ททท. ตะวันออก เปิดศักราชใหม่ปี’ 63 โหมจุดขาย “More Food &Fun” 9 จังหวัด ท่องเที่ยวเมืองอาหารอร่อยร่วมกิจกรรมสนุกสุดมันส์ได้ทั้งปี ลุยเจาะกำลังซื้อมาแรง 5 กลุ่ม “ครอบครัวคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย-เจนวาย-คอร์ปอเรต-เด็กเยาวชน” กระตุ้นรายได้โตดันเศรษฐกิจท้องถิ่นแกร่งตลอดปีหนูทอง พร้อมปั้นเมืองดาวรุ่ง “สระแก้ว” และเร่งบูม CSR แรงทุกพื้นที่ ชวนเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์สู่สังคม สร้างซัพพลายเชนคืนธรรมชาติ

นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าทำกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวเชิงรุกกระตุ้นการเดินทางเข้าสู่ภาคตะวันออกตลอดปี 2563 ภายใต้ธีม More Food & Fun สร้างสรรการท่องเที่ยวเชิงอาหารผสมผสานกับกิจกรรมความสนุกครอบคลุมทั้ง 9 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา โดยจะผนึกทีมทำงานดึงรายได้เข้าประเทศให้เป็นเป้าหมายเพื่อกระจายสู่ชุมชน เพิ่มจำนวนและรายได้วันธรรมดา จันทร์-พฤหัสบดี ในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้เกิดการความคึกคักต่อเนื่องทั้งปีตามนโยบาย Thailand 365 ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงแผนงานหลัก ททท.ปีนี้ที่มุ่งมั่นเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวกระจายลงสู่ท้องถิ่นเติบโตอย่างมีคุณภาพ
โดย ททท.ในภาคตะวันออกแต่ละสำนักงานจะทยอยนำสินค้าและบริการท่องเที่ยวทั้ง Food-อาหารถิ่นเมนูท้องถิ่นเด็ดๆ เมื่อไปถึงแล้วต้องสั่งรับประทาน กับตลุยชิม Fruit-ในเมืองมหานครแห่งผลไม้เมืองไทย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวรู้และเข้าถึง แหล่งวัตถุดิบอาหารต่างๆ ได้แก่ อาหารท้องถิ่น อาหารทะเล สมุนไพร รวมทั้งผลไม้ยอดนิยมตามสวนต่างๆ ที่จะเปิดต้อนรับตั้งแต่เดือนเมษายน-กรกฎาคม ปีนี้ ขณะเดียวกันก็จะแนะนำบริการร้านช้อปปิ้งในพื้นที่ ทั้งร้านจำหน่ายของกิน ของใช้ ของฝาก ของที่ระลึก บริการนักท่องเที่ยว ทำให้ชุมชนมีรายได้
ปี 2563 ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ตั้งเป้าเจาะตลาดนักท่องเที่ยว 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ (Millennial Family) ที่นิยมพาลูกๆ ไปสร้างการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ 2.กลุ่มผู้สูงวัย (Silver Age) ใจรักการเดินทาง มีเวลาเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 3.กลุ่มคน GEN Y ผู้ที่ชื่นชอบออกแบบการเดินทางท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ 4.กลุ่มบริษัท ห้างร้าน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน (Corporate) หมู่คณะที่ชื่นชอบเดินทางลงไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สู่สังคม (CSR) และ 5.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยเรียน สนใจท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้วิถีชีวิต ทำกิจกรรมสนุกสนานกับเทรนด์ใหม่ๆ

ผอ.วิบูลย์กล่าวว่า ปีนี้ยังได้วางแผนเร่งผลักดันการท่องเที่ยวเมืองดาวรุ่งชายแดนแจ้งเกิดให้ได้อย่างแท้จริง ทำให้เศรษฐกิจคึกคัก ด้วยจุดขายแหล่งท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่มาแรง ใน “จังหวัดสระแก้ว” 2 อำเภอ คือ อำเภอคลองหาดกับอำเภอเขาฉกรรจ์ มีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงคุณภาพเกิดขึ้นใหม่ถึง 5 แห่ง โดย 4 แห่งแรกอยู่ในอำเภอคลองหาด ได้แก่
แห่งแรก “สวนหม่อนกำนันเทพ” เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม ชิมหม่อนสดจากต้น และแปรรูปเป็นแยมผลไม้ พร้อมพืชผักปลอดสารพิษ มีบริการร้านกาแฟและอาหารอร่อย ๆ ขณะนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทยอยเข้าไปใช้บริการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ชาวบ้านที่ปลูกหม่อนในเครือข่ายของกำนันมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการขายหม่อนสดกับแปรรูป อาหาร กาแฟ กับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ผัก ผลไม้ พื้นบ้าน

แห่งที่ 2 ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ทรายแก้ว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลได้นำร่องเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ให้นักท่องเที่ยวสนุกกับการโรยตัวจากหน้าผาสูง 13 เมตร เพื่อวัดกำลังความแข็งแรงของนักท่องเที่ยววัยรุ่น มีจุดโรยตัวบนหน้าผาหลายจุดในระดับความสูงต่างกัน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จาก จีน รัสเซีย นิยมมาใช้บริการ คิดค่าบริการคนละ 300 บาทขึ้นไป/ครั้ง

แห่งที่ 3 “ชุมชนบ้านพรสวรรค์” ศูนย์กลางการผลิตผ้าขาวม้าแหล่งใหญ่ของประเทศ โดยชาวบ้านได้จัดทำเป็นวิสาหกิจชุมชนดีไซน์ผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรร อันเกิดจากการลื่นไหลทางวัฒนธรรมของคนอุดรธานีที่ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในชุมชนแห่งนี้กว่าค่อนศตวรรษ ทางกลุ่มผู้สูงวัยในหมู่บ้านได้รักษาวิถีชีวิต กรรมวิธีการทอผ้าแบบดั้งเดิมไว้ แล้วประยุกต์ทำเป็นของใช้ของฝากรูปแบบต่างๆ มีทั้ง ผ้าผืน กระเป๋าแฟชั่น พวงกุญแจ หมวก ผ้าพันคอ ของตกแต่งบ้าน และอื่นๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อตามความชอบ รวมทั้งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมการสาธิตวิธีการทอผ้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งแปลกแตกต่างไปจากอีกหลายชุมชน สนนราคาก็มีให้ช้อปได้ตั้งแต่ชิ้นละ 20 บาทขึ้นไปจนถึงหลักพันบาท ภายในหมู่บ้านพรสวรรค์ ยังได้ทำกิจกรรมการเพาะเลี้ยงไหมเพื่อสาวมาทำเส้นด้าย นำมาทอเป็นผืนผ้า เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้รอบหมู่บ้าน ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ต้อนรับเป็นเจ้าบ้านที่ดี

แห่งที่ 4 “บ้านทับทิมสยาม ศูนย์การเรียนรู้ 05” อยู่ในความดูแลของสถาบันวิจัยสถาบันจุฬาภรณ์ เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางหุบเขาขนาดพื้นที่รวมกว่า 9,600 ไร่ ในพื้นที่รอยต่อไทย-กัมพูชา เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชสมุนไพรกว่า 100 ชนิด ผสมผสานกับการปลูกพืชเศรษฐกิจ พืชสวนครัว โดยมีไฮไลต์เป็น “ทุ่งดอกเก็กฮวย” เหลืองอร่ามในพื้นที่นำร่องปลูกราวไร่เศษ ดีไซน์ให้กลายเป็นจุดเช็คอิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปสวยๆ ได้ตลอดทั้งวัน
การท่องเที่ยวหมู่บ้านทับทิมสยาม 05 ทางชุมชนได้วางระบบบริหารจัดการไว้เป็นอย่างดี มีบริการนั่งรถอีแต็กชมรอบโครงการใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าบริการ คนละ 250 บาท รวมอาหารกลางวัน พาชมแปลงพืชผักสวนครัว พืชไร่ สวิสเซอร์แลนด์ชายแดน โค้งมหัศจรรย์ 360 องศา เนินเขตแดน 2 แผ่นดิน

แห่งที่ 5 สวนดอกไม้หน้าเขาฉกรรจ์ อำเภอเขาฉกรรจ์ มีจุดเช็คอินตรง “วู้ดเฮาส์” ชาวบ้านแถบนี้ได้สิทธิเช่าปลูกไม้ดอกสวยๆ สลับกัน เช่าพื้นที่ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าเขาสองลูกกว่า 10 ไร่ มีร้านกาแฟเก๋ๆ พร้อมหอชมวิว และเพิ่งลงทุนเพิ่มร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาทำด้วยเรือนไม้สองชั้น เป็นจุดชมวิวและที่นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งรอช่วง 6 โมงเย็น เพื่อชมฝูงค้างคาววันละนับแสนตัวบินออกจากปล่องเขาไปหากินช่วงกลางคืน ขณะนี้มีจุดท่องเที่ยวและบริการอาหารเครื่องดื่มเพิ่มอีกแห่งคือ “สถานีเขาฉกรรจ์” พื้นที่อยู่ติดถนนใหญ่กว่า 7 ไร่ เตรียมปลูกแปลงดอกไม้เพื่อการท่องเที่ยว ส่วนที่ดินด้านในดีไซน์เป็นร้านอาหารมีสกายวอล์คสร้างจากไม้ธรรมชาติทรงโค้งให้เดินเชื่อมต่อกันเป็นครึ่งวงกลม โดยเฉพาะยามเย็นเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่สวยงาม พร้อมๆ การนั่งดูค้างคาวนับแสนตัวบินเป็นสายสีดำออกมาจากปล่องเขาฉกรรจ์ บินอยู่เหนือท้องฟ้าเพื่อออกหากินตอนกลางคืน
ปีนี้ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จังหวัดสระแก้ว ยังมีทุ่งดอกไม้อย่างคุณนายตื่นสาย ดอกส้ม ซึ่งจะท่องเที่ยวได้ด้วย

ผอ.วิบูลย์ ย้ำว่า ปี 2563 ได้มอบนโยบายให้ ททท.ทุกสำนักงานภูมิภาคภาคตะวันออก ที่อยู่ในความดูแลทั้ง 9 จังหวัด คิดโครงการรณรงค์แรงๆ เรื่องการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบ หรือ Responsible Tourism ด้วยการสอดแซกไว้ในทุกกิจกรรมของการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด แจกถุงผ้าลดใช้ขยะพลาสติก เก็บขยะ ให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม เริ่มนำร่องที่ ททท.สำนักงานระยอง ได้ทำโครงการชวนนักท่องเที่ยวร่วมปลูกหญ้าทะเลให้พะยูน ดูแลแหล่งพักอาศัยของเต่าทะเล บริเวณเกาะมันใน มันนอก ส่วน ททท.สำนักงานพัทยา ชลบุรี เปิดเกาะสีชังชวนองค์กรภาครัฐและเอกชนร่วมโครงการปล่อยปูม้า เพาะปะการังอ่อน เพิ่มปริมาณคืนสู่ทะเลให้ได้มากที่สุด และ ททท.สำนักงานจันทบุรี มีกิจกรรมทำธนาคารปู เช่นเดียวกับ ททท.สำนักงานอื่น ๆ ในภาคตะวันออก ทั้ง 9 จังหวัด ทุกพื้นที่กำลังเร่งสร้างกิจกรรมสร้างจิตสำนึกนักท่องเที่ยวทุกคนหันมารักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
มาร่วม MORE FOOD & FUN สนุกกับการท่องเที่ยวเชิงอาหารอร่อย สนุกกับกิจกรรมสุดมันส์ และท่องเที่ยวเพื่อร่วมบำเพ็ญประโยชน์คืนสู่สังคมได้ 365 วัน ตลอดทั้งปี 2563 ด้วยการเดินทางวันธรรมดาและวันหยุดในภาคตะวันออกมีแหล่งท่องเที่ยวพร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน
เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : บล็อกเกอร์-gurutourza www.facebook.com/penroongyaisamsaen

