงการเล็กๆ “Bounce Be Good (BBG) : เด้ง ได้ ดี” ที่ก่อตั้งขึ้นตามพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงเล็งเห็นถึงการนำกีฬามาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาศักยภาพ และฟื้นฟูเด็กที่กระทำผิดในประเทศไทย รวมไปถึงเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำความผิด ล่าสุด TIJ ได้เดินหน้าประกาศจุดยืนที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผ่านเวทีเสวนาทางวิชาการว่าด้วย “การใช้กีฬาป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาในกลุ่มเยาวชน” ประเด็นหลักในการเปิดเวทีครั้งนี้ มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมและผู้เกี่ยวข้องได้รับรู้และมีแนวทางผลักดันแนวคิดดังกล่าวไปปฏิบัติภายในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ TIJ ยังได้จัดงานประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ระหว่างวันที่ 16-18 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 30 ประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งหวังให้มีมาตรการหรือแนวปฏิบัติ ที่สามารถนำไปบรรจุเป็นนโยบายระดับประเทศและระดับสากลต่อไป
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยในพิธีเปิดเสวนาทางวิชาการว่า เรื่อง “กีฬา” ได้ถูกพูดถึงทุกรัฐบาลว่า “กีฬาเป็นยาวิเศษ” โดยรัฐบาลปัจจุบันได้บรรจุให้กีฬามีอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ภายใต้บทบาทนำของ กรมพินิจฯ กระทรวงยุติธรรม ขณะเดียวกัน TIJ ก็ได้หยิบเรื่องนี้มาเพื่อเป็นการนำอีกทางหนึ่งในการเชิญผู้เกี่ยวข้องจากนานาประเทศเข้ามามีส่วนร่วมผลักดัน หรือทำหลักสูตรต่างๆ ซึ่งขณะนี้ในไทยมีคดีเด็กและเยาวชนมากพอสมควร โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในสถานพินิจ หรือศูนย์ต่างๆประมาณ 1 หมื่นคน ส่วนที่ศาลให้ประกันตัวก็เกือบ 2 หมื่นคน เชื่อว่าถ้าเอาเรื่องกีฬาไปใช้ในเวลาว่างอย่างมีคุณค่า กลุ่มผู้ก้าวพลาดเหล่านี้จะเกิดขึ้นน้อยลง
ด้าน ศ. (พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวว่า ถือเป็นเวทีแรกที่พูดเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ เรื่องกีฬาเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ โดย TIJ เป็นองค์กรที่เป็นเครือข่ายของ UN เป็นสะพานเชื่อมแนวปฏิบัติที่ดีมาส่งเสริมในไทยและภูมิภาค ขณะเดียวกันก็เอาแนวทางปฏิบัติที่ดีของไทยไปเสนอ UN ทั้งนี้ กีฬาไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่จะให้ประเทศต่างๆ นำยุทธศาสตร์เรื่องกีฬาเข้าไปผนวกกับนโยบายที่จะช่วยลดการกระทำความผิด ลดความเสี่ยงของเยาวชน หรือลดการกระทำผิดซ้ำ นั้นถือว่าเป็นเรื่องใหม่ “โครงการ BBG นำไปสู่การที่ทำให้ UN เห็นด้วย และมีข้อมติว่าเรื่องนี้สำคัญที่ต้องศึกษากันต่อ ขั้นตอนต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ จะมีผู้เชี่ยวชาญมาคุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในที่สุดก็อาจจะเกิดยุทธศาสตร์ของสหประชาชาติบนเวที Crime Congress ครั้งที่14 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นปี 2563 อันจะเป็นยุทธศาสตร์ต้นแบบในการที่จะนำกีฬามาแก้ปัญหาเยาวชนด้วยการสนับสนุนของไทย ซึ่งอาจจะเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปใช้ทั่วโลก” เช่นเดียวกับ คุณหญิงปัทมา สีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ที่ย้ำว่า นอกจากกีฬามีความสำคัญโดยทั่วไป การที่นำมาใช้ในกรณีที่ยากที่สุด คือ เรื่องของกลุ่มที่ก้าวพลาดไปแล้วและสร้างการยอมรับ อย่างในกีฬาโอลิมปิก 2563 ที่จะถึง กว่าโตเกียวจะได้เป็นเจ้าภาพ ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมกีฬาว่าคนในชาติให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬามากน้อยแค่ไหน หรือกีฬาโอลิมปิกที่ปารีสในปี พ.ศ. 2567 ก็ต้องจัดให้ทุกพื้นที่สาธารณะมีที่ให้เยาวชนเล่นกีฬา นั่นแสดงให้เห็นว่า กีฬาก็มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้านในกลุ่มเยาวชนที่เคยก้าวพลาดได้เช่นเดียวกัน
ในการนี้ ด้าน BBG ก็ได้ดำเนินงานเพื่อขยายความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น โดย นายเอกภพ เดชเกรียงไกรสร กล่าวว่า BBG พยายามอย่างยิ่งที่จะให้เด็กในประเทศ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือเคยกระทำความผิด หรือมีโอกาสที่จะกระทำความผิด เข้าถึง BBG โดยเร็วที่สุด โดยทำให้เห็นว่าถ้าเล่นกีฬาก็มีโอกาสที่จะได้ฝึก แข่ง และมีรายได้จากการแสดงศักยภาพของตัวเอง วันนี้สโมสรกีฬา BBG พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “กีฬา” เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้คนกลุ่มนี้พร้อมกลับคืนสู่สังคม แปรสภาพจากเด็กที่เคยก้าวพลาดเป็นนักกีฬามืออาชีพ อย่างไรก็ตาม การจะนำกีฬามาใช้ในการป้องกันอาชญากรรมในกลุ่มเยาวชนที่ขยายผลเป็นวงกว้าง ไม่สามารถทำเพียงหน่วยงานเดียวได้ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วย

