พลเอกฉัตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรวุฒิสภา นำ กมธ.เกษตรฯ เร่งสร้างเกษตรอัตลักษณ์ ให้กับผลผลิตทางการเกษตร 2 จังหวัด สมุทรสาครและสมุทรสงคราม หวังเพิ่มศักยภาพสินค้า สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานติดตามการเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นและเกษตรแปรรูป ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ที่กำหนดให้วุฒิสภาติดตามการทำงานตามนโยบายของรัฐบาล อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมีนายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน บรรยายสรุป โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เน้นไปที่การสร้างอัตลักษณ์สินค้าเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม เพื่อเพิ่มศักยภาพสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI
ทั้งนี้ กรรมาธิการการเกษตรวุฒิสภา แบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มผลิต กลุ่มปัจจัยการผลิต กลุ่มสหกรณ์ และกลุ่มปฏิรูปจับเข่าคุยกับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาโดยตรง พร้อมเยี่ยมชมการจัดการผลผลิตมะพร้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า ที่บ้านของนายศุภกร จุลสวัสดิ์ หมู่ 5 ตำบลบ้านแพ้ว ซึ่งพลเอกฉัตรชัยระบุว่า การพัฒนาภาคเกษตรให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน จะเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ทำให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย โดยในห้วงที่ผ่านมาภาคการเกษตรของไทย มีอัตราการเติบโตในระดับต่ำ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากข้อจำกัดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และการเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่ไม่เหมาะสม จึงต้องมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ และบริหารจัดการกระบวนการผลิต หลังการเก็บเกี่ยวและการแปรรูป เช่น บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย ยืดอายุของอาหารและสินค้าเกษตรในบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า ส่งเสริมการสร้างตราสินค้า และขยายช่องทางตลาดด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการสร้างเครื่องหมายทางการค้า ปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นการวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาว ที่จะนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และสามารถสร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกรในระยะ 20 ปี
พลเอกฉัตรชัย พร้อมคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ยังได้พื้นที่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ศ.พ.ก. ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามการเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นและเกษตรแปรรูป ตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยเฉพาะส้มโอ และลิ้นจี่ ที่สวนของนายวิศิษ บ่อสารคาม หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับมาตรฐาน GI ไปแล้ว แต่จะต้องผลักดันเพื่อขับเคลื่อนเกษตรอัตลักษณ์ ว่าแผนการทำงานของจังหวัดด้านการเกษตร ได้เดินหน้าให้ประสบความสำเร็จได้มากน้อยขนาดไหน มีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างไร เกษตรกรเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งถ้าพัฒนาตรงนี้ไปได้มากๆ ก็จะเป็นเรื่องหนึ่งซึ่งจะทำให้การยกระดับมาตรฐานการทำเกษตรในเรื่องของการปฏิรูป ประสบความสำเร็จอันนี้คือเป้าหมายที่สำคัญ

พลเอกฉัตรชัยย้ำว่า สิ่งสำคัญต้องมีการยกระดับราคาผลผลิตให้สูงขึ้น ให้เหมือนกับส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามที่มีราคาสูงถึงลูกละ 500 บาท ขณะที่ราคาส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ของสมุทรสงคราม แม้จะได้รับการรับรอง GI แต่ก็ยังมีราคาถูกกว่า จึงจำเป็นต้องชี้ให้เห็นว่าหากเกษตรกรให้ความสำคัญกับเกษตรอัตลักษณ์นี้ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องช่วยกันผลักดันเกษตรอัตลักษณ์ให้เป็นที่โดดเด่นเพื่อให้มีมูลค่าสูงขึ้น จนนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลผลิตและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุดนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป



