การทำ SEO On-page เป็นหนึ่งในตัวช่วยผลักดันเว็บไซต์ธุรกิจของคุณก้าวสู่เป้าหมาย แต่การจะทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพ ควรต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ด้านการทำ SEO โดยเฉพาะ เพราะการทำ SEO On-page เป็นรูปแบบการวางโครงสร้างของเว็บไซต์ที่จะถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับ Google มากที่สุด ในขั้นตอนนี้ถ้าคุณทำออกมาไม่เหมาะสมหรือทำให้เนื้อหาผิดเพี้ยนไป การติดอันดับภายใน Google ของคุณอาจจะเป็นไปได้ยากขึ้น และอาจจะทำให้ Google ไม่สนใจเว็บไซต์ของคุณไปเลยก็ได้เช่นกัน ดังนั้นการทำ SEO On-page จึงเป็นการปรับแต่งเว็บไซต์และ Content ต่างๆ รวมไปถึงการเขียนโค้ดบนหน้าเว็บเพจที่ต้องสร้างเนื้อหาให้เหมาะสมกับตัว Search engine อย่าง Google พร้อมการกระจาย Keywords ไปตามหน้าต่างๆ ของเว็บไซต์และภายใน Content ทุกรูปแบบที่อยู่บนเว็บไซต์ธุรกิจด้วย โดยจะมีรายละเอียดการทำ On-page Optimization ที่คุณควรรู้ดังนี้
1.การเลือกชื่อโดเมน
ชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์ถือว่ามีความสำคัญพอสมควร เพราะจะต้องมีชื่อที่เป็นเอกลักษณ์และในขณะเดียวกันต้องจดจำได้ง่าย ที่สำคัญคือต้องมีคีย์เวิร์ดของชื่อแบรนด์หรือชื่อธุรกิจคุณร่วมด้วย เช่น ถ้าคุณขายอาหารควรมีคำว่า Food, ถ้าขายสัตว์เลี้ยงควรมีคำว่า Pet หรือถ้าขายทองคำควรมีคำว่า Gold หรือ Golden อยู่ภายในโดเมนเนมด้วย เพื่อทำให้ Google จัดเว็บไซต์ของคุณเข้าสู่โหมดหมู่ได้ถูกต้อง ที่สำคัญคือผู้ที่ตามหาเว็บไซต์ของคุณจะจดจำโดเมนเนมได้ง่าย เนื่องจากสินค้าหรือบริการของคุณมีความเชื่อมโยงกับโดเมนเนม ทำให้สมองของมนุษย์สามารถเชื่อมโยงกับชื่อและรูปแบบการขายสินค้าของคุณ พร้อมทำให้จดจำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น การซื้อโดเมนเนมให้ถูกใจและเหมาะสมนั้น คุณสามารถซื้อผ่านบริษัท ทำ seo ได้ เพื่อให้คุณได้รับความสะดวกและได้ชื่อโดเมนเนมที่ต้องการอย่างง่ายดาย
2.การเลือกดีไซน์เว็บไซต์
การเลือกดีไซน์ของเว็บไซต์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญเช่นกัน ไม่ควรเลือกดีไซน์ที่ตัวหนังสือเล็กและใส่เนื้อหาที่หน้าเว็บแน่นเกินไป แม้แต่สื่ออย่างรูปหรือวีดีโอและคลิปต่างๆ ก็ไม่ควรใส่จำนวนมากเกินไปเช่นกัน เพราะจะทำให้ผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์รู้สึกถึงความอึดอัด อ่านยาก บางครั้งการใส่รูปภาพหรือคลิปมากเกินไปจะทำให้หน้าเว็บไซต์หน่วง ดาวน์โหลดยากและเกิดอาการช้า การคลิกเข้ามารับชมของกลุ่มเป้าหมายบางคนอาจเกิดปัญหา ที่สำคัญคือไม่มีประโยชน์ในด้านการทำ SEO เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นคุณจึงควรเน้นดีไซน์ที่มีความเรียบง่ายแต่ดูเก๋และสามารถชี้ให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของธุรกิจคุณได้ดี มีรูปแบบน่าอ่าน มีเนื้อหาที่พร้อมจะดึงดูดให้ผู้คนคลิกเข้าสู่หัวข้อต่างๆ ที่สำคัญคือตัวเมนูควรจะเป็นแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป และมีการจัดระเบียบของส่วนต่างๆ ในหน้าเว็บไซต์ให้สมดุลกัน
3. Content ภายในเว็บไซต์
เมื่อมาถึงส่วนสำคัญของการทำ SEO คือ เรื่องของเนื้อหาภายในเว็บไซต์และตัว Content จะต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด มีตัวอักษรขนาดพอดีสายตา Content มีคุณภาพ อ่านแล้วให้ประโยชน์ต่อตัวผู้ที่เข้ามารับชมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในส่วนของข่าวสารบริษัทหรือแม้แต่รายละเอียดของตัวสินค้าควรเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไปและมี Keyword กระจายอยู่อย่างทั่วถึง มีภาพประกอบคลิปวิดีโอหรือวีดีโอโปรโมทที่เหมาะสมในทุกๆ หน้า ที่สำคัญคือควรมีการอัพเดทหน้าเว็บไซต์เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวอยู่เสมออีกด้วย
4.ใช้แบล็คลิงค์(Back Link)ให้ถูกที่
เมื่อคุณเริ่มเขียนบทความภายในเว็บไซต์ คุณควรทำลิงค์เพื่อใส่เข้าไปในตัวคีย์เวิร์ดแทรกภายในเนื้อหาบทความ พร้อมทำ Back Link ให้ถูกต้อง โดยการใส่ลิงค์นั้นควรอยู่ภายในเว็บไซต์ด้วยกัน เป็นการลิงค์ที่นำไปสู่หน้าอื่นๆ เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาอ่านหรือเข้ามาดูเนื้อหาอยู่ภายในเว็บไซต์ของเราได้นานขึ้น เมื่อ Google รับรู้ว่ามีคนเข้าอ่านหรือมีการใช้งานภายในอย่างต่อเนื่อง คุณย่อมเป็นที่สนใจและถ้าไม่จำเป็นอย่านำลิงค์ออกไปเว็บข้างนอก เพราะบทความและ Content ของคุณอาจโดนลอกไปใช้งานที่อื่นได้อย่างง่ายดาย
5.ใส่คีย์เวิร์ดให้สื่อ
สำหรับสื่อต่างๆ ที่อยู่ภายในเว็บไซต์ของคุณ ที่ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ คลิปวีดีโอ หรือวิดีโอโฆษณาโปรโมทต่างๆ ควรมีการใส่คีย์เวิร์ดเฉพาะของเว็บไซต์ภายในสื่อทั้งหมด เพื่อเป็นการทำ SEO ภายใน Content และทำให้ Google ได้รู้จักเว็บไซต์ของคุณง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
6.อย่าลืมใส่ Tag
การติด Tag ภายในบทความเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด เพราะ Tag จะต้องอยู่ภายในโค้ดที่จะทำให้ SEO On-page มีคุณภาพมากขึ้น โดย Tag นี้จะอยู่ภายใน Title ที่เป็นส่วนนำเข้าสู่เนื้อหาภายในเว็บไซต์ จึงควรจะต้องเขียนให้น่าสนใจ สามารถดึงดูดสายตาของผู้อ่านได้ทันที ทำให้รู้สึกอยากเข้ามาดูหรือเข้ามารับชมสินค้า ซึ่งภายในส่วนนี้จะต้องมีการใส่ Keyword อย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน ส่วนของ Description เป็นส่วนของการอธิบายตัวเว็บไซต์, อธิบายตัวสินค้าหรือบริการ และเป็นเนื้อหาของบทความภายในเว็บไซต์ที่แม้จะไม่มีผลโดยตรง แต่การเขียนรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวกับเนื้อหาภายในควรจะต้องเชื่อมโยงกับการค้นหา และดึงคนให้เข้ามาอ่านบทความภายในเว็บไซต์ได้มากที่สุด ส่วนสุดท้ายคือ คีย์เวิร์ดที่ถือว่าเป็นตัวสำคัญในการนำ Search engine เข้ามาสนใจเนื้อหาภายในเว็บไซต์และบทความของคุณมากขึ้น ซึ่งภายใน 1 หน้าเว็บไซตค์ไม่ควรใส่ Keyword เกินกว่า 10 คำ หรือภายใน 1 บทความควรใส่ Keyword เพียงแค่ 1-3 เปอร์เซ็นต์จากความยาวของบทความเท่านั้น
ถ้าคุณ ต้องการทำ SEO On-page ให้มีคุณภาพและตรงต่อความต้องการของ Google คุณสามารถนำทั้ง 6 ข้อนี้ไปประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์ของคุณได้ หรือถ้าคุณต้องการให้ง่ายกว่านั้นคุณสามารถเลือกใช้บริการบริษัท ทำ seo ที่มีประสบการณ์และมีผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำ SEO On-Page โดยเฉพาะ เพื่อทำให้คุณได้งานคุณภาพและสามารถนำเว็บไซต์มาใช้งานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำเอง ดังนั้นคุณควรมองหาบริษัท ทำ seo ที่มีประสบการณ์สูงและสามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณไปติดอันดับต้นๆ ของ Google ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย โดยคุณสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.minimicegroup.com และ www.facebook.com/minimicegroup/

